
บูรณาการภาคเกษตร ติวเข้ม 'เกษตรกร' สร้างอาชีพเสริมรายได้
23 พ.ค. 2559
รัฐผนึกหน่วยงานบูรณาการภาคเกษตร ติวเข้ม 'เกษตรกร' สร้างอาชีพเสริมรายได้ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงปี 2558/59 ทำให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงมีแนวคิดที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชนในช่วงภัยแล้งและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ได้มอบนโยบายให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันในรูปแบบ “ประชารัฐ” พร้อมทั้งมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดทำ “โครงการอบรมเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง" ปี 2558/59 ฐานะผู้จัดการโครงการ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ คสช. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข ประชาชน และภาคเอกชน มีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวจำนวน 220,500 รายให้รับการอบรมตามหลักสูตร 90 ชม.ต่อรุ่น รุ่นละ 50 ราย รวม 5 รุ่น รุ่นละ 15 วัน ใช้พื้นที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอละ 1 ศูนย์ จำนวน 882 ศูนย์ทั่วประเทศเป็นสถานที่ในการอบรม
“การอบรมจะมี “เกษตรกรต้นแบบ” มาถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้ รวมทั้งวิทยากรจากหลากหลายหน่วยงาน มาให้ความรู้ตามชุดวิชาที่เกี่ยวข้อง เช่น กลุ่มวิชาสร้างรายได้และลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน จะสอนเกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ การทำบัญชีครัวเรือน เน้นให้เกษตรกรได้องค์ความรู้แบบกึ่งปฏิบัติตามวิถีดำเนินชีวิตของเกษตรกรเรียนรู้อยู่กับพื้นที่ศูนย์และปฏิบัติจริงในพื้นที่ของเกษตรกรโดยตรง จากการสำรวจและประเมินการอบรม พบว่า เกษตรกรที่ผ่านการอบรมกว่า 76% จะนำความรู้ที่ได้จากการอบรมไปช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ลดต้นทุนการผลิต และประกอบอาชีพเสริม นอกจากนี้จะนำความรู้ที่ได้ไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิต จากกิจกรรมเดิมสู่กิจกรรมใหม่ เช่น จากทำนาอยู่หันไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยมากขึ้น เดิมปลูกพืชเชิงเดี่ยว หันไปทำเกษตรผสมผสานมากขึ้น”
โอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเผยความคืบหน้าการดำเนินโครงการระหว่างนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมการถ่ายทอดความรู้ ณ ศูนย์เรียนรู้ฯ ปาล์มน้ำมันของ ด.ต.สมนึก โมราศิลป์ บ้านห้วยปลิง ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง ซึ่งการลงพื้นที่ จ.ระนอง ครั้งนี้มีการจัดอบรมผ่านพื้นที่ ศพก.ทั้งหมดทั้ง 5 อำเภอ มีอบรมเกษตรกรตามเป้าหมาย 3 ครั้ง จำนวน 5 รุ่น รวม 1,250 คน ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า คิดเป็น 84.91% (ข้อมูล ณ 29 เม.ย.) มีการจัดหลักสูตรที่สอดคล้องกับพื้นที่เกษตร อาทิ ในศูนย์เรียนรู้ฯ จะเน้นการจัดการสวนปาล์ม มีเกษตรกรต้นแบบเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ทุกเรื่องที่เป็นการจัดการสวนปาล์มให้มีประสิทธิภาพสูง และได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี และจะได้เรียนรู้การปลูก ผักเหลียงในสวนปาล์มน้ำมันเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม การขยายพันธุ์ผักเหลียงขายเสริม รวมทั้งการเลี้ยงผึ้งโพรง ในสวนปาล์มน้ำมัน เพื่อช่วยการผสมเกสรให้ดอกติดผลดี รวมถึงเน้นการทำปุ๋ยหมักทางชีวภาพเพื่อลดต้นทุน การเลี้ยงนกแสกกำจัดหนูในสวนปาล์มน้ำมัน เป็นต้น
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรยังกล่าวถึงการดูแลเกษตรกรในฤดูกาลผลิตใหม่ ว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้เตรียมการไว้ 4 ด้าน คือ 1.เตรียมพร้อมวางแผนการผลิต ภายใน ศพก.ทั้ง 882 ศูนย์ โดยการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) ทุกอำเภอ อำเภอละ 1 จุด การประสานงานให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การให้บริการความรู้ เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชุมชน ให้บริการข้อมูลข่าวสารต่างๆ เช่น ข้อมูลราคา แหล่งรับซื้อ ให้คำแนะนำในการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ (Agri Map) การปรับปรุงและปรับเปลี่ยนการปลูกข้าว ข้าวโพด ในพื้นที่ไม่เหมาะสมไปสู่การปลูกพืชอื่น
2.การเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพด้านพันธุ์พืช โดยให้คำแนะนำแหล่งเมล็ดพันธุ์ดีมีคุณภาพจากศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชชุมชน ได้แก่ ศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วคุณภาพดี 190 ศูนย์และศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว 160 ศูนย์ และศูนย์ปฏิบัติการฯ ด้านพันธุ์พืชเพาะเลี้ยง 8 ศูนย์ สำหรับ ด้านปุ๋ยมีศูนย์จัดการดินและปุ๋ยชุมชน 882 ศูนย์ ที่จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งมีหน่วยบริการดินและปุ๋ยชุมชนต้นแบบอำเภอละ 1 จุด 3.การลดความเสี่ยงจากการระบาดของศัตรู จะมีศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน 882 ศูนย์ และศูนย์ปฏิบัติการฯ ด้านอารักขาพืช 9 ศูนย์ คอยช่วยเหลือเกษตรกรในการสำรวจและประเมินสถานการณ์ศัตรูพืช ส่งเสริมการจัดการศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสาน ผลิตและสนับสนุนสารชีวภัณฑ์ แมลงตัวห้ำตัวเบียนในการป้องกันศัตรูพืช เพื่อลดการระบาด และ 4.การสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรมุ่งเน้นการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ 550 แปลงใน 76 จังหวัด เพื่อช่วยเพิ่มอำนาจในการต่อรอง และลดต้นทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ขณะที่ สงกรานต์ ภักดีคง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้กรมส่งเสริมการเกษตรยังดูแลเกษตรกรตามโครงการบูรณาการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของรัฐบาล ใน 2 มาตรการ ได้แก่ มาตรการที่ 1 เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรเป็นรายบุคคล โดยการสนับสนุนความรู้และปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วนั้น มีเกษตรกรในพื้นที่ 22 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา จำนวน 155,183 ครัวเรือนและมาตรการที่ 4 เน้นการทำงานในรูปแบบ “ประชารัฐ” โดยเกษตรกรเสนอแผนชุมชนที่ต้องการขึ้นมา แล้วรัฐให้การสนับสนุน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริงในทุกๆ พื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง
“ขณะนี้มีโครงการที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณแล้ว 8,172 โครงการ งบประมาณรวม 4,555.98 ล้านบาท เกษตรกรได้รับประโยชน์รวมไม่น้อยกว่า 2.5 ล้านครัวเรือน เกิดการสร้างรายได้จากการจ้างแรงงานรวมไม่น้อยกว่า 1,350 ล้านบาท 7,110 ชุมชน เกิดการพัฒนาในการร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและหาแนวทางแก้ไข ในชุมชนด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนเอง สำหรับการลงพื้นที่ จ.ระนอง พบว่า เกษตรกรดีใจที่ได้รับงบสนับสนุนเพื่อต่อยอดอาชีพ สร้างรายได้ในช่วงแล้ง” รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวทิ้งท้าย
-------------------
ประเดิมงานถ่ายทอดเทคโนฯ ที่ “บางไทร”
กระทรวงเกษตรฯ จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีพร้อมกันทุกอำเภอทั่วประเทศ จำนวน 882 จุด เพื่อรับการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2559 ดีเดย์แห่งแรกที่ศูนย์เรียนรู้ฯ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่ 27 พฤษภาคม นี้
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ก่อนที่กรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นการก้าวเข้าสู่ฤดูการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ของเกษตรกรปี 2559/60 นั้น จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ บูรณาการและเตรียมพร้อมให้บริการเกษตรกรตามบทบาทภารกิจ โดยกิจกรรมหนึ่ง คือ การจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) เพื่อเตรียมพร้อมเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2559 ที่หวังกระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่ด้วยการใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งเผยแพร่ให้เกษตรกรรู้จักและใช้ประโยชน์จากศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรที่มีอยู่ โดยเตรียมจัดเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อให้เป็นต้นแบบแห่งแรกวันที่ 27 พฤษภาคม นี้ ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา และเตรียมขยายผลให้ครบทุก ศพก. ในแต่ละอำเภอ อำเภอละ 1 จุด รวม 882 แห่งทั่วประเทศ
-------------------
(รัฐผนึกหน่วยงานบูรณาการภาคเกษตร ติวเข้ม 'เกษตรกร' สร้างอาชีพเสริมรายได้ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



