ไลฟ์สไตล์

'ธัมมชโย'ไม่ผิดจะยืดเยื้อทำไม

'ธัมมชโย'ไม่ผิดจะยืดเยื้อทำไม

03 พ.ค. 2559

'ไพบูลย์' ถาม 'ธัมมชโย' ถ้าไม่ผิดจะยืดเยื้อทำไม เชื่อสังคมรับรู้เข้าใจคิดลักษณะเดียวกัน ชี้ บ่ายเบี่ยงมากจะเสื่อม ยันฟันอาญา-วินัยโกงกลบบ่อบาดาล

 
                    3 พ.ค. 59  พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียก พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือ พระธัมมชโย มารับทราบข้อกล่าวหา คดีรับทรัพย์สินโดยมิชอบ ครั้งที่ 3 ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ ว่า ตนไม่ทราบ แต่เราก็ทำตามหน้าที่ของเรา
 
                    ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือว่าพระธัมมชโยบ่ายเบี่ยงโดยการแสดงรูปและพยายามไม่รับข้อเท็จจริง พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า สื่อยังเข้าใจได้ ตนเชื่อว่าประชาชนเข้าใจ และทุกคนต้องพิจารณาจากข้อมูลข่าวสาร แต่ตนคงไม่ไปวิพากษ์วิจารณ์เพราะเป็นหน่วยงานราชการที่ดูแลเรื่องนี้ จึงไม่อยากชี้นำ ซึ่งก็เรียนแล้วว่าเมื่อมีทนายมีการฟ้องร้องคดีก็ถือว่าดี ถ้ามีการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมเขาก็มีสิทธิ์ฟ้องร้อง ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี จะไปใช้กระบวนการอื่นๆ ตนไม่เห็นด้วย และตนเชื่อว่าหากมีการดำเนินการอย่างไรที่ไม่สมเหตุสมผลสังคมมองเห็นเอง เหมือนที่ผู้สื่อข่าวถามตน ตนก็เชื่อว่าสังคมก็คิดลักษณะเดียวกันว่าหากทำมากไปก็จะเสื่อมไปเอง ซึ่งเป็นแบบนี้กับทุกคนและทุกเรื่อง
 
                    "ผมไม่หนักใจและเชื่อว่าไม่มีใครจะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ มันเป็นไปไม่ได้ อาจจะใช้ได้บางครั้ง แต่วันหนึ่งก็ต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายอยู่ดี และถ้าไม่ผิดจะยืดเยื้อไปทำไม ก็ขอให้มันจบไป แต่ทุกอย่างให้เดินไปตามกระบวนการยุติธรรมจะดีที่สุด"
 
 
 
ยันฟันอาญา-วินัยโกงกลบบ่อบาดาล
 
 
                    พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำชับให้แก้ปัญหาทุจริตการกลบบ่อบาดาล ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แถลงไปแล้ว ซึ่ง นายกฯ ก็ได้รับรายงานแล้ว ซึ่งตนได้คุยกับอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลว่า มีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีการทุจริตหลายพันล้านบาทในงบประมาณปี 2557 และขออย่าให้เจออีก และต้องการให้เจ้าของหน่วยงานรับทราบเมื่อถึงปีงบประมาณใหม่ จะได้กำกับไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้นอีก เพราะหากจะให้ไล่ปราบปรามเช่นนี้มันก็ไม่จบและทำให้สูญเสียงบประมาณ ปีนี้เมื่อเจออะไรก็บอกกันตรงๆ และให้เตือนกัน อย่างไรก็ตาม มีการทำงานร่วมกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อยู่แล้ว
 
                    ส่วนจะสามารถยับยั้งการทุจริตได้หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า งบประมาณปี 57 มันจบไปแล้ว และเชื่อว่าต้องยับยั้งการทุจริตได้ในปีถัดไป เพราะมีการพูดคุยกับอธิบดีแล้ว และหากไม่สามารถทำได้จะดูแลรักษางบประมาณได้อย่างไร เมื่อมีการตรวจสอบพบก็ต้องบอกกัน เพราะจะให้ปราบอย่างเดียวก็ไม่ได้ และศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ไม่ได้มีนโยบายปราบปรามอย่างเดียว แต่ต้องแจ้งให้ทราบ ท้องถิ่นก็เช่นเดียวกัน ถ้าเจออะไรก็ต้องบอก ปีหน้าจะได้ไม่ทำ ส่วนปีที่ผ่านมาก็ต้องมีการตรวจสอบกันไป ซึ่งหากทำเช่นนี้จะได้ไม่ต้องเสียงบประมาณ 
 
                    ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของงบปี 57 มีผู้ที่เกี่ยวข้องกี่ราย พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า มีในทุกพื้นที่ มีหมดทุกภาค ซึ่งตนไม่ได้ดูในรายละเอียด แต่อธิบดีรับทราบอยู่แล้ว ทั้งนี้ หากมีการทุจริตจริงก็ต้องมีการดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา ซึ่งตนใช้คำว่าถ้าทุจริตจริง เพื่อให้มีเวลาในการแก้ไขและตรวจสอบและสอบสวนเพราะขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติ แต่หลักฐานค่อนข้างชัดเจน ส่วนโครงการที่ยังคงค้างอยู่เมื่อเราเห็นแล้วเขาจะได้ปรับปรุง จะไปไล่จับเขาทำไม ซึ่งถือเป็นผลดีต่อประชาชน