
ปลูก 'ผักเหลียง-เลี้ยงผึ้งโพรง' เสริมรายได้เกษตรกรปลูกปาล์ม
26 พ.ค. 2559
ทำมาหากิน : ปลูก 'ผักเหลียง-เลี้ยงผึ้งโพรง' เสริมรายได้เกษตรกรปลูกปาล์ม : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ผลพวงจากภัยแล้งและปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้เกษตรกรใน จ.ระนอง ส่วนใหญ่ปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันเป็นอาชีพหลัก จำต้องหาทางเลือกอื่นเพื่อเป็นรายได้เสริมมาทดแทนส่วนที่ขาดหายไป "ด.ต.สมนึก โมราศิลป์" เกษตรกรดีเด่นของจังหวัดวัย 67 ปี และประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ปาล์มน้ำมัน) บ้านห้วยปลิง ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง ที่หันมาปลูกผักเหลียงแซมในสวนปาล์มเพื่อเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง ด.ต.สมนึก เล่าว่า หลังเข้าโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว จากนั้นก็มาเอาดีอาชีพเกษตรกรรมอย่างจริงจัง ด้วยการปลูกปาล์มน้ำมันบนเนื้อที่กว่า 60 ไร่ หลังใช้เวลาในการปรับปรุงดินอยู่นานหลายปี เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นดินดานปลูกอะไรไม่ขึ้น
“ที่ดินตรงนี้ผมซื้อไว้ตั้งแต่สมัยยังรับราชการเป็นตำรวจประมาณ 60 ไร่ เดิมเป็นที่รกร้างว่างเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร แต่หลังจากเออร์รี่จากราชการก็มาทำเกษตรอย่างจริงจัง เริ่มจากการปลูกปอเมือง พืชตระกูลถั่วเพื่อปรับปรุงดินแล้วนำขี้เกลือมาราด จนดินเริ่มดีขึ้นแล้วก็ลงปาล์มน้ำมัน ยางพาราและไม้ผล ช่วงแรกๆ ราคาดีทั้งปาล์มและยาง พอมาระยะหลังราคามีปัญหา จึงคิดหาทางออกโดยการปลูกผักเหลียงแซมในสวนปาล์ม สวนยางและสวนไม้ผล เพราะเป็นพืชท้องถิ่นที่ปลูกกันมากใน จ.ระนอง”
ด.ต.สมนึก เผยต่อว่า หลังปลูกผักเหลียงปรากฏว่าเจริญเติบโตดีมาก เนื่ิองจากผักเหลียงเป็นพืชที่ชอบดินร่วนซุย มีความอุดมสมบุรณ์สูงและต้องเป็นพื้นที่มีฝนตกชุกตลอดทั้งปี โดยพื้นที่ 1 ไร่สามารถปลูกผักเหลียงได้ประมาณ 800 กิโลกรัมต่อปี ปัจจุบันนอกจากปลูกเพื่อขายใบแล้วจะเพาะชำกิ่งขายเป็นรายได้อีกทางหนึ่งด้วย
“ตอนนี้ไม่ได้เก็บใบขายแล้ว แต่จะหันมาขายกิ่งพันธุ์มากกว่า เพราะไม่ต้องยุ่งยากในเรื่องการเก็บเกี่ยวและหาตลาด แต่กิ่งพันธุ์สามารถขายได้ทันที ถ้าเป็นกิ่งตอนจะอยู่ที่ 18 บาท หากชำถุงอยู่ที่ 25-30 บาท ทุกวันนี้ขายอยู่ที่วัน 300-500 กิ่ง สนใจกิ่งพันธุ์ผักเหลียง 08-9122-5929 แต่ต้องจองล่วงหน้านะ” ด.ต.สมนึกเผย พร้อมยืนยันว่าทุกวันนี้ผักเหลียงซึ่งเป็นพืชที่ปลูกเสริมในสวนปาล์มและยาง แต่กลับสร้างรายได้ตลอดทั้งปี
ไม่เพียง ด.ต.สมนึก โมราศิลป์ ที่แก้วิกฤติปัญหาราคายางและปาล์มตกต่ำด้วยการปลูกผักเหลียงเป็นรายได้เสริม ทว่ายังมีเกษตรกรชาวสวนปาล์มอีกรายในชุมชนบ้านคอก ต.กะเปอร์ อ.กะเปอร์ ที่มีรายได้เสริมจากการเลี้ยงผึ้งโพรงในสวนปาล์มเพื่อทดแทนรายได้ในส่วนที่ขาดหายไป อย่าง “บรรจบ ขนอม” เกษตรกรเจ้าของสวนปาล์มวัย 40 เศษ ที่ปัจจุบันหันมาเลี้ยงผึ้งโพรงเป็นหลัก หลังไปเรียนรู้วิธีการเลี้ยงจากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จ.ชุมพร จากนั้นก็นำมาทดลองเลี้ยง โดยเริ่มจากเลี้ยงเพียง 1 ลังแล้วขยายจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ปัจจุบันมีอยู่จำนวนทั้งสิ้น 10 ลัง
“ผมเริ่มทดลองเลี้ยงเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว เริ่มจาก 1-2 ลังก่อน เมื่อเห็นว่าได้ผลก็ขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้มีอยู่ 10 ลัง ใช้เวลาประมาณ 3 เดือนกว่าจะเก็บน้ำผึ้งได้ แต่ละลังจะได้น้ำผึ้งประมาณ 3-5 ขวด ตอนนี้ก็ขายอยู่ที่ขวดละ 400 บาท ซึ่งเป็นรายได้ที่ดีมาก ที่สำคัญไม่ต้องดูแลอะไรมาก แค่ทำความสะอาดลังให้ดีและระวังอย่าให้มด แมลง ศัตรูผึ้งมารบกวนก็พอ”
บรรจบยอมรับว่าไม่ใช่แค่มีรายได้จากน้ำผึ้งและผลิตภัณฑ์จากผึ้งเท่านั้น แต่การเลี้ยงผึ้งในสวนปาล์มทำให้ปาล์มให้ผลผลิตดีขึ้นด้วยเนื่องจากผึ้งจะช่วยในการผสมเกสร รวมทั้งไม้ผลชนิดต่างๆ ทั้งเงาะทุเรียน มังคุด ลองกอง ที่ปลูกกันมากในพื้นที่ จ.ระนอง ก็ให้ผลผลิตมากขึ้นด้วย
การปลูกผักเหลียงและเลี้ยงผึ้งโพรงในสวนปาล์มน้ำมัน นับเป็นอีกทางเลือกในการสร้างรายได้เพิ่มในยุคที่ราคาปาล์มและยางตกต่ำของเกษตรกรในพื้นที่ จ.ระนอง หรือที่รู้จักกันในนามเมืองฝนแปดแดดสี่
-------------------------
(ทำมาหากิน : ปลูก 'ผักเหลียง-เลี้ยงผึ้งโพรง' เสริมรายได้เกษตรกรปลูกปาล์ม : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



