
จาก 'แปลงปลูก' สู่โต๊ะอาหาร ดอกผล 'มายลิตเติลฟาร์ม 7'
03 พ.ค. 2559
ทำมาหากิน : จาก 'แปลงปลูก' สู่โต๊ะอาหาร ดอกผล 'มายลิตเติลฟาร์ม 7' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
จากความสำเร็จอันท่วมท้นของโครงการเด็กไทยหัวใจเกษตร (มายลิตเติลฟาร์ม) ก้าวสู่ปีที่ 7 ปฏิบัติการค้นหาสุดยอดเด็กไทยหัวใจเกษตร ภายใต้แนวคิด “คิดจริง ทำจริง บนพื้นที่จริง” ในรูปแบบรายการโทรทัศน์ (เรียลิตี้) โดยความร่วมมือของมูลนิธิส่งเสริมยุวเกษตรกรไทยในพระราชูปถัมป์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมส่งเสริมการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร อีสเวสซีด ซาโกร ปุ๋ยตราเรือใบไวกิ้งและกันตนา กรุ๊ป โดยสถานีโทรทัศน์ฟาร์ม แชนเนล จัดขึ้นเพื่อปลูกฝังแนวคิดอาชีพทำเกษตรให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่หันมาสนใจในอาชีพการเกษตรมากขึ้น
“ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 7 โดยคัดเลือกนักเรียน ม.ปลาย จากทั่วประเทศมาร่วมเรียนรู้เรื่องราวการเกษตรในรูปแบบเรียลิตี้แบ่งเป็น 10 ทีม ทีมละ 5 คน ทำการเกษตรบนเนื้อที่ 1 ไร่ ใช้เวลา 60 วัน ณ กันตนามูฟวี่ทาว ศาลายา นครปฐม ซึ่งโครงการได้มอบเมล็ดพันธุ์ให้ 12 ชนิด เลือกใช้ได้ทีมละ 7 ชนิดจากทั้งหมด 12 ชนิดพืช แต่ปีนี้ต่างจากปีก่อนๆ คือมีพืชบังคับ 1 ชนิดที่ทุกทีมต้องปลูกคือคะน้า เนื่องจากเป็นผักที่ปลูกยากมาก ส่วนอีก 2 ชนิดบวบกับมะระจะบังคับชนิดละ 5 ทีม ที่เหลืออีก 5 ชนิดให้แต่ละทีมเลือกตามใจชอบ พร้อมเงินลงทุนอีก 5,000 บาท เท่าที่ดูส่วนใหญ่จะเลือกผักบุ้งเพราะปลูกง่ายให้ผลผลิตเร็วและเขาสามารถลุ้นได้ถึง 3 รอบในระยะเวลาเพียงแค่ 2 เดือน หรือ 60 วัน แต่ทีมที่จะเอาชนะในด้านการเงิน เขาก็จะไม่ค่อยเลือกกัน ส่วนใหญ่จะไปเลือกผักชี ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดฝักอ่อน เพราะขายได้ราคาดีกว่า”
ผศ.ดร.พนามาศ ตรีวรรณกุล จากภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการเผยรายละเอียดของโครงการระหว่างนำผลผลิตของเด็กๆ มาจำหน่ายที่อาคารวชิรานุสรณ์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน พร้อมระบุเกณฑ์การตัดสินแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ ประกอบด้วย การปฏิบัติทางการเกษตรในแปลงที่ถูกต้องตามหลักวิชาการแล้วนำมาปฏิบัติจริง 40% โดยวัดจากการเรียนรู้ที่ได้รับจากวิทยากร ผลประกอบการและการลงทุน 25% โหวตจากผู้ชมทางบ้าน 20% และตอบปัญหาทางการเกษตร 15% ซึ่งผลผลการตัดสินจะประกาศในวันที่ 8 พฤษภาคม ถือเป็นวันสิ้นสุดโครงการที่ดำเนินการมา 2 เดือนเต็ม
น้ำฝน ธรรมวิเศษ นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมพระราชทานนายาว ต.ท่ากระดาน อ.สนามไชยเขต จ.ฉะเชิงเทรา หนึ่งในนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้ยอมรับว่าแม้จะเคยผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมการเกษตรของโรงเรียนมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ใช้เวลานานที่สุด ได้เรียนรู้และได้รับประสบการณ์มากที่สุด ทำให้ได้เรียนรู้กระบวนการทำเกษตรอย่างครบวงจรที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงระบบการตลาด เพราะต้องลงมือปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอน ที่สำคัญได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้อยู่ร่วมกันและทำกิจกรรมร่วมกันตลอดระยะเวลา 2 เดือน
“ตอนนี้ผลผลิตที่ได้มากที่สุดคือผักบุ้ง พวกหนูลงทุนไป 450 บาทได้ทุนคืนมาประมาณ 1,000 บาท กวางตุ้งช่วงนี้ก็ได้เกือบพันแล้ว ที่เก็บมาขายวันนี้ก็มีผักกาดหอม ราคาดีมากโลละ 70 บาทเก็บมา 15 กิโล แป๊บเดียวหมด” น้ำฝนเผยและระบุว่า พร้อมนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการนำไปถ่ายทอดสู่เพื่อนๆ นักเรียนและชุมชนต่อไป
เช่นเดียวกัน ขวัญใจ ศิวะวงศ์เกษม จากโรงเรียนนครบางยางพิทยาคม ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการอีกรายมองว่าโครงการนี้จะช่วยเพิ่มความรู้และประสบการณ์ด้านการเกษตรให้ตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะการทำการเกษตรที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและพร้อมที่จะนำไปปรับใช้การทำเกษตรที่บ้านด้วย เนื่องจากในหมู่บ้าน ชุมชนที่อาศัยอยู่นั้น ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตรเป็นหลักอยู่แล้วก็จะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการไปถ่ายทอดสู่ชุมชนต่อไป
ขณะที่ สายฝน ศรีสุธา อดีตนักเรียนโรงเรียนหนองหลวงศึกษา อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ซึ่งเคยเข้าร่วมโครงการปีแรก ปัจจุบันเป็นนักศึกษาปี 4 สาขาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวเสริมว่า ผลสำเร็จจากการเข้าร่วมโครงการในครั้งนั้นทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิมที่คิดจะเรียนด้านบริหารก็หันมาสนใจด้านการเกษตรทันที อีกทั้งตัวเองค่อนข้างโชคดีที่ได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยตลอดการศึกษาด้วย
ผลสำเร็จจากโครงการเด็กไทยหัวใจเกษตรหรือมายลิตเติลฟาร์ม นอกจากการเรียนรู้และสร้างเสริมประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริงแล้ว ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนหันมาสนใจในอาชีพเกษตรมากขึ้นอีกด้วย
------------------
(ทำมาหากิน : จาก 'แปลงปลูก' สู่โต๊ะอาหาร ดอกผล 'มายลิตเติลฟาร์ม 7' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



