ไลฟ์สไตล์

จากผู้ใหญ่บ้านสู่วิถีเกษตร ชีวิตบั้นปลาย 'สมควร ศิริภักดี'

จากผู้ใหญ่บ้านสู่วิถีเกษตร ชีวิตบั้นปลาย 'สมควร ศิริภักดี'

26 พ.ค. 2559

หนักเอาเบาสู้ : จากผู้ใหญ่บ้านสู่วิถีเกษตร ชีวิตบั้นปลาย 'สมควร ศิริภักดี' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
                    แม้เติบโตในครอบครัวเกษตรกร แต่ชีวิตไม่เคยทิ้งงานราษฎร์ งานหลวง ต้องจัดสรรเวลาเพื่อแก้ปัญหาชาวบ้านในฐานะผู้นำชุมชนสำหรับ “ผู้ใหญ่สมควร ศิริภักดี” อดีตผู้ใหญ่บ้านหลายสมัยในต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ระยอง หลังเกษียณงานตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ทำให้มีเวลามาขลุกอยู่กับงานสวนเกษตรของครอบครัวอย่างเต็มตัว ภายใต้ชื่อสวนผู้ใหญ่สมควร ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านนั้นเธอก็ยังรั้งประธานกลุ่มวิสากิจชุมชนบ้านแลงพัฒนา ผลิตและแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลไม้ตกเกรด
 
                    "ฉันเป็นคนพื้นที่บ้านแลงมาแต่กำเนิด บรรพบุรุษเป็นคนที่นี่ ยึดอาชีพทำสวนผลไม้มีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตไม้ผลเป็นหลัก  จากเดิมผลไม้ทั้งหมดต้องนำออกเร่ขายในตลาด ทำให้ถูกกดราคาจากพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงมีปัญหาผลผลิตตกต่ำ จึงหันมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยการรวมกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่จัดตั้งกลุ่มแปรรูปไม้ผล โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งมีปัญหามากที่สุดเมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน"
 
 
จากผู้ใหญ่บ้านสู่วิถีเกษตร ชีวิตบั้นปลาย 'สมควร ศิริภักดี'
 
 
                    ผู้ใหญ่สมควรเล่าว่า เมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วหรือราวปี 2544 ขณะนั้นราคาผลไม้ตกต่ำอย่างมาก โดยเฉพาะทุเรียน อย่างชะนีกิโลละ 2-3 บาท ขณะที่หมอนทอง 5-10 บาท ส่วนเงาะและมังคุดไม่ต้องพูดถึงอย่าว่าแต่ขายเลย ไล่แจกก็ไม่มีใครเอา ต้องปิดถนนประท้วงรัฐบาลเป็นภาพให้เห็นจนชินตา ตั้งแต่ระยองไปจนถึงจันทบุรีและตราด จากนั้นจึงรวมกลุ่มชาวบ้านแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน อย่างเช่นทุเรียนกรอบ ทุเรียนทอด ทุเรียนกวน เป็นต้น ก็สามารถแก้ปัญหาไปได้ในระดับหนึ่ง เท่านั้นยังไม่พอก็ยังมามีความคิดที่จะเปิดสวนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยร่วมกับทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจมาเที่ยวชมสวน เปิดให้รับประทานกันอย่างเต็มที่จนเต็มอิ่มโดยคิดค่าหัวเริ่มจากหัวละ 200 เพิ่มมาเป็น 250 และ 300 ในปี 2559 เนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น   
 
                    ปัจจุบันสวนผู้ใหญ่สมควรมีไม้ผลที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นมังคุดร้อยปี ปัจจุบันมีอยู่ 4 ต้น มังคุดทั่วไป 60 ต้น ส่วนทุเรียน 40 ต้น เหลือจากทยอยตายจากโรครากเน่าโคนเน่าเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมายังไม่มีปลูกใหม่ทดแทน แต่จะปลูกพืชอย่างอื่นเสริม อาทิ พืชผักสมุนไพร และเงาะอีกประมาณ 50 ต้น โดยมีเงาะสีชมพูเพียงต้นเดียวไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป นอกจากนี้ยังมีมะปรางหวานจำนวนหนึ่ง ซึ่งไม้ผลในสวนส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 5-20 ปี  ปัจจุบันสวนผู้ใหญ่สมควรได้รับการรับรองมาตรฐานจีเอพีจากกรมวิชาการเกษตรและถูกยกให้เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงสำหรับใช้ฝึกอบรมและดูงานด้านไม้ผลให้แก่หน่วยงานที่สนใจทั้งภาครัฐและเอกชน 
 
                    วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายนนี้ เคยู เรดิโอ พลัส ร่วมกับชมรมนิสิตเก่าส่งเสริมเกษตรสำหรับผู้บริหาร (ExAE) จัดโครงการ “เกษตรสัญจร” กับครอบครัวม.ก. เยี่ยมชมสวนผู้ใหญ่สมควรและอีกหลายสวนในพื้นที่จ.ระยอง สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งโทร.0-2942-8070-2 ต่อ 112, 08–7552-0146
 
 
 
-------------------------
 
(หนักเอาเบาสู้ : จากผู้ใหญ่บ้านสู่วิถีเกษตร ชีวิตบั้นปลาย 'สมควร ศิริภักดี' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)