
ร้อยสาย ร้อยใจ 'คลองบางใบไม้'
29 พ.ค. 2559
ชวนเที่ยว : ร้อยสาย ร้อยใจ 'คลองบางใบไม้' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์
ชีวิตเหมือนผูกพันอยู่กับสายน้ำ ทั้งที่บอกเสมอว่า ชอบเที่ยวป่าเขาลำเนาไพรมากกว่าสายน้ำ แต่ปฏิเสธไม่ได้สักครั้ง ที่จะไม่ไปนั่งเล่น นอนเล่น อยู่ริมสายน้ำ และครั้งนี้ก็เช่นกัน
คลองบางใบไม้ นอกจากเป็นชื่อคลองแล้ว ยังเป็นชื่อตำบลหนึ่งใน อ.เมือง ของ จ.สุราษฎร์ธานี ที่ยังคงวิถีการดำรงชีวิตแบบเดิมๆ ของคนบ้านริมคลอง ทว่าพัฒนาที่อยู่อาศัย จนทุกวันนี้เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมกันแล้ว
คงเป็นครั้งแรกที่อยู่แวะเที่ยวตัวเมืองสุราษฎร์ธานีอย่างจริงจัง เพราะคราวก่อนๆ ถ้าไม่เลยไป ก็แวะก่อนจะถึงตัวอำเภอเมือง
สมัยก่อน เมืองสุราษฎร์ธานี มีชื่อว่า บ้านดอน เป็นชื่อที่เรียกกันตามสภาพบ้านเมือง เพราะบริเวณนั้นเป็นที่ดอน น้ำท่วมไม่ถึงนั่นเอง บ้านดอนตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำตาปี เป็นอู่ต่อเรือขนาดใหญ่ของเมืองไชยา ต่อมา รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองไชยาเดิม มาตั้งที่บ้านดอน และในปี พ.ศ.2459 มีรับสั่งให้เปลี่ยนชื่อเมืองไชยาที่บ้านดอนเป็นเมืองสุราษฎร์ธานี และจากแม่น้ำตาปีนี่เอง ที่แบ่งแยกเป็นคลองสายเล็กสายน้อย เลาะเลี้ยวเข้าสู่แผ่นดินชั้นใน หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน ถักทอเข้าด้วยกันเป็นคลองร้อยสาย ครอบคลุมพื้นที่ 6 ตำบลของ อ.เมือง ตั้งแต่ ต.บางใบไม้, ต.บางชนะ, ต.คลองฉนาก, ต.บางไทร, ต.คลองน้อย และต.บางโพธิ์ ช่างเป็นธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัวเมืองแค่เอื้อม ใช้เวลาเดินทางแค่ราวๆ 15 นาที
มีโอกาสมาถึงเมืองสุราษฎร์ แวะศาลหลักเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ทุกจังหวัดจะมี สำหรับศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงความรุ่งเรืองของเมืองเก่าแก่แห่งนี้ ตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีวิชัย ศูนย์กลางความเจริญทางด้านวัตถุและจิตใจในบริเวณภาคใต้ตอนบน
ตัวองค์ศาลหลักเมืองเป็นสถาปัตยกรรมศรีวิชัย โดยนำเค้าโครงของเจดีย์วัดพระบรมธาตุไชยา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางศิลปกรรมมาเป็นแม่แบบ ส่วนไม้มงคลที่นำมาเป็นไม้หลักเมืองนี้ เป็นต้นราชพฤกษ์ที่มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่สมัยปี พ.ศ.2400 ตั้งแต่ยุคปู่ทวดของนางชม รำเพย ที่บุกเบิกป่าใหญ่ชายคลองพุมดวง บริเวณบ้านหาดหอยคล้า หมู่ 1 ต.เขาวง อ.บ้านตาขุน ศาลหลักเมืองเปิดให้ประชาชนเข้าไปสักการะตลอดวัน ส่วนกลางคืนจะมีการเปิดไฟสี สวยงาม
ออกจากศาลหลักเมือง แวะไปยังศูนย์รวมจิตใจของชาวสุราษฎร์อีกแห่ง คือ “พระธาตุศรีสุราษฎร์” หรือ พระธาตุเขาท่าเพชร ตั้งอยู่บนเนินเขาท่าเพชร ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง การเดินทางไปสะดวกสบาย มีถนนลาดยางขึ้นเขาไปถึงที่ตั้งพระธาตุ
พระธาตุศรีสุราษฎร์สร้างเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500 ตามแบบศิลปะศรีวิชัยผสมศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น นับว่าเป็นสถาปัตยกรรมแบบศรีวิชัยที่สวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะ ลักษณะพระธาตุเป็นรูปทรงสูงตั้งอยู่บนฐานแปดเหลี่ยม นับเป็นปูชนียสถานองค์แรกของชาวบ้านดอน มีลักษณะเป็นทรงสูงเรียว ลักษณะคล้ายลำเทียน ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น ภายในพระธาตุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
ที่ตั้งพระธาตุศรีสุราษฎร์ นอกจากจะเป็นวนอุทยานแห่งชาติเขาท่าเพชรแล้ว ยังได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาท่าเพชรด้วย เนื่องจากสภาพป่าเขาท่าเพชรมีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่ประจำ และอพยพย้ายถิ่นมาอยู่อาศัยอยู่จำนวนมาก แต่ขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่บริเวณที่ตั้งพระธาตุศรีสุราษฎร์ให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งบริเวณหน้าผา จุดชมวิว จะมองเห็นตัวเมืองสุราษฎร์ไปได้ไกล ถึงชายทะเลเลยทีเดียว รวมทั้งเปิดให้เยาวชนไปออกค่ายทัศนศึกษาด้วย
แล้วก็ถึงเวลาไปล่องเรือชมความสวย สบายของสองฝั่งคลอง มุ่งหน้าไป ต.บางใบไม้ ไม่นานนักก็ถึง วัดบางใบไม้ ที่ตั้งของกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ต.บางใบไม้ ภายในบริเวณมีศาลาหลวงพ่อข้าวสุก เป็นรูปปั้นพระภิกษุสงฆ์ในท่านั่งสมาธิ อายุกว่า 100 ปี ที่เรียกกันว่า หลวงพ่อข้าวสุก ก็เพราะปั้นขึ้นจากข้าวสุกก้นบาตร ผสมกับสิ่งมงคลอื่นๆ ภายนอกหุ้มด้วยทองเหลือง ซึ่งหลวงพ่อข้าวสุกเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบางใบไม้อย่างยิ่ง และที่นี่เองเป็นจุดตั้งต้นของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ปลุกปั้นกันมาหลายปีกว่าจะเป็นรูปเป็นร่าง จรัญญา ศรีรักษ์ กำนันสาวตำบลบางใบไม้ บอกว่า สภาพต ต.บางใบไม้ เป็นเกาะ สมัยก่อนใช้การสัญจรไปมาทางเรือ ส่วนตัวเองทำร้านอาหารอยู่ด้วย พอลูกค้ามาอยากนั่งเรือก็ให้นั่งไป แต่เห็นว่านั่งเรืออย่างเดียวคงไม่พอ สุดท้ายก็เลยเจรจารวมกลุ่มกับชาวบ้านโดยใช้เรือที่มีอยู่มาเข้าร่วมกันทำการท่องเที่ยวทางเรือ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2549 พอเริ่มมีรายได้ ก็ขยายเข้าไปยังกลุ่มอื่นๆ ตั้งแต่สวนมะพร้าว ที่มีการทำผลิตภัณฑ์มะพร้าว แล้วยังมีบ้านที่ทำน้ำส้มจากน้ำตาลจาก (คล้ายกับน้ำตาลมะพร้าว) รวมถึงการทำบ้านเป็นโฮมสเตย์รับนักท่องเที่ยวด้วย มี 7 หลัง ส่วนเรือที่มาร่วมกลุ่มมีประมาณ 10 ลำ
“การทำท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์คลองบางใบไม้ ตอนนี้ได้รับความร่วมมือมากขึ้น ชาวบ้านหลายคนที่ไม่ค่อยจะพูด หันมาเป็นวิทยากรได้ แล้วผลที่ได้อีกอย่างนอกจากความสะอาด ก็คือสภาพคลองที่สะอาดขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะแต่ละบ้านจะช่วยกันดูแลมากขึ้น” เรือแต่ละลำจะพานักท่องเที่ยวไปตามจุดต่างๆ ตามที่ตกลงกัน อาทิ กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันมะพร้าว สวนลุงสงค์ (สมประสงค์ ศรีเทพ) ที่เปิดบ้านเป็นโฮมสเตย์ด้วย ซึ่งลูกชาย ศุภชาติ ศรีเทพ บอกว่า ใครมาพักที่บ้านก็กินด้วยกัน นอนด้วยกัน แบบบ้านเราเอง ส่วนจะไปเที่ยวที่ไหนก็แล้วแต่ละคุยกัน ทั้งล่องเรือ หรือจะเดินเล่นในสวน ปั่นจักรยานเล่นก็ได้ และถ้าพักค้าง หรือมาเที่ยวตอนค่ำ ก็สามารถล่องเรือไปชมหิ่งห้อยได้
“ที่ผ่านมามีกลุ่มมาดูงาน ทั้งคนไทย ต่างชาติ มีอิตาลี จีน ที่แวะะดูผลิตภัณฑ์และกระบวนการทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เพราะเราเริ่มต่อยอดจากสวนมะพร้าว ไปทำผลิตภัณฑ์น้ำมันมะพร้าว จนเก็บเกี่ยวมาตรฐานได้หมดแล้ว ก็จะขยายไปตลาดอาเซียนด้วย”
ออกจากสวนลุงสงค์ ล่องเรือต่ออีกราวๆ ครึ่งชั่วโมง แวะไปดูการทำ น้ำส้มจาก บ้าง ต้องบอกว่า แปลกและแตกต่างจริงๆ ต้นจาก เป็นพืชชายคลอง ที่ปลูกกั้นคลื่น เป็นเขื่อนธรรมชาติ แต่ก็ใช้ประโยชน์ได้มากมาย ใบใช้มุงหลังคา ลูกจากนอกจากกินสดแล้ว ตอนที่เพิ่งเริ่มเป็นลูกใหม่ๆ นี่เอง สามารถนำมาทำน้ำตาล และน้ำส้มจากได้ ใครอยากรู้รายละเอียดต้องแวะไปชมและชิมกันดูนะจ๊ะ แต่ฉันชิมเสร็จแล้ว ยังเลยไปถึงร้านปลายคลอง ร้านอาหารท้องถิ่นรสชาติจัดจ้าน กินแล้วต้องออกปาก “หรอยจังฮู้” เป็นร้านที่อยู่ปลายคลองบางใบไม้ แต่ถ้าไปทางเรือจะลำบากหน่อยตอนน้ำลง
ริมคลองบางใบไม้ ยังมีอีกหลายต่อหลายเรื่องราวชวนค้นหา บ้านโบราณอายุร่วม 200 ปี วิถีคนชายคลองที่ยังจับปลา เลี้ยงปลากระชัง หากินอยู่กับลำคลอง ที่แม้เวลาจะเปลี่ยนไป ถนนรถเข้าถึงชุมชน แต่เสียงเครื่องเรือก็ไม่เคยหายไปจากลำคลอง
ถ้าสุราษฎร์ธานีเป็นเมืองร้อยเกาะ ก็ไม่ผิดปาก ถ้าจะบอกว่า จังหวัดเดียวกันนี้ เป็นร้อยเรียง หลอมรวมดวงใจเข้าด้วยกันผ่านสายน้ำ
----------------------
กลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ตำบลบางใบไม้ 08-1607-4935, 0-7729-2903 ค่าเรือคนละ 100 บาท เที่ยวละไม่ต่ำกว่า 5 คน โฮมสเตย์ 150 บาทต่อคนต่อคืน (รวมเฉพาะอาหารเช้า) สวนลุงสงค์ 08-1589-8635
----------------------
(ชวนเที่ยว : ร้อยสาย ร้อยใจ 'คลองบางใบไม้' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์)



