
'วิถีไทย' ของ 'เลสเตอร์ ซิตี้'
07 พ.ค. 2559
คลินิกคนรักบ้าน กับ ดร.ภัทรพล : 'วิถีไทย' ของ 'เลสเตอร์ ซิตี้'
ต้องขอแสดงความยินดีกับสโมสร “เลสเตอร์ ซิตี้” (Leicester City) ที่มีฉายาว่า “จิ้งจอกสยาม” (Siamese Foxes) เป็นทีมฟุตบอลเล็กๆ ที่จัดได้ว่าเป็น “ม้านอกสายตา” สามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้วงการฟุตบอลทั้งโลกต้องตกตะลึงด้วยการคว้า “แชมป์พรีเมียร์ลีก” มาครองเป็นการแน่นอนแล้ว ถึงแม้ว่าจะเหลือเกมอีก 2 นัด ที่จะต้องเจอกับ “เอฟเวอร์ตัน” กับ “เชลชี” ถึงแม้จะชนะ, เสมอ หรือแพ้ ก็ไม่มีผลอะไร แม้แต่นายกรัฐมนตรีอังกฤษ “เดวิด คาเมรอน” ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า เป็นปรากฏการณ์ที่พิเศษมหัศจรรย์ (Extraordinary) ที่เกิดขึ้นกับทีมฟุตบอลเล็กๆ แต่เหมาะสมแล้วที่ได้แชมป์
นอกจากนั้นยังส่งผลให้ “คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา” เจ้าของสโมสร รวมทั้ง “เจ้าคุณธงชัย” หรือ พระพรหมมังคลาจารย์ แห่ง “วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร” ย่าน “หัวลำโพง” มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก บรรดาสื่อยักษ์ใหญ่ต่างๆ เข้ามาสัมภาษณ์ถึงความมหัศจรรย์ของ “วิถีไทย” ที่ทำให้สโมสรฟุตบอลเล็กๆ ของเมืองเล็กๆ อย่าง “เลสเตอร์” ที่ตั้งขึ้นมากว่า 132 ปี ไม่มีทีท่าว่าจะได้เป็น “แชมป์พรีเมียร์ลีก” (ความเป็นไปได้คือ 1 ต่อ 5,000) สามารถคว้า “แชมป์พรีเมียร์ลีก” ซึ่งทาง “เจ้าคุณธงชัย” ท่านก็บอกว่า ไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์อะไร แต่เป็นเรื่องของกำลังใจและความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายอย่างเป็นหนึ่งเดียว ที่จะทำหน้าที่เพียงแค่ไม่ให้ทีมตกชั้นจาก “พรีเมียร์ลีก” (เพราะฤดูกาลที่ผ่านมาก็อยู่ในกลุ่มทีมรั้งท้าย)
ในส่วนตัวที่ “เจ้าคุณธงชัย” เองก็ได้รับกิจนิมนต์เดินทางจากประเทศไทยไปอังกฤษ เทียวไปเทียวมาอยู่หลายครั้ง เพื่อทำพิธีสวดชัยมงคลคาถากลางสนามฟุตบอลและประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องของการให้กำลังใจตามแบบพุทธ อันเป็นประเพณีปฏิบัติมาเนิ่นนานของคนไทย (ภาษาอังกฤษเรียกว่า เป็นการ “Blessing”) ให้ศีลให้พร ซึ่งโดยปกติในหมู่ชาวไทยก็ทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว เป็นเสมือนการเรียกขวัญและกำลังใจให้มีแต่สิ่งดีๆ ให้เข้ามาในชีวิต ในขณะเดียวกันก็เป็นการขจัดปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีให้ออกไป
จะว่าไปแล้วสโมสร “เลสเตอร์ ซิตี้” เมื่อหลายปีก่อนเป็นทีมที่อยู่ในสภาวะย่ำแย่ในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการถูกจัดอันดับที่อยู่ในกลุ่มท้ายตาราง ไม่ว่าจะเป็นฐานะทางการเงินก็ย่ำแย่ จนกระทั่งถูกเศรษฐีชาวไทยเจ้าของ “คิงเพาเวอร์” คือ “คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา” ได้เข้ามาซื้อด้วยเงินไม่มากหากเทียบกับสโมสรอื่นใน “พรีเมียร์ลีก” (ด้วยเงินประมาณ 20 ล้านปอนด์) ว่ากันว่าตอนที่ซื้อก็ไม่ได้สนใจทีมฟุตบอลเท่าใดนัก คิดว่าแค่ค่าที่ดินและค่าสิ่งปลูกสร้างของสนามฟุตบอลก็คุ้มเกินคุ้มแล้ว
ต่อมาได้ว่าจ้างผู้จัดการชาว “อิตาลี” ชื่อ “เคลาดิโอ รานิเอรี่” (CLAUDIO RANIERI) ซึ่งจะว่าไปแล้วที่ผ่านมาก็มีผลงานย่ำแย่ เคยถูกไล่ออกจากหลายสโมสร และไม่มีประวัติว่าเคยพาทีมใดได้แชมป์เลยสักครั้ง ตอนที่เข้ามาบริหารทีม “เลสเตอร์ ซิตี้” มีสัญญาใจกับเจ้าของสโมสรเพียงแค่จะไม่ทำให้ทีม “เลสเตอร์ ซิตี้” ตกจาก “พรีเมียร์ลีก” เท่านั้นก็พอ ซึ่งเป็นการตั้งเป้าที่ต่ำต้อยมากครับ หากเปรียบเทียบกับบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ที่ต่างก็มุ่งมั่นจะเป็นแชมป์ในรายการต่างๆ
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดก็คือ การที่ตั้งเป้าไม่สูงจนเกินไปก็ไม่สร้างแรงกดดันอะไรมากจนเกินไป มีการวางแผนอย่างรัดกุมทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง แต่ไม่เน้นระยะยาวเท่าใด เพราะเมื่อประเมินตัวเองแล้วไม่รู้ว่าจะสู้กับบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ได้อย่างไร นอกจากนั้นการที่มุ่งมั่นในการแข่งขันฟุตบอลใน “พรีเมียร์ลีก” เพียงถ้วยเดียว เลยทำให้ไม่เหมือนกับทีมอื่นใน “พรีเมียร์ลีก” ที่ต้องใช้บรรดานักเตะที่ถูกทุ่มทุนซื้อมาด้วยราคาแพงอย่างคุ้มค่า ทำให้ต้องแข่งหลายถ้วย เลยมีโปรแกรมการแข่งยาวเหยียดตลอดฤดูกาลแข่งขัน
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทีม “เลสเตอร์ ซิตี้” สามารถ “โฟกัส” เรื่องที่เป็น “สาระ” จริงๆ คือ ทำอย่างไรก็ได้แต่ “จะไม่ยอมตกชั้น” เพียงแค่นี้แหละครับ ก็สร้างประวัติการณ์เขย่าวงการสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นกันไปทั้งโลก ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งของสื่อทุกฉบับ เพราะอย่าลืมนะครับว่า “พรีเมียร์ลีก” ของ “อังกฤษ” นั้น ถือว่าเป็นลีกที่ได้รับความนิยมสูงสุด และใช้เงินมากมายมหาศาลมากที่สุด
จะว่าไปแล้วทีม “เลสเตอร์ ซิตี้” ก็สอนอะไรกับผมมากมายครับ บทสรุปในกรณีสโมสร “เลสเตอร์ ซิตี้” ได้เป็นแชมป์ “พรีเมียร์ลีก” ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าในโลกของ “ทุนนิยม” ที่เงินมีบทบาทมากมายมหาศาลนั้นเงินแต่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถซื้อความสำเร็จได้เสมอไป สุดท้ายความสำเร็จที่แท้ก็อยู่ที่ “อุดมการณ์” และ “กำลังใจ” รวมถึง “ความมุ่งมั่น” ตลอดจน “ความเชื่อ” เพราะฉะนั้นจะทำกิจการงานใดให้ประสบความสำเร็จได้นั้นต้องมี “อุดมการณ์” และ “กำลังใจ” กับ “ความมุ่งมั่น” ครับ
ที่ผ่านมาใน “พรีเมียร์ลีก” เรามักจะเห็นบรรดาสโมสรต่างๆ ของบรรดาเจ้าบุญทุ่ม ที่ใช้เงินซื้อทุกอย่าง แต่ในทางกลับกันสโมสร “เลสเตอร์ ซิตี้” กลับไม่ใช้เงินทุ่ม รวมทั้งไม่กดดันตัวเอง ไม่กดดันผู้จัดการทีม ไม่กดดันบรรดานักเตะ ขอเพียงแค่ไม่ตกชั้นก็พอแล้ว มีความสุขแบบ “พอเพียง” มิหนำซ้ำยังนำเอา “วิถีไทย” เอาความเชื่อแบบไทย เอาสิริมงคลแบบไทย โดยการนิมนต์ “เจ้าคุณธงชัย” ไปสวดชัยมงคลคาถา ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ถึงสนาม “คิงเพาเวอร์”
นอกจากนั้น ประธานสโมสรที่เป็นคนไทยยังให้ความเป็นกันเองกับบรรดาลูกทีม โดยการเข้าไปไต่ถามสารทุกข์สุกดิบถึงห้องแต่งตัวของบรรดานักเตะ ให้กำลังใจยามอ่อนแอและท้อแท้ รวมถึงในบางเวลาก็พาไปรับประทานอาหาร และแน่นอนว่า บางมื้อคงเป็นอาหารไทย เป็นการเอา “ใจไปแลกใจ” ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นนิสัยของคนไทยแท้ๆ ที่ทำกันเป็นปกติอยู่แล้วเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นเสมือนญาติสนิทมิตรสหาย
สุดท้ายสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นครับ ใครจะเชื่อว่าทีมเล็กๆ ที่เป็น “ม้ามืดนอกสายตา” ก็มาแรงแซงโค้งได้เป็นแชมป์ “พรีเมียร์ลีก” ก็เป็นหนึ่งในข่าวดีเป็นอย่างยิ่งที่คนไทยควรภาคภูมิใจและสอนเราว่าไม่ควรทิ้ง “วิถีไทย” ที่ปรากฏการณ์ในครั้งนี้ทำให้ผมเชื่อว่า หากคนไทย “รู้รักษ์สามัคคี” สามารถรวมตัวกันเป็น “น้ำหนึ่งใจเดียว” กันได้เมื่อไรก็จะเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใครเลยครับ
---------------------
(คลินิกคนรักบ้าน กับ ดร.ภัทรพล : 'วิถีไทย' ของ 'เลสเตอร์ ซิตี้')



