
ฟื้นชีวิตใหม่'ตึกแถวไม่บาน'เก่า ให้เป็น'บูทิคโฮสเทลไม่บาน'II
07 พ.ค. 2559
บ้านไม่บาน กับอาจารย์เชี่ยว : ฟื้นชีวิตใหม่ 'ตึกแถวไม่บาน' เก่า ให้เป็น 'บูทิคโฮสเทลไม่บาน' (II)
สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “บ้านไม่บาน” เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้พูดถึงการฟื้นคืนชีวิตใหม่ให้แก่ “ตึกแถวไม่บาน” ย่าน “เอกมัย” ที่อายุอานามร่วม 40 ปี เพื่อรองรับความเจริญรูปแบบใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับ “โครงข่ายรถไฟฟ้า” เพราะทำเลที่ตั้งของ “ตึกแถวไม่บาน” เก่า 2 คูหานี้ อยู่ไม่ไกลจาก “สถานีรถไฟฟ้า” ย่าน “เอกมัย” เท่าใดนัก
สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับแฟนๆ ชาว “บ้านไม่บาน” ที่คิดจะปรับปรุงอาคารเก่าเพื่อที่จะรองรับรูปแบบเศรษฐกิจสังคมใหม่ โดยเฉพาะการมาถึงของนักเดินทางกลุ่มใหม่ๆ ประเภทที่มีงบประมาณจำกัด ซึ่งมาพร้อมกับการเติบโตของเครือข่ายสายการบินราคาประหยัด หรือ “Low Cost Airline” ซึ่งเป็นรูปแบบของการเดินทางที่กำลังเป็นที่นิยมกันไปทั่วโลกครับ เพราะเมื่อการเดินทางถูกลง ก็จะมีนักเดินทางมากมายที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ แต่จะต้องไม่ลืมว่ามีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายหลายอย่างที่เข้ามาเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง “ตึกแถวไม่บาน” เก่าให้เป็น “บูทิคโฮสเทล” ครับ
ย้ำนะครับว่า เหนือสิ่งอื่นใดในการลงมือทำนั้นต้องทำด้วยความรู้ความเข้าใจจริงๆ รวมทั้งการศึกษาถึงระบบโครงสร้างทางวิศวกรรมต่างๆ อาทิ ระบบเสา, คานเดิม และความสามารถในการรองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากการปรับปรุง, เปลี่ยนแปลงและต่อเติม รวมทั้งระบบสุขาภิบาลและระบบไฟฟ้า ฯลฯ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสาระสำคัญที่ไม่ควรจะมองข้ามโดยเด็ดขาดครับ
นอกจากนั้น การศึกษาในแง่ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร รวมทั้งระยะร่นต่างๆ ก็เป็นสาระสำคัญอีกเช่นกัน รวมไปถึงการศึกษาทางด้านการตลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำ “E-Marketing” ประเภท “Online” การเข้าใจในพฤติกรรมของนักเดินทางโดยเฉพาะชาวต่างชาติที่เข้ามาพัก การจองห้องพักผ่านโครงข่าย “อินเทอร์เน็ต” โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านเอเย่นต์ เช่น “Agoda.com” หรือ “Booking.com” ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นสาระสำคัญยิ่งเช่นกัน นอกจากจะต้องไม่มองข้ามแล้วยังต้องสนใจใฝ่ศึกษาหาความรู้ไม่เป็น “น้ำเต็มแก้ว” เช่นกันครับ
ดังนั้น จะว่าง่ายก็ไม่ง่ายเสียเลยทีเดียวครับในการฟื้นคืนชีวิตใหม่ของ “ตึกแถวไม่บาน” ให้เป็น “บูทิคโฮสเทลไม่บาน” ผมนึกถึงคำพูดของปรมาจารย์ “ซุนหวู่” ที่ฝากเอาไว้ว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง จึงจะชนะร้อยครั้ง” ก็เช่นกันครับ ลองถามตัวท่านเองว่าท่านรู้จักตัวท่านเองดีแล้วหรือยัง ท่านรู้จัก “ตึกแถว” เก่าของท่านดีแล้วหรือยัง ทั้งในด้านความมั่นคงแข็งแรง ท่านรู้จักการทำการตลาดดีหรือยัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำการตลาด “ออนไลน์” ทาง “อินเทอร์เน็ต” ที่จัดได้ว่าเป็น “หัวใจ” ที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด รวมไปถึงรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร”
ตลอดจนการเสริมความแข็งแรงทางด้านวิศวกรรม การออกแบบปรับปรุงให้สวยงามอย่างมีเอกลักษณ์ทางด้านสถาปัตยกรรม ที่จำเป็นต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ที่เก่าล้าสมัยให้ดู “ทันสมัยแบบร่วมสมัย” ทั้งภายในและภายนอกทำให้สามารถดึงดูดบรรดาลูกค้าจากทั่วทุกสารทิศที่เป็นนักเดินทางท่องโลกในราคาประหยัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวก “แบกเป้เดินทาง” หรือ “Backpacker” ซึ่งความเข้าใจนี้จะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จในการทำกิจการ “โฮสเทลไม่บาน” ของท่านครับ
สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ ต่อเนื่องจากสองสัปดาห์ที่แล้วครับคือ หลังจากที่แฟนๆ ชาว “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ได้เห็นความสวยสดงดงามของภายนอกอาคารที่เป็นการแปลงโฉมแบบ “เจ้าเงาะถอดรูป” กลายพันธุ์จาก “ตึกแถวไม่บาน” เก่าอายุกว่า 40 ปี มาเป็น “บูทิคโฮสเทลไม่บาน” ที่โฉบเฉี่ยวทันสมัยสามารถดึงดูดบรรดานักเดินทางท่องโลกที่มีงบประมาณจำกัดหลากชาติหลายภาษา
ในสัปดาห์นี้มาชื่นชมรายละเอียดความงามของการออกแบบตกแต่งภายในว่าจะสามารถสร้างความประทับใจได้มากน้อยเพียงใด เพื่อจะได้เป็นขวัญและกำลังใจให้แก่บรรดาเจ้าของอาคารเก่า นำไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงฟื้นฟูชีวิตใหม่ให้แก่อาคารเก่า “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” ครับ ก็อยากให้แฟนๆ ลองนำเอาแนวคิดของผมไปปรับประยุกต์ใช้ต่อยอดกันดู ก็น่าจะเป็นประโยชน์ได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ เพราะในบ้านเราแทบทุกที่ก็มี “ตึกแถวไม่บาน” เก่าๆ นับแสนๆ หน่วยเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด เป็นเสมือนการ “ปัดฝุ่น” นำอาคารเก่ามาปรับประยุกต์ใช้เป็นเสมือนการต่อยอดที่ผมมักเรียกว่า เป็นกระบวนการ “Revitalization” หรือ “การให้ชีวิตใหม่” ซึ่งผมเชื่อว่าน่าจะเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังตกสะเก็ดดังเช่นปัจจุบันครับ
สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้คงมีเพียงแค่นี้ พบกันใหม่พร้อมกับสาระน่ารู้กันได้ใหม่ในอีกสองสัปดาห์หน้าครับ
---------------------
(บ้านไม่บาน กับอาจารย์เชี่ยว : ฟื้นชีวิตใหม่ 'ตึกแถวไม่บาน' เก่า ให้เป็น 'บูทิคโฮสเทลไม่บาน' (II))



