ไลฟ์สไตล์

เปิดโครงข่ายแผนพัฒนา'ลุ่มน้ำยม'แก้'ท่วม-แล้ง'ซ้ำซากกรุงเก่า

เปิดโครงข่ายแผนพัฒนา'ลุ่มน้ำยม'แก้'ท่วม-แล้ง'ซ้ำซากกรุงเก่า

09 พ.ค. 2559

เปิดโครงข่ายแผนพัฒนา'ลุ่มน้ำยม'แก้'ท่วม-แล้ง'ซ้ำซากเมืองกรุงเก่า : สุรัตน์ อัตตะรายงาน

             จากแนวพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานไว้เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2535 ในการบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งซ้ำซากของ จ.สุโขทัย แบบยั่งยืนนั้นจะต้องมีการดำเนินการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบครบวงจร ทั้งการก่อสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ อ่างเก็บน้ำสาขาของแม่น้ำยม การผันน้ำระหว่างลุ่มน้ำ ตลอดจนการขุดลอกคูคลอง หนอง บึงเพื่อกักเก็บน้ำและระบายน้ำในช่วงหน้าน้ำหลาก รวมทั้งผันน้ำจากแม่ปิงเข้ามาในช่วงหน้าแล้ง ประกอบกับผลกระทบจากการเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ทำให้รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้มอบให้กรมชลประทานร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาประกอบด้วย ทีมคอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมนเนจเม้น และทีดับเบิลยูไอ คอนซัลแตนส์ ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมแก้มลิงพื้นที่ลุ่มต่ำเหนือ จ.นครสวรรค์ ขึ้นไป ให้เป็นพื้นที่เก็บกักน้ำหลากชั่วคราวในช่วงที่เกิดอุทกภัยและแก้ไขปัญหาการขาดน้ำในฤดูแล้ง โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 และจะแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2559
            
             ล่าสุด ดร.สมเกียรติ ประจำวงศ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนการพัฒนาป้องกันน้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซากใน จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำแห่งชาติ ประกอบไปด้วย โครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงทุ่งทะเลหลวง ต.บ้านกล้วย อ.เมือง  ประตูระบายน้ำแม่น้ำยมตั้งอยู่บริเวณบ้านหาดสะพานจันทร์ ต.ป่ากุมเกาะ อ.สวรรคโลก และโครงการปรับปรุงฝายกั้นน้ำคลองตาดินเพื่อผันน้ำหลากจากแม่น้ำยมเข้าทุ่งตามหลักการบริหารจัดการน้ำโดยใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อลดปริมาณน้ำเข้าสู่ตัวเมืองสุโขทัย
           
             สำหรับ จ.สุโขทัยนั้นเป็นพื้นที่ตอนกลางของแม่น้ำยมที่มีต้นกำเนิดใน จ.พะเยา และสิ้นสุดที่จ.นครสวรรค์ รวมระยะทางประมาณ 735 กิโลเมตร  โดยในช่วงที่พาดผ่านสุโขทัยมีความยาวประมาณ 170 กิโลเมตร มีสิ่งก่อสร้างที่เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการในตัวลำน้ำยม ประกอบไปด้วย ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ ฝายยางคลองกระจง ฝายยางเกาะวงเกวียน ประตูน้ำบ้านยางซ้าย ฝายยางบ้านกง และประตูระบายน้ำบ้านวังสะตือ  ส่วนสภาพทางกายภาพช่วงบนของลำน้ำจะมีความลาดเทสูง มีความกว้างน้ำไหลผ่านมากกว่าตอนกลาง กล่าวคือช่วงบนจะมีความจุของน้ำประมาณ 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที หาดสะพานจันทร์ 1,800 ลบ.ม.ต่อวินาที อ.สวรรคโลก 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที ศรีสำโรง 800 ลบ.ม.ต่อวินาที เข้าสู่อ.เมืองสุโขทัย 550 ลบ.ม.ต่อวินาที หลังจากยางซ้ายไปแล้วจะเหลือประมาณ 300 ลบ.ม.ต่อวินาที
       
             “ถ้าน้ำผ่านตัวเมืองเกิน 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที ถือว่าวิกฤติ เบื้องต้นให้ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์หน่วงน้ำไว้ก่อนแล้วทดไปยังยมฝั่งขวาลงลำน้ำน่านระยะทางน้ำไหลผ่านประมาณ 44 กม. อีกทางไปลงยมเก่าที่บ้านใหม่โพธิ์ทองระยะทาง 90 กม. ส่วนด้านหน้าประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์จะมีหมู่บ้าน 22 หลังคาเรือนก็จะยกคันดินให้สูงขึ้นเพื่อไม่ให้ถูกน้ำท่วม ตอนนี้ทำเสร็จแล้ว  คาดว่าปีนี้จะเป็นปีแรกที่บริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้” มงคล สุภากาย ผอ.โครงการชลประทานสุโขทัย อธิบายแผนบริหารจัดการลุ่มน้ำยมแก่ผู้บริหารกรมชลประทานและคณะสื่อมวลชนที่ลงพื้นที่ดูความคืบหน้าการดำเนินงาน
            
             จากนั้น ดร.สมเกียรติ กล่าวเสริมว่า สิ่งที่เราพยายามทำใน จ.สุโขทัย ด้วยการเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำเข้าลำน้ำสาขาให้มากที่สุด ส่วนหนึ่งไปลงแก้มลิงเดิม อีกส่วนก็ไปแก้มลิงใหม่ โดยมีเป้าหมายให้สุโขทัยรอดพ้นจากภาวะวิกฤติน้ำท่วมและสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง โดยพื้นที่แก้มลิงใหม่นั้นอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมทั้งพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ทางธรรมชาติ พร้อมทั้งการปรับระบบการปลูกพืชใหม่เพื่อรองรับน้ำดังกล่าวด้วย ขณะนี้สำนักโครงการชลประทานที่ 3 และ 4 ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ดังกล่าวกำลังดำเนินการแผนงานเพื่อบูรณาการตามแผนจัดการน้ำแห่งชาติต่อไป
          
             ขณะที่ ปิติ แก้วสลับสี ผู้ว่าราชการจังหสัดสุโขทัย ยอมรับว่า การบริหารจัดน้ำในจ.สุโขทัยเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เฉพาะแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งเท่านั้น แต่จะต้องเก็บกักน้ำไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรด้วย เพราะสุโขทัยมีพื้นที่ทำการเกษตรมากถึง 4.2 ล้านไร่ เฉพาะนาข้าวประมาณ 1.2 ล้านไร่ ทำรายได้ให้จังหวัดกว่า 5.8 พันล้านบาทต่อปี  ส่วนการท่องเที่ยวเป็นเพียงแค่รายได้เสริมเท่านั้น
            
             “ช่วงที่คนสุโขทัยตื่นเต้นมากประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน เป็นช่วงวิกฤติของน้ำท่วมสุโขทัย  เมื่อ 2 ปีที่แล้วในช่วงที่ท่านนายกรัฐมนตรีรับตำแหน่งใหม่ก็ลงมาดูน้ำที่บ้านกง (ไกรลาศ) เป็นแห่งแรก ถึงตอนนี้ท่านก็ยังถามอยู่เลยว่าสุโขทัยน้ำยังท่วมอยู่หรือเปล่า” ผู้ว่าฯ สุโขทัย เผย พร้อมยืนยันว่าน้ำท่วมยังดีกว่าน้ำแล้งสำหรับจ.สุโขทัย เนื่องจากชาวบ้านยังสามารถจับปลาและทำปลาหมักขายมีรายได้เสริมในช่วงวิกฤติน้ำท่วม โดยเฉพาะอ.กงไกรลาศ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำทางตอนล่าง ชาวบ้านมีอาชีพทำปลาหมักขายกลายเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดส่งออกไปยังต่างประเทศด้วย 
               
             นี่เป็นส่วนหนึ่งของแผนดำเนินการบริหารจัดการน้ำของจ.สุโขทัย โดยกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งอย่างเป็นระบบและครบวงจร อันจะนำมาสู่ความอยู่ดีกินของประชาชนอย่างยั่งยืน ดั่งสมญานามเมืองเก่าจากคำกล่าวที่ว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ที่มีมาแต่โบราณกาล