ไลฟ์สไตล์

เรื่องเล่าจากงานศพชายอนาถา

เรื่องเล่าจากงานศพชายอนาถา

08 พ.ค. 2559

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : เรื่องเล่าจากงานศพชายอนาถา : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 
“วัดจะดีมีหลักฐานเพราะบ้านช่วย
 
บ้านจะสวยเพราะมีวัด ดัดนิสัย
 
บ้านกับวัดผลัดกันช่วยยิ่งอวยชัย
 
ถ้าขัดกันก็บรรลัยทั้งสองทาง"
 
 
        ผมได้ยินกลอนบทนี้มา นานเท่าใด แต่ พ.ศไหนก็จำไม่ได้รู้แต่ว่านานมาก โฆษกวัดทุกคนท่องบทนี้ได้ ถือเป็นบทกลอนยอดนิยม แต่แทบไม่มีใครรู้ว่า ผู้แต่งเป็นใคร
 
        ผมเองก็เพิ่งรู้ ข้อมูลจากหนังสือเล่มหนึ่งที่เพื่อน ผู้เป็น "จิตรกร" แนวเซอร์เรียลิสม์ และเป็นคนใฝ่ในธรรม เอามาฝาก (หนังสือเล่มนี้ชื่อ"กะลาปิดทอง" โดยท่าน "อทึก สวัสดีมงคล" โอกาสหน้าผมจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้อีกครา)
 
        ท่านเจ้าคุณพระธรรมทัศนาธร อดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม ได้เขียนไว้ สมัยเป็นพระศรีสุทัสสมุนี
 
        ผมเองเป็นคน“ติดวัด” ที่ว่า ติดวัด คือ บ้านผมอยู่ใกล้วัด ตอนเรียนที่กรุงเทพฯ ก็เป็นเด็กวัด อาศัยวัดอยู่ 4-5 ปี ปัจจุบันก็ยังมีกิจให้ เข้าวัดอยู่เป็นประจำ คือเข้าไปดูไปชมไปถ่ายรูปไปวาดรูป ไปชมศาสนสถาน โบสถ์ วิหาร ศาลา เจดีย์ บางทีไปดูต้นไม้พูดง่ายๆว่าไปเที่ยววัด แต่บอกตามตรงว่า ไม่เคยเข้าวัดเพื่อไปหาพระ และไม่เข้าวัดเพื่อหาทางดับทุกข์ เพราะในความรู้สึกของผม วัดไม่ใช่สถานที่ที่มีคำตอบทางธรรม
 
        “วัดจะมีหลักฐานเพราะบ้านช่วย” สำหรับคนจน ๆ ไปทำบุญที่วัดทีไรรู้สึกถูกกดดันจากบรรดาโฆษกนี่แหละ แม้จะพูดว่าทำตามกำลังศรัทธา แต่ท่านก็บอกว่า “ทำมากได้มากทำน้อยได้น้อย” ยิ่งประกาศรายชื่อผู้บริจาครายใหญ่อย่างเป็นพิเศษ ก็ยิ่งทำให้ผู้บริจาครายเล็กตัวลีบไปเลย
 
        ในเมื่อวัดส่วนใหญ่มีกิจหลักคือมุ่งหาเงินเข้าวัด ดังนั้น เพื่อนผู้ร่วมทุกข์ทั้งหลาย คงต้องแสวงหาทางดับทุกข์เอาเอง เพราะพระสงฆ์ สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ต้องปฏิบัติกิจขายบุญ และประกอบพิธีกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม อันเป็นหน้าที่ที่ไม่ทำไม่ได้
 
        แต่ผมก็ยังได้เห็นแง่มุมงาม ๆ ในงานศพผู้ยากไร้รายหนึ่ง ศพอนาถา นอนอยู่ในโลง บริจาคที่ทำด้วยไม้อัดชั้นเลว ไม่ถึงกับเป็นศพไม่มีญาติ เพียงแต่ครอบครัวเขายากจนข้นแค้นเหลือเกิน ตั้งศพไว้ 3 คืน คนมาฟังสวดคืนละไม่ถึงยี่สิบคน มีพวงหรีดวางไม่กี่พวง หน้าศพไม่มีดอกไม้สวย ๆ ประดับ พิธีกรรมพิธีการยุ่งยาก ที่ต้องมีรายจ่ายถูดตัดลดทอนลงจนถึงวันฌาปณกิจ
 
        แง่มุมแง่มุมงามงามที่ว่าก็คือ พระสงฆ์ผู้ประกอบพิธีทุกรูป พร้อมใจกันนำเงินที่ได้รับทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มจนสิ้นสุดพิธีกรรมมารวมกัน และมอบคืนแก่เจ้าภาพผู้อนาถา ก็คือ พระรับซองไปแล้วกี่ครั้งกี่ซอง พระก็คืนให้หมด ผมรู้สึกเป็นปลื้มแทบน้ำตาไหล
 
        เรื่องราวอันน่าประทับใจนี้ เกิดขึ้นที่วัดเล็ก ๆ ในชนบท..ก็เล่าให้ฟังน่ะ