
เส้นทางอาชีพ : ประเทศไทยไร้หมอกควัน?
03 พ.ค. 2559
เส้นทางอาชีพ : ประเทศไทยไร้หมอกควัน? : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ฟังการเสวนาประเทศไทยไร้หมอกควัน จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.) วันก่อน ต้องบอกว่า การแก้ปัญหาหมอกควันในเขตภาคเหนือตอนบน แค่การควบคุมไฟป่าและเผาพื้นที่เกษตรทำกิน น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่า เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ช่วงหน้าแล้งทุกปีจะต้องมีไฟไหม้ป่า ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของมนุษย์และเผาวัสดุเหลือภาคการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะมีการเผาทำลายเศษวัสดุเหลือใช้เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกใหม่ในฤดูถัดไปจะต้องมีเป็นประจำทุกปี
ถึงแม้รายงานผลวิจัยหลายชิ้นชี้ชัดตรงกันว่า หมอกควันส่วนใหญ่มาจากการเผาไร่ข้าวโพด แม้กระทั่งข้อมูลของกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งได้สำรวจติดตามและรวบรวมจุดที่ตรวจพบความร้อนหรือจุดที่เกิดไฟ (ฮอตสปอต) ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม 2558 ก็ระบุชัดเช่นกันว่า พื้นที่จุดที่เกิดไฟมากที่สุดอยู่ในโซนใต้ โดยเฉพาะ อ.แม่แจ่ม จำนวน 47 จุด พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกข้าวโพดและพื้นที่ป่าที่ทำไร่ข้าวโพดเกือบทั้งสิ้น ปัจจุบัน จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กว่า 1.8 แสนไร่ ให้ผลผลิตปีละ 1.5 แสนตัน ทำให้เกิดเศษวัสดุเหลือใช้สูงถึงปีละ 1.6 แสนตัน นี่แหละเชื้อเพลิงชั้นดีสำหรับการเกิดปัญหาหมอกควัน
ยิ่งได้รับฟังข้อมูลจากคนที่ทำงานในพื้นที่โดยตรงอย่างท่านนายอำเภอแม่แจ่ม คุณทศพล เผื่อนอุดม ก็ยืนยันชัดเจนว่า พื้นที่ปลูกข้าวโพดคือตัวปัญหาใหญ่ที่ทำให้เกิดฮอตสปอต จนทำให้เกิดปัญหาหมอกควันตามมา เพราะเกษตรกรจะเก็บเกี่ยวเฉพาะผลผลิตเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูกทำลายทิ้งโดยการเผาทำลาย ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่ายและใช้เวลาน้อยที่สุด ขณะเดียวกันแม่แจ่มเป็นอำเภอที่มีการปลูกข้าวโพดมากที่สุด ส่วนใหญ่ปลูกอยู่ในพื้นที่ลาดชันตามไหล่เขา เนื่องจากพื้นที่ราบมีน้อยเพียง 10% ของพื้นที่ทั้งหมดกว่า 1.3 แสนไร่ จึงทำให้ยากต่อการขนย้าย ทางเดียวที่ทำได้ก็คือ การเผาทำลายทิ้ง
แม้ที่ผ่านมาศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเชียวใหม่ พยายามศึกษาวิจัยความเป็นไปได้ในการแก้ปัญหาโดยการนำซากซังข้าวโพดมาสร้างมูลค่าเป็นพลังงานแทนการเผาทิ้ง โดยใช้แม่แจ่มเป็นโมเดล แต่ก็แก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น เช่นเดียวกับภาควิชาสัตวบาลและสัตว์น้ำ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ที่พยายามนำเศษวัสดุเหลือจากการปลูกข้าวโพดมาแปรรูปเป็นอาหารโคขุน ติดปัญหาอย่างเดียวคือ การขนย้ายที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
คุณทศพลย้ำให้ฟังด้วยว่า เคยขอความร่วมมือไปยังชาวบ้านให้เลิกปลูกข้าวโพดแล้วหันมาปลูกพืชอย่างอื่นทดแทน ซึ่งชาวบ้านก็ให้ความร่วมมืออย่างดี เพียงแต่ขอให้มีแหล่งน้ำหากจะเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น เนื่องจากข้าวโพดเป็นพืชที่ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมาก เพียงแค่เทวดาเลี้ยงก็เพียงพอ แต่หลังจากประสานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างกรมชลประทานก็ได้รับคำตอบมาว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวน จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขอความร่วมมือให้ชาวบ้านลดปริมาณการเผาลง
นี่เป็นบางช่วงบางตอนของการเสวนาหัวข้อประเทศไทยไร้หมอกควัน ที่ได้รับคำยืนยันว่า การเผาทำลายวัสดุเหลือใช้ในไร่ข้าวโพดยังเป็นต้นตอของปัญหาการเกิดหมอกควันมากที่สุดอยู่ครับ!
------------------
(เส้นทางอาชีพ : ประเทศไทยไร้หมอกควัน? : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



