ไลฟ์สไตล์

สแกนพื้นที่ปลูกข้าวปี 59/60 กำหนดกรอบไม่เกิน 61 ล้านไร่

สแกนพื้นที่ปลูกข้าวปี 59/60 กำหนดกรอบไม่เกิน 61 ล้านไร่

05 พ.ค. 2559

สแกนพื้นที่ปลูกข้าวปี 59/60 กำหนดกรอบไม่เกิน 61 ล้านไร่ : โดย...ดลมนัส กาเจ

 
                    ตามที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA และกระทรวงมหาดไทย ให้ขับเคลื่อนแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปี 2559/60 เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการผลิตข้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศนั้น ล่าสุด พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่า แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจรปี 2559/60 กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดอุปสงค์ข้าวไว้ปริมาณ 25.01 ล้านตันข้าวเปลือก กระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดอุปทาน 27.17 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งมากกว่าอุปสงค์เล็กน้อย เพื่อเป็นการเผื่อไว้กรณีแปลงนาประสบภัยธรรมชาติ การระบาดทำลายของศัตรูข้าว ซึ่งอาจทำให้ผลผลิตข้าวไม่ได้ตามจำนวนที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าไว้ โดยแบ่งเป็นฤดูนาปี ปริมาณ 23.29 ล้านตันข้าวเปลือก เป็นพื้นที่ 55.81 ล้านไร่ และฤดูนาปรัง ปริมาณ 3.88 ล้านตันข้าวเปลือก เป็นพื้นที่ 5.79 ล้านไร่ รวม 61.60 ล้านไร่
 
                    ทั้งนี้ ในฤดูนาปี ปี 2559/60 กระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายการส่งเสริมการปลูกข้าวนาปี รวมทั้งประเทศ 57.41 ล้านไร่ คาดว่าจะได้ผลผลิต 24.01 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งแบ่งพื้นที่ปลูกตามกลุ่มสินค้าข้าว 5 ชนิด ประกอบด้วย ข้าวหอมมะลิ พื้นที่ปลูก 26.57 ล้านไร่ ผลผลิต 9.38 ล้านตันข้าวเปลือก, ข้าวหอมปทุมธานี พื้นที่ปลูก 1.23 ล้านไร่ ผลผลิต 0.85 ล้านตันข้าวเปลือก, ข้าวเจ้า พื้นที่ปลูก 14.32 ล้านไร่ ผลผลิต 8.01 ล้านตันข้าวเปลือก, ข้าวเหนียว พื้นที่ปลูก 15.07 ล้านไร่ ผลผลิต 5.69 ล้านตันข้าวเปลือก และข้าวอื่นๆ (ข้าวสี และข้าวอินทรีย์) พื้นที่ปลูก 0.22 ล้านไร่ ผลผลิต 0.08 ล้านตันข้าวเปลือก
 
 
สแกนพื้นที่ปลูกข้าวปี 59/60 กำหนดกรอบไม่เกิน 61 ล้านไร่
 
 
                    นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้กำหนดแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ออกเป็น 5 ช่วง ประกอบด้วยคือ การกำหนดอุปสงค์และอุปทาน, ช่วงการผลิต โดยการประกาศพื้นที่ส่งเสริมการปลูกข้าวนาปี พิจารณาร่วมกับแผนที่เกษตรเพื่อบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) หากพื้นที่จังหวัดใดมีการปลูกข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสม ให้ปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น หรือทำกิจกรรมอื่นที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่าการปลูกข้าว (ดูล้อมกรอบ) โดยให้มีการรวมกลุ่มชาวนา เพื่อจัดทำโครงการขอรับการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากรัฐบาล การขึ้นทะเบียนเกษตรกร การบริหารจัดการน้ำเครื่องจักรกลการเกษตร การลดต้นทุนการผลิต การพัฒนาชาวนา และมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด
 
                    ช่วงการเก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยว โดยให้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพและมาตรฐานโรงสี การพัฒนาส่งเสริมการผลิตข้าวคุณภาพ Q ครบวงจร และการสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตร, นอกจากนี้มีการกำหนดด้านการตลาดในประเทศ โดยให้มีการทบทวนมาตรฐานข้าวหอมมะลิการส่งเสริมการบริโภคข้าว มาตรการชะลอผลผลิตออกสู่ตลาดเพื่อสร้างความเข้มแข็งของกลไกลตลาด การพัฒนาตลาดสินค้าข้าวที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่า (ข้าวสี ข้าว GI ข้าวอินทรีย์) และจัดทำมาตรฐาน Fair Trade เพื่อการแข่งขันในตลาดโลก และการตลาดต่างประเทศ โดยเปิดการเจรจาตลาดต่างประเทศรักษาตลาดเดิมเพิ่มตลาดใหม่ ขยายตลาดข้าวคุณลักษณะเฉพาะให้มากขึ้น เสริมสร้างภาพลักษณ์และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้
 
 
สแกนพื้นที่ปลูกข้าวปี 59/60 กำหนดกรอบไม่เกิน 61 ล้านไร่
 
 
                    ด้าน นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ในส่วนของการจัดการปัจจัยการผลิตในช่วงฤดูนาปี ซึ่งมีความต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวปริมาณ 826,732 ตัน กรมการข้าวสามารถผลิตได้ 56,970 ตัน สหกรณ์การเกษตร จำนวน 31,190 ตัน ศูนย์ข้าวชุมชน จำนวน 49,448 ตัน และผู้ประกอบการ จำนวน 105,768 ตัน ส่วนที่เหลืออีก จำนวน 583,356 ตัน
 
                    นอกจากนี้ กรมการข้าวได้ส่งเสริมให้ชาวนาเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้เอง พร้อมกันนี้ได้มีการประกาศลดราคาปุ๋ยเคมีสำหรับนาข้าวลงกระสอบละ 10-30 บาท และให้มีการจัดสรรน้ำเสริมจากปริมาณน้ำฝนหรือน้ำท่าในแต่ละพื้นที่ให้เพียงพอต่อการปลูกข้าว ในพื้นที่ชลประทาน จำนวน 23 ล้านไร่ ซึ่งการดำเนินงานในครั้งนี้จะส่งผลให้ปริมาณการผลิตข้าวมีความสมดุลกับความต้องการของตลาด ทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
 
                    นับเป็นอีกหนึ่งนโยบายของรัฐบาล ที่จะพยายามแก้ปัญหาด้านการผลิตข้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อลดปัญหาราคาตกต่ำ และสภาพของพื้นที่การเพาะปลูกอีกด้วย
 
 
-----------------------
 
 
เกษตรแปลงใหญ่นำร่อง 9 กลุ่มพืช
 
 
                    สำหรับการการขับเคลื่อนนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นแม่งานนั้น ขณะนี้ได้ดำเนินโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ จำนวน 21 จังหวัด 29 แปลง 9 ชนิดสินค้า ในพื้นที่ภาคใต้ มีสินค้าเกษตรที่สำคัญ และน่าสนใจในการขับเคลื่อนงาน คือ สมุนไพร และพืชผัก ซึ่งเป็นสินค้าที่มีศักยภาพทั้งในด้านการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน และใช้เป็นพืชเศรษฐกิจในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของภูมิภาคได้อีกทางหนึ่ง โดยทาง ส.ป.ก.ได้ทำงานร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในการยกระดับพัฒนาศักยภาพทางการตลาดของสินค้าสมุนไพร และพืชผัก ทางภาคใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 
 
สแกนพื้นที่ปลูกข้าวปี 59/60 กำหนดกรอบไม่เกิน 61 ล้านไร่
 
 
                    ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ ได้มีการจัดสัมมนาการขับเคลื่อนการดำเนินงานเกษตรแปลงใหญ่ประชารัฐ “สินค้าเกษตรสร้างรายได้เร็ว (Cash Crop)” ที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดย นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส เลขาธิการ ส.ป.ก.บอกว่า เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรม 4 ข้อหลัก คือ 1) เพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ 2) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล เป้าหมาย และผลการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ 3) เพื่อกำหนดแผนและวางแนวทางการสนับสนุนและขับเคลื่อนงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยการมีส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชนและประชาชน 4) เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรและสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการการเกษตรแบบแปลงใหญ่
 
 
-----------------------
 
(สแกนพื้นที่ปลูกข้าวปี 59/60 กำหนดกรอบไม่เกิน 61 ล้านไร่ : โดย...ดลมนัส กาเจ)