ไลฟ์สไตล์

ได้ฤกษ์สร้างเขื่อน'น้ำปี้ชุบชีวิตชาวพะเยา7พันครัวเรือน

ได้ฤกษ์สร้างเขื่อน'น้ำปี้ชุบชีวิตชาวพะเยา7พันครัวเรือน

16 พ.ค. 2559

ได้ฤกษ์เตรียมสร้างเขื่อน'น้ำปี้' ชุบชีวิตชาวพะเยา7พันครัวเรือน : โต๊ะข่าวเกษตร

           ในที่สุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ฤกษ์เตรียมลงเสาเข็มก่อสร้าง “โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” อ.เชียงม่วน จ.พะเยา ภายในต้นปีหน้า โดยตั้งเป้าจะแล้วเสร็จไม่เกินปี 2564 ตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ได้ให้ความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการดังกล่าว และคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 ให้ความเห็นชอบการดำเนินโครงการ ล่าสุดอยู่ระหว่างเตรียมการจ้างประกวดราคาประมูลการก่อสร้างและที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในต้นปี 2560 ที่จะถึงนี้

           สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภค และบริโภค บนพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนบน โดยก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางพิเศษ ปริมาตรความจุ 96 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เขื่อนหัวงานเป็นชนิดคอนกรีตบดอัด (RCC: RollerCompacted Concrete) ความกว้างสันเขื่อน 8.00 เมตร ความยาวสันเขื่อน 810 เมตร สูง 54 เมตร หัวงานเขื่อนตั้งปิดกั้นลำน้ำปี้ที่บริเวณหมู่ 3 บ้านปิน ต.เชียงม่วน อ.เชียงม่วน

           ขณะที่พื้นที่อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตต.เชียงม่วน และมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตต.บ้านพี้ และต.สวด อ.บ้านหลวง จ.น่าน ส่วนระบบชลประทานเป็นระบบท่อ ความยาวรวม 75 กิโลเมตร ใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 3,981 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ตั้งแต่ปี 2559-2564 ตามโครงการจะสามารถช่วยให้ผู้ที่อยู่ตามลุ่มน้ำยมตอนบนพื้นที่ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา มากกว่า 7,153 ครัวเรือน มีใช้เพื่อการเกษตร หลังจากต้องผจญกับ “ภัยแล้ง-ขาดแคลนน้ำ” มานานหลายสิบปี

           ล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงถึงความคืบหน้าและประโยชน์ที่จะได้จากการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริว่า หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานของโครงการ บริเวณอ.เชียงม่วน จ.พะเยา จำนวน 2.8 หมื่นไร่ และส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่น้ำยมในช่วงฤดูแล้งได้อีกถึง 3.5 หมื่นไร่ รวมทั้งมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ด้านน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคมากถึง 5.5 หมื่นไร่ ครอบคลุม 7,153 ครัวเรือน 34 หมู่บ้าน ใน 3 ตำบลของ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา ประกอบด้วย ต.เชียงม่วน ต.บ้านมาง ต.สระ และบริเวณท้ายน้ำของแม่น้ำยม ซึ่งตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างหนักในช่วงฤดูแล้งและฝนทิ้งช่วง

           ด้าน นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่า โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้ เป็นโครงการที่ราษฎรในเขต อ.เชียงม่วน ร้องเรียนขอความช่วยเหลือมาตั้งแต่ปี 2519 เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกอย่างหนักในช่วงฤดูแล้งและฝนทิ้งช่วง ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชวินิจฉัยให้ดำเนินการ กรมชลประทานจึงเริ่มพิจารณาโครงการและจัดทำรายงานเบื้องต้น โดยตามแผนเดิมกำหนดความจุอ่างเพียง 27 ล้าน ลบ.ม. เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งอย่างเดียว แต่จากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำยมขึ้นมาหลายครั้ง โดยเฉพาะเหตุอุทกภัยเมื่อปี 2554 กรมชลประทานจึงได้ศึกษาทบทวนเพิ่มปริมาณการเก็บกักน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำท่าในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อช่วยตัดยอดน้ำที่จะไหลบ่าลงสู่ลุ่มน้ำยมตอนล่างในช่วงฤดูฝนเพื่อป้องกันน้ำท่วมได้อีกประมาณเกือบ 100 ล้าน ลบ.ม. ตามแผนโครงการในปัจจุบัน

           ดังนั้น เมื่อการก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จจึงไม่ใช่เพียงแค่ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำให้แก่ประชาชนจำนวนกว่า 7 พันครัวเรือนใน อ.เชียงม่วน เท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยในการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่างบางส่วน และอาจรวมถึงการผลิตกระแสไฟฟ้าในอนาคตได้อีกด้วย

           ก็นับเป็นความคืบหน้าอีกหนึ่งโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะบรรเทาปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ หากโครงการนี้แล้วเสร็จเกษตรกรจะมีแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคในพื้นที่หลายหมื่นไร่