
หมุนรอบโลกนักอ่าน...
15 พ.ค. 2559
อมหมึกเคี้ยวกระดาษ : หมุนรอบโลกนักอ่าน... สถาพรบุ๊คส์ ชูสามวรรณกรรมแปลจาก ไต้หวัน : [email protected]
หลังจากนำวรรณกรรมชื่อดังอย่าง “อาร์ทิมิส ฟาวล์” ของผู้เขียน โอเว่น โคลเฟอร์ ชาวไอร์แลนด์มาแปลใหม่โดย พลอย โจนส์ กันแล้ว “สถาพรบุ๊คส์” เอาใจคอวรรณกรรมฝั่งตะวันออกบ้าง ส่งสามเรื่องรสชาติจิ๊ดจ๊าดจากไต้หวันมาชิมลาง
ฟังที่มาที่ไปจาก เจติยา โลกิตสถาพร ผู้จัดการฝ่ายลิขสิทธิ์ต่างประเทศ บริษัท สถาพรบุ๊คส์ จำกัด กันสักหน่อย
“เราต้องการเพิ่มความหลากหลายของแนวหนังสือให้เป็นทางเลือกแก่ผู้อ่านของเราค่ะ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2550 เราเคยทำนิยายแปลจากไต้หวันเรื่อง ราชาแห่งราชัน แล้วก็ดังมาก จนกลายเป็นต้นแบบของนิยายแนวเกมออนไลน์ของนักเขียนไทยหลายคน แต่ถัดมาก็ขาดช่วงไประยะหนึ่ง เนื่องจากไม่มีคนดูแลงานแปลอย่างจริงจัง พอเน็ตเรียนจบกลับมาดูแลฝ่ายลิขสิทธิ์ ก็เลยเริ่มกลับมาทำงานแปลอีกครั้ง"
และจากนโยบายที่ว่าต้องการเพิ่มความหลากหลายให้ผู้อ่าน เธอจึงเลือก 3 แนวที่ไม่ซ้ำกัน อย่างแนวแฟนตาซี Comedy เรื่อง Residence of Monsters ก๊วนปีศาจอลเวง เขียนโดย หลันฉีจั่วเริ่น แนวสืบสวน-สอบสวน เรื่อง Absolute Zero สืบสยอง เขียนโดย ฝานหลั่ว และแนวสยองขวัญ คือเรื่อง Devil Academy โรงเรียนปีศาจ เขียนโดย หลิงจิง
มาพูดคุยเจาะใจกับสามสาวนักแปลกันบ้าง...เริ่มด้วยสาวเปรี้ยว “จิ้งจอกธารา" กับงานแปล Residence of Monsters เธอเล่าให้ฟังถึงเหตุที่ชอบการแปลนั้น เพราะชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก เติบโตมากับวรรณกรรมแปลอย่าง “นาร์เนีย”, “โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง”, “คาราวานนางฟ้า” และหนังสือแทบทุกเล่มของโรอัลด์ ดาห์ล
“ตอนนั้นชอบสำนวนแปลของคุณผุสดี นาวาวิจิต และคุณสุทธิ โสภามาก อ่านแล้วเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในโลกอีกใบจริงๆ ต่อมาก็เริ่มคิดว่านักแปลเป็นอาชีพที่เยี่ยมมาก เพราะได้อ่านหนังสือที่ชอบ แล้วก็ถ่ายทอดสิ่งที่เราชอบให้คนอื่นได้อ่านด้วยกัน”
สำหรับ Residence of Monsters นั้น จิ้งจอกธาราบอกว่า เป็นหนังสือที่อ่านแล้วอารมณ์ดีมาก แปลไปก็ขำไป สนุกมาก ที่สำคัญคือผู้เขียนสร้างตัวละครได้ดีและมีเสน่ห์ทุกตัว อ่านแล้วรู้สึกรักตัวละครทุกตัวโดยไม่รู้ตัวเลยทีเดียว
จิ้งจอกธารา บอกต่อว่า จุดเด่นอีกอย่างคือเรื่องของมิตรภาพและการมองโลกในแง่ดี เป็นเรื่องที่เหมาะกับโลกยุคปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่ค้นหาจุดสมดุลระหว่างการเอาตัวรอดในโลกแห่งการแข่งขันกับการเชื่อในความดีและความบริสุทธิ์ใจของเพื่อนมนุษย์
มาที่สาวน่ารัก Rami ผู้แปล Absolute Zero สืบสยอง ว่ามาแปลเรื่องนี้กับเขาได้ยังไง
“ก่อนอื่นต้องมีใจรักก่อน ที่สำคัญต้องมีความรู้ทางด้านภาษาอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งภาษาต้นทาง และภาษาปลายทาง เพื่อที่จะได้ถ่ายทอดสิ่งที่ต้นฉบับต้องการสื่อได้อย่างเหมาะสมและสละสลวย และต้องขยันอ่านหนังสือหาความรู้เพิ่มเติมด้วยค่ะ เพราะในนิยายแต่ละเล่มอาจจะพูดถึงข้อมูลที่เราไม่เคยรู้มาก่อน จึงต้องพยายามขวนขวายหาข้อมูลเพื่อจะได้แปลอย่างถูกต้อง"
ยังมีเคล็ดลับที่สาวนักแปลบอกอีกว่า ควรฝึกแปลบ่อยๆ และต้องรู้จักสังเกตหรือพลิกแพลงด้วย เนื่องจากบางคำไม่ได้ตรงกับภาษาไทยเสมอไป เราต้องคิดก่อนว่าควรใช้แบบไหนจึงจะเหมาะสมกับบริบท บางทีอาจเจอศัพท์แสลง ซึ่งถ้าเราแปลตรงตัวจริงๆ ความหมายอาจกลายเป็นคนละเรื่องเลยก็มี
ส่วนความประทับใจในเรื่องนี้ Rami บอกว่าชอบตรงที่เอาตำนานโบราณของจีนมาเป็นธีมในแต่ละตอน เล่มแรกตอน ศพนางฟ้า จะพูดถึงตำนานเกี่ยวกับภาพเฟยเซียน (เทพธิดาร่ายรำ) คล้ายผนังถ้ำตุนหวงหรือความเชื่อเรื่องการบรรลุเป็นเซียน เล่มสอง ตอน ศพซ่อนกระบี่ก็อ้างถึงตำนานกระบี่ไส้ปลา หรือนักฆ่าจวนจูที่เอากระบี่ซ่อนในท้องปลาเพื่อลอบสังหารอ๋องเหลียว ส่วนเล่มสาม ตอน ศพคืนชีพ ก็เอาตำนานเกี่ยวกับผีดิบจีนมาอ้างอิง
สุดท้ายไปที่สาวขี้อายชอบเก็บตัว "กอหญ้า" ผู้แปล Devil Academy โรงเรียนปีศาจ ถึงความยากของการแปลวรรณกรรมจีน โดยเธอบอกว่า ความยากอยู่ที่ต้องแปลมุกตลกทางภาษา เช่น การเล่นคำ เล่นเสียง หรือการแปลเนื้อหาที่ผู้อ่านต้องรู้วัฒนธรรมจีนถึงจะเข้าใจ ตรงนี้หากจำเป็นอาจใส่เชิงอรรถขยายความ แต่พอเป็นนิยาย โดยเฉพาะบทพูด พอมีเชิงอรรถมากๆ ก็อาจทำให้ขาดอรรถรสหรือหมดสนุกได้
“บางครั้งเลยต้องเลือกระหว่างการถ่ายทอดความหมายหรือถ่ายทอดอารมณ์ แน่นอนว่าที่ดีที่สุดก็คือการแปลออกมาโดยคงไว้ได้ทั้งสองอย่าง ซึ่งตรงนี้แหละที่ยากที่สุดค่ะ”
สำหรับความประทับใจในเรือง Devil Academy กอหญ้าบอกว่า ชอบในความสมจริงของตัวละคร ซึ่งมีครบทุกมิติ รัก โลภ โกรธ หลง อาจทำถูกบ้างผิดบ้างได้เหมือนเราๆ ทั่วไป
แฟนคลับวรรณกรมแปลก็ติดตามกันไปเรื่อยๆ หมุนตามโลกนักอ่านอยู่ตลอดเวลา จึงเชื่อได้ว่า จะมีหนังสือที่เรารักเราชอบและอยากอ่านรออีกมากมาย...



