ไลฟ์สไตล์

บ้านต้านแผ่นดินไหว ไม่ยาก ไม่แพง

บ้านต้านแผ่นดินไหว ไม่ยาก ไม่แพง

13 พ.ค. 2559

ลุงแจ่มเตือนภัย : บ้านต้านแผ่นดินไหว ไม่ยาก ไม่แพง

 
                    หลังครบรอบ 2 ปี แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของประเทศไทยที่เชียงราย คณะนักวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้ลงพื้นที่สำรวจพบว่า ชาวบ้านบางส่วนยังสร้างบ้านแบบเดิมเพราะกลัวเสียเงิน บ้างก็ขาดแคลนทุนทรัพย์ ขณะที่บางหลังที่เสียหายก็ยังซ่อมแซมแบบไม่ถูกต้อง ซึ่ง ศ.ดร.อมร พิมานมาศ หัวหน้าโครงการเผยแพร่ความรู้งานวิจัยเรื่อง “การออกแบบ ก่อสร้างและเสริมความมั่นคงอาคารบ้านเรือนต้านแผ่นดินไหวสู่วิศวกรและชุมชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว” ชี้ว่า การก่อสร้างให้มั่นคงตั้งแต่แรกนั้น ประหยัดกว่าการซ่อมภายหลังมาก ซึ่งการเสริมโครงสร้างก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเพียงร้อยละ 5-10 จึงอาจตัดลดค่าตกแต่งแทนก็ได้ หากมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณจริงๆ
 
                    จากการติดตามลงพื้นที่ของทีมงานลุงแจ่ม เห็นว่าการปรับปรุงบ้านเพื่อต้านแผ่นดินไหวนั้นไม่ยากและไม่แพง โดยบ้านที่สร้างแบบยกพื้น ไม่ว่าจะใต้ถุนสูงหรือเตี้ย ใช้วิธีพอกเสริมเสา โดยตั้งเหล็กเส้นแล้วผูกเหล็กปลอกให้ถี่ เพราะเหล็กปลอกที่รัดรอบเหล็กเส้นจะช่วยโอบเนื้อปูนไว้ เมื่อมีแรงมากระทำก็จะหลุดออกยาก ซึ่งเสาจะเป็นทรงกลมหรือเหลี่ยมก็ได้ แต่ถ้าไม่เป็นสี่เหลี่ยมก็ต้องเสริมเป็นตัว T หรือ + เพื่อให้รับแรงได้ 2 ทาง เนื่องจากมิอาจทราบว่าแรงจากแผ่นดินไหวนั้นจะมาจากทิศทางใด ทั้งนี้หากไม่สามารถหาไม้แบบเพื่อเทปูนได้ก็อาจตั้งเหล็กเส้นแล้ววางอิฐบล็อกล้อมเสา จากนั้นจึงเทปูนลงไป ซึ่งวิธีนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นช่างก็สามารถเสริมความแข็งแรงให้บ้านเองได้
 
                    สำหรับบ้านกึ่งไม้กึ่งปูน ข้อดีคือ น้ำหนักจะเบากว่า แต่ที่ต้องเสริมเพิ่มคือจุดเชื่อมต่อระหว่างคานไม้กับเสา โดยควรใช้นอตขนาดใหญ่และเพิ่มจำนวนเป็นอย่างน้อย 4 ตัว ส่วนรอยต่อคานก็ควรใช้แผ่นเหล็กประกบให้แน่นหนา เพราะเสาแข็งแรงแต่คานและจุดเชื่อมต่อเปราะบาง เมื่อเกิดเหตุตัวบ้านอาจพังเหลือแต่เสา
 
                    นอกจากเสา คานแล้ว ผนังยังเป็นอีกจุดที่เสียหาย นักวิจัย สกว.แนะนำให้เสริมตะแกรงเหล็กฉีก ยึดกับผนังเดิมและทำสลักยึดเสา จากนั้นฉาบทับ ค่าใช้จ่ายไม่เกิน 400 บาทต่อตารางเมตร โดยผนังที่เสริมแล้วยังช่วยแบ่งเบาการรับแรงของเสาได้ด้วย รู้แบบนี้แล้วลุงแจ่มก็อยากให้หันมาปรับปรุงบ้านเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ส่วนอาคารที่มีคนมากมายอย่างโรงเรียนควรทำอย่างไร ติดตามตอนต่อไป