ไลฟ์สไตล์

'แจ๊ค หม่า'กับการ'โม้'

'แจ๊ค หม่า'กับการ'โม้'

21 พ.ค. 2559

“แจ๊ค หม่า” กับการ “โม้” : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล

 
          จะว่าไปแล้วหลายเดือนที่ผ่านมาผมได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับ “แจ๊ค หม่า” หลายต่อหลายเล่ม ผู้ก่อตั้งอาณาจักร “อาลีบาบา” อันยิ่งใหญ่ที่กำลังเขย่าโลกทุนนิยม และยิ่งในช่วงหลังๆ ยิ่งมีความสนใจในตัวคนคนนี้เพิ่มมากขึ้น เพราะจากการที่ “อาลีบาบา” ของ“แจ๊ค หม่า” ได้เข้ามาซื้อ “ลาซาด้า” คือ “เว็บไซต์” ขายสินค้า “ออนไลน์” ในบ้านเราซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายเป็นอย่างยิ่งครับเพราะเป็นการรุกคืบของ “ทุนใหญ่”จากต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก “จีน” เชื่อว่าบรรดา “โชห่วย” ก็คงล้มอย่างระเนระนาด ไม่ช้าก็เร็วครับ 
 
          สิ่งหนึ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับ “แจ๊ค หม่า” คือ เป็นคนชอบ “โม้” จะทำการ “โม้” ทุกครั้ง ทุกที่ที่มีโอกาส แต่การ “โม้” ของ “แจ๊ค หม่า” นั้นยิ่งใหญ่และลึกซึ้งต่างจากการ “โม้” ของคนทั่วไปแบบเรา ๆ ท่าน ๆ ครับ เพราะเป็นการ “โม้” แล้วลงมือทำตามที่ตัวเองได้ “โม้” เอาไว้ โดยไม่สนใจว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะนำมาซึ่งความสำเร็จหรือล้มเหลว
 
          ผมตีความการ “โม้” ของ“แจ๊ค หม่า” เหมือนกับการตั้ง “เป้าหมาย” ที่ยากมากถึงยากที่สุดและสนุกกับการไล่ล่า ตามหา “เป้าหมาย” แท้จริงแล้ว “แจ๊ค หม่า” เป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่อง “ไอที” น้อยมากครับ เพราะโดย “แบล็คกราว” ที่จบจากโรงเรียนฝึกหัดครูที่ “หางโจว” พอจบมาก็มีอาชีพเป็นล่ามและครูสอนภาษาอังกฤษครับ มีความรู้น้อยนิดเกี่ยวกับ “Software” ที่เป็นระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์รวมทั้งเกี่ยวกับ “อินเทอร์เน็ต” ว่ากันว่าถ้า “โปรแกรม” ไหน “แจ๊ค หม่า” สามารถใช้ได้ ก็เชื่อได้ว่าคนส่วนใหญ่ทั้งโลกก็ต้องใช้ได้ การที่ “แจ๊ค หม่า” วาดฝันที่จะสร้างอาณาจักร “อาลีบาบา” อันยิ่งใหญ่ก็เป็นการ “โม้” ที่มีทั้งคนชื่นชมและคนหมั่นไส้ แต่ “แจ๊ค หม่า” ก็ไม่สนใจครับ มุ่งมั่นทำงานไปตามที่ “โม้”
 
          สำหรับตัวผมเชื่อว่าการ “โม้” นั้นก็คือ “ความฝัน + ความหวัง” อันเป็น “ของฟรี” การ “โม้” จึงเปรียบเสมือนการถ่ายทอด “ความฝัน + ความหวัง” ของเราให้ผู้อื่นได้รับรู้ รับทราบ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมการ “โม้” ซึ่งตัวผมเองแล้วในบางอารมณ์ก็ “โม้” อยู่เรื่อยๆ ทุกครั้ง ทุกที่ที่มีโอกาส ก็มีคนชอบบ้างไม่ชอบบ้างกับการ “โม้” ของ
 
          ผมก็ไม่เป็นอะไรเพราะผมไม่ได้เสียตังค์แต่ประการใดครับ แต่คนส่วนใหญ่ก็กลับรู้สึกละอายที่จะ “โม้” แต่ถ้าคิดอย่างผมหรือคิดอย่าง“แจ๊ค หม่า” ที่เห็นว่าการ “โม้” คือการ “ตั้งเป้าหมาย” ให้กับตัวเองและได้ประกาศเป้าหมายออกไปและลงมือทำตามสิ่งที่ตัวเองโม้อย่างเต็มที่และอย่างทุ่มเท เมื่อเป็นพันธกิจถ้าไม่ทำตามที่ “โม้” ก็จะ “เสียชื่อ” และ “เสียเชิง” จะว่าไปแล้วการที่จะ “โม้” อย่างเป็นจริงเป็นจัง เป็นตุ เป็นตะได้นั้นจะต้องอาศัย “จินตนาการ” ในการ “โม้” เป็นอย่างมากครับ แม้แต่ “ไอน์ สไตน์” ได้เคยกล่าวว่า “จินตนาการนั้นมีค่ามากกว่าความรู้ (และเหตุผล)” อีกครับ
 
          การ “โม้” สำหรับผมแท้จริงแล้วคือ “สะพานเชื่อมโลกแห่งความเป็นจริงกับโลกแห่งจินตนาการ” จะว่าไปแล้วเด็กๆ ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่มีนิสัย “ขี้โม้” กันทั้งนั้นแหละครับ ต่างกันเพียงแค่มากหรือน้อยเท่านั้นครับ พวกเด็ก ๆ จะเล่าเรื่องตาม “จินตนาการ” โดยไม่มีความหวาดกลัวใดๆ และอับอายใดๆ ทั้งยังไม่มีขอบเขตสำหรับ “จินตนาการ” อีกด้วยครับ ในศาสตร์ทาง “มานุษยวิทยา” (Anthropology) บรรดานิยายหรือนิทานปรัมปราที่เล่ากล่าวขานสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ก็มีการ “ใส่สีตีไข่” ก็เป็นการ “โม้” ทั้งนั้นครับ จะว่าไปแล้วในบางอารมณ์บางโอกาสการ “โม้” ก็เป็นเรื่องที่ดีมิใช่น้อย บางครั้งในชีวิตของเราเมื่อถึงคราวตกอับ จนตรอก การ “โม้” อย่างเพ้อฝันถึงวันพรุ่งนี้ที่ดีขึ้นก็เป็นสิ่งเดียวที่ปลอบประโลมจิตใจที่กำลังอ่อนแอพ่ายแพ้ให้มีพลังที่จะยืนหยัดขึ้นมาใหม่ สามารถเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคอย่างทระนงองอาจแบบ “ไม่ยอมแพ้ ก็ไม่พ่ายแพ้” รวมทั้ง “ไม่ล้มเลิกก็ไม่ล้มเหลว” ที่ทำได้ก็เพราะพลังแห่งการ “โม้” นี่แหละครับ ที่ค้ำเราอยู่
 
          “แจ๊ค หม่า” ถือว่าเป็นสุดยอด “นักโม้” ทั้งที่ตัวเองจบจากโรงเรียนฝึกหัดครูก็เหมือน “ราชภัฏ” หรือ “วิทยาลัยครู” บ้านเรานี่แหละครับ จบมาแล้วก็เป็นล่ามแปลภาษาและครูสอนภาษาอังกฤษ ทุกครั้งทุกที่ที่มีโอกาส “แจ๊ค หม่า” ก็จะ “โม้” ถึงศักยภาพโครงข่าย “อินเตอร์เน็ต” ที่ได้ไปเห็นมา ที่ “สหรัฐอเมริกา” ตอนที่ไปทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาจีน ตอนที่ “โม้” ช่วงแรกๆ ก็ล้มลุกคลุกคลานอยู่พักใหญ่ๆ ครับ แต่ไม่มีช่วงเวลาไหนที่ “แจ๊ค หม่า” ไม่ “โม้” ยิ่งสนิทกับ “กิมย้ง” สุดยอด “นักโม้” + “นักเพ้อฝัน” + “นักจินตนาการ” มีปากกาเพียงด้าม
 
          เดียวกับกระดาษก็สามารถแต่งนิยายกำลังภายในได้มากมายหลายเรื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “มังกรหยก” ที่จัดได้ว่าเป็น “มหากาพย์” กำลังภายในที่รู้จักกันทั่วไป แสดงให้เห็นว่าบรรดาพรรคพวกเพื่อนฝูงรอบ ๆ “แจ๊ค หม่า” ก็ล้วนแล้วแต่เป็น “นักโม้” ขั้นเทพทั้งนั้น ดังนั้นอย่าตีความคำว่า “โม้” ผิดไปนะครับ เพราะ “โม้” ในความหมายของผมสั้นๆ คือ “การตั้งเป้าหมายโดยใช้จินตนาการที่ไร้ขอบขีดจำกัด” จึงทำให้ เป็นการตั้งเป้าหมายที่ทำได้ยากยิ่ง มีความสลับซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นก็ไม่แปลกใจครับว่าคนส่วนใหญ่ไม่กล้า “โม้” เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าจะทำตามที่ตัวเองโม้ได้ยากเป็นอย่างยิ่งครับ
 
          ผมก็เป็น “นักโม้” ครับ แต่ในบางอารมณ์บางโอกาสก็มักจะถูกคนรอบข้างแอบหมั่นไส้บ้างเล็กน้อยว่าเป็น “ไอ้ขี้โม้” แต่บรรดาคนที่ผมรู้จักหลายคนที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในชีวิต ก็ล้วนแล้วแต่เป็น “คนขี้โม้” ทั้งสิ้น และที่สำคัญคือ บรรดา “นักโม้” เหล่านี้สามารถทำได้สำเร็จตามที่ได้โม้เอาไว้ หากท่านผู้อ่านรู้สึกสับสนมึนงงกับชีวิตและสับสนกับอนาคต คิดอะไรไม่ออกบอกไม่ถูกว่าจะทำอย่างไรก็ลองเริ่มที่จะ “โม้” ดูครับ ในตอนแรก ๆ อาจจะเคอะเขินบ้าง เพราะเป็นการคิดที่จะทำอะไรที่มักจะใหญ่เกินตัว แต่หากท่านที่กล้า “โม้” กล้าลงมือทำตามที่ตัวเอง “โม้” หากสักวันท่านจะประสบความสำเร็จตามที่ท่านโม้ ได้บ้างไม่มากก็น้อยแม้แต่มหาเศรษฐี “ฟอร์ด” ก็ยังสอนให้ “โม้” สอนให้เรา “Think Big !!! ” โดยการคิดให้ใหญ่ ฝันให้ไกล ไปให้ถึง จะว่าไปแล้วสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็ล้วนแล้วแต่ก็เป็นเรื่องของการ “โม้” ล้วนๆ เราน่าจะมาเริ่มต้น “โม้” กันเถอะครับ