
นโยบายพึ่งพิงตนเอง เรื่องข้าวของมาเลเซีย (1)
27 พ.ค. 2559
ทำกินถิ่นอาเซียน : นโยบายพึ่งพิงตนเอง เรื่องข้าวของมาเลเซีย (1) : โดย ... รศ.สมพร อิศวิลานนท์
ดินแดนที่เรียกว่าคาบสมุทรมลายูหรือที่ตั้งของประเทศมาเลเซียในปัจจุบันนั้น ได้ถูกครอบครองจากชาติตะวันตกทั้งโปรตุเกส ตามมาด้วยเนเธอร์แลนด์ และอังกฤษ มาเกือบ 5 ศตวรรษ ก่อนที่จะได้รับเอกราชในปี 2500 อังกฤษได้ใช้ดินแดนแห่งนี้เป็นแหล่งเชื่อมต่อทางการค้าระหว่างชาติในฟากตะวันออกกับชาติตะวันตก เพราะคาบสมุทรมลายูเป็นแหล่งของการผลิตและการค้าสินค้ายางพาราและปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญในขณะนั้นรวมถึงแร่ดีบุก
สำหรับสินค้าข้าวแม้จะเป็นพืชดั้งเดิมที่มีการเพาะปลูกเพื่อการยังชีพและเป็นอาหารของครัวเรือนในคาบสมุทรมลายู แต่การผลิตสินค้าดังกล่าวไม่ค่อยได้รับความสนใจจากผู้ครอบครองอาณานิคมเท่าไรนัก การพัฒนาผลิตภาพการผลิตเพื่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของผลผลิตจึงถูกละเลย ผลผลิตข้าวในแหลมมลายูจึงมีไม่เพียงพอกับความต้องการบริโภคภายในประเทศและจำเป็นต้องนำเข้าสินค้าข้าวเพื่อเพิ่มอุปทานข้าวในประเทศให้เพียงพอกับความต้องการมาโดยตลอด
แหล่งนำเข้าข้าวที่สำคัญของคาบสมุทรมลายูในยุคนั้นได้จากคาบสมุทรเบงกอล หรือประเทศอินเดีย จากคาบสมุทรอินโดจีนหรือประเทศเวียดนาม จากพม่าหรือเมียนมาร์ และจากสยามหรือไทย ทั้งนี้เพราะผลผลิตภายในประเทศมีจำกัดไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภคภายในประเทศ คาบสมุทรมลายูจึงต้องพึ่งพิงการนำเข้าถึงร้อยละ 38 และจำต้องพึ่งพิงการนำเข้าข้าวเรื่อยมา
ปัจจุบันมาเลเซียมีประชากรประมาณ 30 ล้านคน และมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวรวมกันประมาณ 4.30 ล้านไร่ ในจำนวนนี้ร้อยละ 70 เป็นพื้นที่ปลูกข้าวที่อยู่ในคาบสมุทรมลายูในพื้นที่รัฐเกดะห์ รัฐกลันตัน รัฐเประ รัฐปะลิส และปีนัง ซึ่งรัฐที่ปลูกข้าวส่วนใหญ่จะอยู่ทางตอนเหนือของคาบสมุทรมลายูและหลายรัฐมีพื้นที่ติดกับภาคใต้ของไทย
สำหรับประชากรมาเลเซีย ข้าวยังเป็นอาหารจานหลักเช่นเดียวกับประชากรในประเทศอื่นๆ ของภูมิภาคเอเชียและอาเซียน แต่เนื่องจากจำนวนเกษตรกรที่ประกอบอาชีพทำนาในมาเลเซียมีจำนวนจำกัดมาก ประมาณว่ามีไม่เกินสองแสนครัวเรือน ทำให้ภาครัฐได้มีแนวนโยบายเฉพาะในเรื่องการพัฒนาภาคการผลิตข้าวและอุตสาหกรรมข้าวในประเทศ โดยในด้านหนึ่งเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ประชากรในประเทศ และอีกด้านหนึ่งเพื่อสนับสนุนให้เกิดการพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวในระดับหนึ่ง
นโยบายที่สำคัญในการพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวของมาเลเซีย ได้แก่ การจัดทำเขตพัฒนาการเกษตร Muda และ Kemuba ให้เป็นแหล่งสำคัญในการเพาะปลูกข้าว โดยในเขตพัฒนาดังกล่าวภาครัฐได้ให้การสนับสนุนการลงทุนพัฒนาด้านระบบชลประทานและโครงสร้างพื้นฐานการเกษตร ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาระบบการจัดการไร่นาทำให้พื้นที่ปลูกข้าวได้ขยายตัวและรวมถึงการใช้พื้นที่เพาะปลูกข้าวได้มากกว่าหนึ่งครั้งในรอบปี
อีกทั้งได้จัดทำนโยบายทั้งในด้านการให้การคุ้มครองที่ดินของเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเพาะปลูกข้าว การดำเนินมาตรการยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกรที่ทำนาให้มีระดับรายได้ทัดเทียมกับผู้ประกอบอาชีพการเกษตรอื่นๆ ด้วย
การให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพของระดับรายได้จากการทำนา โดยผ่านมาตรการประกันราคาขั้นต่ำ การให้การอุดหนุนรายได้กับผู้ประกอบอาชีพทำนา และรวมถึงการให้การอุดหนุนในปัจจัยการผลิตเช่นปุ๋ยเคมีและสารกำจัดศัตรูพืช เป็นต้น เอาไว้วันศุกร์หน้า จะเล่าต่อครับ!
---------------------
(ทำกินถิ่นอาเซียน : นโยบายพึ่งพิงตนเอง เรื่องข้าวของมาเลเซีย (1) : โดย ... รศ.สมพร อิศวิลานนท์)



