ไลฟ์สไตล์

'เมฮิโก'ซอฟต์สไตล์โมเดิ์รนเม็กซิกัน

'เมฮิโก'ซอฟต์สไตล์โมเดิ์รนเม็กซิกัน

22 พ.ค. 2559

'เมฮิโก'ซอฟต์สไตล์โมเดิ์รนเม็กซิกัน : ชวนชิม

          พูดถึงอาหารเม็กซิกัน รายไหนรายนั้นออกปากเป็นเสียงเดียวกันว่า มีรสชาติคล้ายๆ อาหารไทย โดยเฉพาะในเรื่องความเผ็ด เพราะประเทศเม็กซิโกนั้นมีพริกอยู่หลากหลายสายพันธุ์ ความเผ็ดร้อนก็แตกต่างกันออกไป และในโอกาสที่ร้าน “เมฮิโก” ฉลองครบ 1 ปี เราจึงขอตามมาอัพเดทสักหน่อยว่าภายในร้านยังคงอบอุ่นไปด้วยบรรยากาศเดิมๆ ซึ่งเน้นออกแบบและตกแต่งให้โปร่งสบายตา ด้านหน้าและระเบียงหลังร้านเป็นกระจกใส ที่ผนังตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นสนุกสนานไปกับโทนสีดำและลายกราฟฟิกสีชมพู ในขณะที่บนเพดานยังคงมีถังเบียร์ไม้ใบเขื่องเป็นส่วนประกอบ สำหรับโต๊ะและเก้าอี้มีทั้งแบบยาวนั่งหลายคนและมาเป็นคู่ แบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนด้านในร้านสไตล์อบอุ่นเหมาะสำหรับมื้อกลางวันหรือจะมากินมื้อค่ำกับครอบครัวก็ดีไปอีกแบบ ส่วนด้านนอกเป็นโอเพ่นแอร์ให้นั่งชิลรับลมธรรมชาติ และโซนสุดท้ายเป็นบาร์ยาวของชาวนักดื่มโดยเฉพาะ

'เมฮิโก'ซอฟต์สไตล์โมเดิ์รนเม็กซิกัน

          หนึ่งปีผ่านมาแน่นอนว่ารายการอาหารย่อมมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ถูกปากนักชิมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทั้งที่เป็น “เม็กซิกันขนานแท้” เน้นวัตถุดิบเม็กซิกันพื้นบ้าน ลดความมันของชีสและความเค็มน้อยลง เพื่อจะช่วยส่งให้รสชาติของอาหารและเครื่องเทศในอาหารชัดเจนขึ้น และ “โมเดิร์นเม็กซิกัน” มีความซอฟต์สอดแทรกความเปรี้ยวให้นักชิมรู้สึกสดชื่นขึ้น นอกจากนี้ยังมีเมนูที่เพิ่มไก่ ปลา อาหารทะเล รวมถึงรายการอาหารมังสวิรัติเข้ามาด้วย อย่างจานออเดิร์ฟมีชื่อว่า เรด เซบีเช่ ซึ่ง ลอว์เรนซ์ คอร์เดส ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อัลดามา ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) เล่าว่า เป็นหนึ่งในอาหารที่ชาวเม็กซิกันนิยมกินมากที่สุด ประกอบด้วย ซีฟู้ด, แตงกวา มะเขือเทศ และพริก เป็นส่วนประกอบหลักคลุกเคล้ากับน้ำซอสรสชาติเปรี้ยวนิดๆ เค็มนิดๆ เผ็ดหน่อยๆ ให้ความสดชื่นสมกับเป็นจานเรียกน้ำย่อย สำหรับเคล็ดลับความอร่อยของจานนี้ประการแรกต้องรีบกินทันทีที่บริกรยกมาเสิร์ฟเพราะความเย็นจะช่วยให้สดชื่นนั่นเอง และที่สำคัญอย่ามัวกระมิดกระเมี้ยนตักใส่ปากที่ละช้อนเด็ดขาด เพราะความอร่อยครบสูตรนั้นต้องยกกระดกให้ส่วนผสมทั้งหมดไหลเข้าปากพร้อมๆ กัน ยิ่งได้เผือกทอดเป็นเครื่องเคียงด้วย...นั่นล่ะใช่เลย

          อีกจานเป็นอาหารว่างกินเล่นๆ ตามแบบฉบับเม็กซิกันขนาดแท้  กริลด์ ชริมพ์ อกัวชิเล่ เสิร์ฟพร้อมชิพและกล้วยดิบทอดกรอบ ชื่อก็บอกชัดๆ อยู่แล้วว่าจานนี้ เอ๊ะ!! ต้องเรียกว่า ครกนี้ มีกุ้งย่างพอให้มีกลิ่นหอมไหม้ๆ เป็นส่วนผสมหลัก ตามด้วย มะม่วงสุก ผักชี หัวแรดิช แตงกวา น้ำมะนาว หั่นฝอย คลุกเคล้ากับน้ำซอสปรุงรส รายการนี้กินง่ายๆ แค่เลือกระหว่างชิพหรือหักกล้วยทอดชิ้นพอคำ จากนั้นจึงนำมาตักส่วนผสมต่างๆ ใส่ปาก..เพราะรสชาติเบาๆ ทำให้กินเพลินคำแล้วคำเล่าจนหมดก็ยังไม่รู้สึกแน่นกระเพาะ

           คนไทยบางคนเข้าใจว่าช็อกโกแลตคือส่วนผสมของขนมหวาน แต่สำหรับชาวเม็กซิโกนิยมนำเอาช็อกโกแลตมาเป็นส่วนผสมในอาหารคาวด้วย อย่างจานหลัก โมเล่ เอนชิลาดา นี้ มีไฮไลท์อยู่ที่ีน้ำซอสซึ่งประกอบด้วย ช็อกโกแลตและเครื่องเทศประจำท้องถิ่นมากถึง 28 ชนิด นำมาเคี่ยวด้วยไฟอ่อนนานถึง 2 วัน และเนื่องจากเครื่องเทศเหล่านี้มีราคาค่อนข้างสูง จึงไม่ค่อยพบรายการอาหารนี้ตามร้านอาหารทั่วไปในประเทศไทย ส่วนไส้สามารถเลือกได้ระหว่างไก่ กับ เห็ด (สำหรับลูกค้าที่รับประทานมังสวิรัติ) นำมาผัดกับน้ำซอสเปรี้ยวจนได้รสกลมกล่อมแล้วห่อด้วยแผ่นแป้งตอติญ่า เสร็จสรรพก็จับมาราดน้ำซอสเครื่องเทศ เสิร์ฟคู่กับข้าวผัดเม็กซิกัน...จานนี้แม้จะแน่นไปด้วยเครื่องเทศถึง 28 ชนิด แต่กลิ่นกลับไม่รุนแรงเท่าอาหารในโลกแถบตะวันออกอย่างบ้านเรา ส่วนขั้นตอนความอร่อยไม่มีอะไรมากแค่ตักข้าวใส่คำ ตัก โมเล่ เอนชิลาดา ใส่ปากคำ

          สำหรับรายที่ชอบกินเนื้อวัว เมื่อเข้ามาในร้าน “เมฮิโก” ไม่ควรพลาดจานย่าง ริบอาย ทาโก้ คิต ทางร้านเลือกใช้เนื้อสดจากออสเตรเลียช่วงระหว่างซี่โครงกับกระดูกสันใน เรียกว่า ริบอาย ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องเหนียวและนุ่ม จะได้ความรู้สึกสองแบบในจานเดียวกัน เมื่อนำมาย่างบนเตาหินลาวา โดยระดับความสุกตามรสนิยมการกินของลูกค้าจะได้เนื้อย่างกลิ่นหอมรสหวานฉ่ำ ความพิเศษของจานนี้เชฟจัดเสิร์ฟมาคู่กับ แผ่นแป้งตอติญ่า, ต้นหอมย่าง, กัวคาโมเล่ ส่วนผสมหลักคือ อโวคาโด้ และโทเรียอโดส์ หอมใหญ่ผัดกับพริกฮาลาพินโญ่ในน้ำมันนิดๆ เมื่อนำทุกอย่างวางลงบนแผ่นแป้ง ก่อนจะห่อให้พอดีคำ ควรการบีบน้ำมะนาวและโรยเกลือเล็กน้อย...อร่อยเพลินหมดจานแบบไม่รู้ตัว

          ในส่วนเมนูของหวาน ผู้จัดการหนุ่มชาวเม็กซิกัน การันตีว่ามีอร่อยไม่น้อยใครในโลกหล้า ทั้ง ชูโรส ฟองดู หรือ เม็กซิกันโดนัท ทำจากแป้งทอดโรยน้ำตาล ตามสไตล์เม็กซิกันขนานแท้เวลาจะกินจึงต้องดิปปิ้งกับช็อกโกแลต เพื่อรสชาติที่ลงตัว นอกจากนี้ยังมี พีนัท คาเจต้า แฟลน สำหรับของหวานจานนี้มีสองขั้วความอร่อยมาให้กินคู่กัน ระหว่างความหวานละมุนของเนื้อมูสที่มีถั่วป่นไม่ละเอียดนักเป็นเทกเจอร์ให้สัมผัสได้ถึงความหวานมันขณะที่อีกฝั่งเป็นไอศกรีมเบอร์รี่รสเปรี้ยวนิดๆ ท็อปปิ้งด้วยเบอร์รี่และเมล็ดธัญพืชใช้ตัดความเลี่ยนจนกลายเป็นความพอดี มาปิดท้ายความหวานอีกจานด้วยช็อกโกแลต เมทด์ พินาต้า โพลเลส ช็อกโกแลต เค้ก  เอาแบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือ เค้กช็อกโกแลตลาวา

          และข่าวดีภายในปีหน้า “เมฮิโก” จะเปิดให้บริการเพิ่มตามหัวเมืองสำคัญ ได้แก่ หัวหิน ภูเก็ต ส่วนที่กรุงเทพฯ เปิดบริการทุกวันที่ กรูฟ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2 ตั้งแต่เวลา 11.00-24.00 น. ครัวปิด 22.30 น. โทรศัพท์สอบถามหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 0-2252-6660...