
มาเที่ยวช้าไปหน่อย...โครเอเชียสวยจัง
มาเที่ยวช้าไปหน่อย...โครเอเชีย สวยจัง : ชิค & ชิล โดย ดวงจำปา
ใครเคยไป ก็บอกว่า โครเอเชีย...สวยมากและโรแมนติก ในที่สุดก็ตัดสินใจเมื่อฟังพี่สาวที่ไปแล้วย้ำเล่าว่า ประเทศนี้สวยมากๆ
ปกติการจะไปเที่ยวที่นี่ มีทั้งที่ไปเองคือซื้อตั๋วเครื่องบิน ทำวีซ่า จองโรงแรมแล้วก็ไปโลด มักทำในกรณีที่เดินทางกับลูกๆ หรือเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คน และอีกแบบหนึ่งคือไปกับคณะทัวร์ที่ร่วมเที่ยวด้วยกันมาจนคุ้นเคยรู้ใจ รู้แนวกันพอสมควร ซึ่งจะประสานกับบริษัททัวร์เจ้าประจำให้จัดการทุกเรื่อง ตลอดจนดูแลเรื่องราคาและพาไป ดูแลตั้งแต่ต้นจนจบเฉพาะคณะของเรา มีทัวร์อีกชนิดหนึ่งเป็นที่นิยมกันมาเนิ่นนาน เรียกกันว่าทัวร์หน้าร้าน ที่มักโฆษณาตามสื่อ โดยบริษัทนำเที่ยวเป็นผู้กำหนดโปรแกรมเที่ยว รวมทั้งวันเวลาและราคาไว้เรียบร้อย นักท่องเที่ยวที่สนใจก็สมัครไปได้เลย แต่อาจจะมีหมายเหตุไว้ว่าบริษัทนำเที่ยวสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการเดินทางหากมีผู้สนใจน้อยกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ เพราะนั่นหมายถึงความไม่คุ้มทุน)
นอกจากนี้ ยังมีการเที่ยวแบบซื้อทัวร์จากบริษัทนำเที่ยว ทางบริษัทนำเที่ยวจะส่งลูกทัวร์ไปยังบริษัทที่ดำเนินการพาเที่ยว ร่วมคณะกับนักท่องเที่ยวที่ซื้อทัวร์มาจากอีกหลายๆ บริษัท เรียกว่า โฮสเซลส์
เพื่อนๆ ในคณะต่างก็ไป โครเอเชียกันมาหมดแล้ว ไปโครเอเชียเที่ยวนี้ เลยไปแบบทัวร์หน้าร้าน แต่ก็เป็นบริษัทเจ้าประจำ ราคาทัวร์ลักษณะนี้ถูกกว่าทัวร์ที่จัดเฉพาะคณะ
สายการบินออสเตรียไปเวียนนาออกดึกดื่นเช่นเดียวกับไฟลท์ไปยุโรปส่วนใหญ่ จากเวียนนาจะต่อเที่ยวบินสั้นๆ ไปลงที่กรุงซาเกร็บ เมืองหลวงของโครเอเชีย
การมาเที่ยวแบบถึงที่หมายเช้าแล้วขึ้นรถไปเที่ยวเลย กว่าจะได้เข้าโรงแรมก็เย็นค่ำนี้ ไม่เหมาะกับคนอายุมากอีกแล้ว เดี๋ยวนี้ทัวร์ญี่ปุ่นก็เป็นแนวนี้เช่นกัน
จากสนามบินเวียนนาไปซาเกร็บ ใช้เวลาบินไม่ถึงชั่วโมง สนามบินซาเกร็บเป็นสนามบินเล็กๆ รถไปรับที่เครื่องบินแล้วพามาส่งหน้าเทอร์มินอล เดินเข้าไปไม่กี่เมตร ก็พบ ตม. รอตรวจอยู่ หยิบพาสปอร์ตกันแทบไม่ทัน เปิดหน้าที่มีวีซ่าให้พร้อมตามคำสั่งหัวหน้าทัวร์ อ้าว! ไหงเป็นวีซ่าเข้าประเทศสาธารณรัฐฮรวัทสก้า (Republika Hrvatska) ไปเสียนี่ แต่ไม่ต้องตกใจเพราะโครเอเชียเป็นชื่อที่พวกเยอรมันใช้เรียกเนื่องจากสะดวกลิ้นกว่านั่นเอง
แลกเงินที่สนามบินเป็นสกุลคูนาของเขา เงิน 1 คูนาประมาณ 5-6 บาท ซึ่งคูนาเป็นสัตว์สี่เท้าคล้ายหมาจิ้งจอก สมัยโบราณเขาใช้ขนของตัวคูนาในการแลกเปลี่ยนสินค้า เลยเอาชื่อมาเป็นสกุลเงินเสียเลย
โครเอเชีย เล็กกว่าเมืองไทยสิบเท่า น่าเที่ยวทุกเมือง
เหยียบแรกออกจากสนารมบินที่เล็กกะทัดรัดของกรุงซาเกร็บ นครหลวงโครเอเชีย เห็นสวนสาธารณะตั้งอยู่ตรงข้ามก็ประทับใจทันที ออกจากสนามบินตรงเข้าเมืองไปเช็กอินโรงแรมเพื่อล้างหน้าล้างตา หลายคนว่องไวสามารถอาบน้ำได้ทัน แล้วออกมาเที่ยวชมเมือง เริ่มต้นที่จัตุรัส Ban Jelacic มีอนุสาวรีย์ของท่านผู้นี้ซึ่งเคยเป็นผู้นำเรียกร้องเอกราชจากฮังการีเมื่อก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ตั้งอยู่ย่านเมืองเก่าแบ่งเป็นเขต Upper Town และ Lower Town มีไกด์ท้องถิ่นนำชมเมือง
เนื่องจากหัวหน้าทัวร์เกริ่นไว้แต่แรกว่าเมืองนี้มีไอศกรีมอร่อย พอเดินผ่านร้านไอศกรีมร้านแรกก็หยุดกินกันทันที
เมืองตั้งบนไหล่เขาชื่อ เมดเวดนิก้า (Medvednica) จึงได้ขึ้นรถไฟฟ้าระยะทางสั้นๆ ประมาณขึ้นไปเขาวัง ที่เพชรบุรี ไปชมโบสถ์สไตล์นีโอ-โกธิคชื่อ เซนต์สตีเฟ่น อายุราว 800 ปี จากนั้นไปตลาดกลางแจ้งขายของสด ผัก ผลไม้ เลยซื้อสตรอเบอร์รี่ติดไม้ติดมือมาชิม
เมืองเก่านี้มีกำแพงหินล้อมรอบเช่นเดียวกับทุกๆ เมืองในยุคโบราณ และยังเหลือบางส่วนให้ได้ชม รวมทั้งประตูเมืองเรียกว่า Stone Gate
มีเรื่องอัศจรรย์แสดงความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระแม่มารี เมื่อเกิดไฟไหม้ใหญ่ในปี ค.ศ.1731 ภาพพระแม่มารีรอดจากการถูกเผา ทุกวันนี้มีคนไปเคารพขอพรกันเนืองๆ
เดินต่อไป จัตุรัสเซนต์มาร์ค มองเห็นกระเบื้องหลังคาปูเป็นลวดลายตาหมากรุกแดงขาวของ โบสถ์เซนต์มาร์ค แต่ไกล จนมั่นใจว่าถึงโครเอเชียแน่ๆ แล้ว ด้านข้างโบสถ์เซนต์มาร์คเป็นที่ตั้งอาคารรัฐสภาที่เรียกว่า Sabor
แต่ก่อนที่จะเดินไปถึงโบสถ์เซนต์มาร์ค จะผ่าน พิพิธภัณฑ์คนอกหัก (Museum of Broken Relationships) กระแทกสายตาคนเคยอกหักเป็นอย่างยิ่ง แต่ทัวร์เขาไม่มีเวลาให้แวะเข้าไปดู จึงได้แต่ถ่ายรูปด้านนอกตัวอาคารมา ว่ากันว่า คู่รักที่เลิกรากันไป โดยฝ่ายหนึ่งยังทิ้งสิ่งของส่วนตัวไว้ ฝ่ายที่มีสิ่งของเหล่านั้นจึงริเริ่มเอามาเก็บไว้เป็นพิพิธภัณฑ์พร้อมคำอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับสิ่งของนั้นๆ ต่อมามีคนนำมาเพิ่มเติม ก็แปลกดี
ชมสถานที่สำคัญกันแล้วก็เดินเล่นไปเรื่อยๆ รอเวลาอาหารเย็น บ้านเมืองสะอาดเรียบร้อยไม่มีเศษขยะบนถนน แต่พวกที่ชอบวาดรูปบนผนังตึกที่เรียกตัวเองว่า “กราฟิตี้” นั้นมีทั่วไป อากาศดี ดอกไม้สวยพอมีให้เห็น แต่ก็เหนื่อยจากการเดินทาง อยากกลับไปนอนพักที่โรงแรมเร็วๆ เสียแล้ว
นี่แค่เมืองแรก ยังมีหมู่บ้านทูรานจ์ (Turanj) และเมืองคาโลวัค (Karlovac) รออยู่อีก



