
พิสูจน์ประสิทธิภาพคู่ดูโอค่ายแอปเปิ้ล
พิสูจน์ประสิทธิภาพคู่ดูโอค่ายแอปเปิ้ล : ไอทีรีวิว โดยไซเบอร์แบต
คงจะไม่สายเกินไปที่จะมาเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์การใช้งานคู่หูดูโอ จากค่ายแอปเปิ้ล อิงค์ ที่แม้จะมีอายุอานามในตลาดมาสักพักแล้ว และผมเองก็นำเจ้าคู่หูคู่นี้เดินทางไปใช้ในหลายประเทศในสภาพอากาศที่หลากหลาย ตั้งแต่ความเย็นจัดในมณฑลเจียงซู ประเทศจีน กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จนถึงอากาศแห้งในทะเลทรายของนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมทั้งสภาพอากาศร้อน (มาก) และชื้นอย่างหนักในกรุงเทพมหานคร เจ้าคู่หูคู่นี้ ก็ทำงานได้อย่างดีไม่มีงอแง และทำให้ชีวิตการเดินทางสะดวกสบายดีเลยทีเดียว
คู่หูที่ว่านั้น คือเจ้า ไอโฟน 6เอส พลัส กับแอปเปิ้ล วอทช์ (รุ่น 2) ที่เป็นเสมือนส่วนต่อเชื่อมระหว่างกัน ทำให้ผมมีหน้าจอแสดงผลช่องทางการสั่งงาน และเครื่องประดับชั้นดีเพิ่มเข้ามาในชีวิต
ไอโฟน 6เอส พลัส ที่นำมาใช้ในการนี้ เป็นรุ่นใหญ่สุด ขนาดความจุ 128 กิิกะไบต์ มาพร้อมฟังก์ชันการทำงานมากมายภายใต้หน้าตาการออกแบบตัวเครื่องที่เรียบง่าย และคลาสสิก ซึ่งหลายๆ คนก็คงเห็นด้วยว่าแอปเปิ้ลใส่ใจกับการออกแบบให้ผลิตภัณฑ์นั้นดูดี มีราคา แม้จะผ่านกาลเวลาไปสักเท่าไหร่ก็ดูไม่เบื่อ
การออกแบบนั้นแทรกไปทุกส่วนของผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ล แม้กระทั่งกล่องใส่ไอโฟนทุกรุ่นยังมี “กิมมิค” ที่สำคัญซ่อนอยู่ นั่นคือ กล่องจะแยกตัวออกจากกันได้ด้วยแรงโน้มถ่วง และจะใช้เวลาราว 10 วินาทีกล่องทั้งสองส่วนจะแยกออกจากกัน
นอกจากนั้น ไอโฟน 6เอส พลัส ก็ยังได้รับการออกแบบในส่วนของฮาร์ดแวร์ ให้มีพลังการประมวลผลในระดับสูง ตั้งแต่การเลือกใช้ชิพประมวลผลกลาง (ซีพียู) ในรุ่น A9 ที่มีสถาปัตยกรรมการประมวลผลในระบบ 64 บิต (การรับ-ส่งข้อมูลเพื่อการประมวลผลมากกว่าซีพียูแบบ 32 บิิต ถึง 2 เท่า) กับ RAM ที่มากถึง 2 กิกะไบต์ ทำให้เป็นไอโฟนที่มีพลังการประมวลผลมากที่สุดในปัจจุบัน
ด้วยการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงนี้เอง ทำให้ผมสามารถลงแอพพลิเคชั่นได้อย่างสบายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกม ครับ (แหะ แหะ) เพราะภาพที่ออกมาในแต่ละเกมมีความละเอียด ชัดเจน รายละอียด ออกมาเต็มที่ไม่มีอาการกระตุกให้เห็นสักนิดเดียว ไม่ว่าจะเป็นเกมที่มีการเรนเดอร์ภาพค่อนข้างมากและรวดเร็ว อย่าง Need For Speed : Asphalt ที่มีภาพเคลื่อนไหวรวดเร็ว ฉากแต่ละฉากจะเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันตามความเร็วของรถ จนถึงเกมสบายๆ อย่างแองกี้เบิร์ด ทู ก็ทำได้ดีไม่มีขัดเขิน แต่มีข้อตำหนิอยู่นิดหน่อยคือ เมื่อเวลาเล่นเกมนานๆ แล้ว ตัวเครื่องด้านหลังจะร้อนมากเป็นพิเศษ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลมาจากระบบระบายความร้อนที่ส่งผ่านอะลูมิเนียมเกรด 7000 ที่เป็นแบบเดียวกันกับที่ใช้ทำลำตัวเครื่องบิน ทำให้สัมผัสได้ถึงความร้อนที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามยังไม่เคยปรากฏอาการแฮงก์ระหว่างเล่นเกมแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งผิดกับสมาร์ทโฟนตัวอื่นที่เคยนำมาทดสอบ ที่พบอาการแฮงก์เมื่อเครื่องเกิดความร้อนสูงมาแล้ว
แอปเปิ้ล เพิ่มจุดเด่นที่สำคัญของเจ้าไอโฟน 6เอส พลัส ทำให้แตกต่างจากรุ่นน้องอย่างไอโฟน 6เอส อย่างชัดเจนหลายประการ ตั้งแต่ขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว (ไอโฟน 6เอส ที่ 4.7 นิ้ว) ที่ทำให้มีพื้นที่แสดงผลมากขึ้น ซึ่งผมได้ใช้ประโยชน์จากจุดนี้อย่างมากเมื่อต้องใช้แอพพลิเคชั่นประเภทแผนที่นำทาง ระหว่างที่เดินท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น สถานที่ที่ไม่คุ้นเคย และต้องอาศัยแอปเปิ้ล แม็พ และกูเกิล แม็พ นำทางไปยังจุดหมายเป็นประจำ
ผมยังมีทางเลือกอีกหนึ่งทางเมื่อไม่ต้องการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูบนหน้าจอบ่อยๆ ก็ใช้ให้เจ้าแอปเปิ้ล วอทช์ แสดงเส้นทางการเดินทางให้ โดยสั่งการผ่าน “สิริ” (SIRI) ในภาษาอังกฤษให้ช่วยนำทางจากจุดที่อยู่ไปยังจุดหมาย ด้วยคำสั่งง่ายๆ เช่น “nevigate me to...” ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน เพียงหน้าจอของเจ้าแอปเปิ้ล วอทช์ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอปเปิ้ล วอทช์ 2 นั้น ค่อนข้างจะเล็กเมื่อเทียบกับไอโฟน 6เอส พลัส แต่ความสะดวกนั้นมีมากกว่า เพราะไม่ต้องใช้มือหยิบขึ้นมาอ่าน เพียงพลิกข้อมือขึ้นมาก็เห็นแผนที่นำทางแล้ว เพียงแต่อาจจะไม่มีรายละเอียดมากมายเหมือนกับแผนที่บนหน้าจอไอโฟนเท่านั้น
แล้วการใช้งานเจ้าแอปเปิ้ล วอทช์ นั้น ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นรอย หรือโดนน้ำเข้าไปแล้วเครื่องจะพัง เพราะมีการออกแบบให้กันน้ำ (เข้า) อย่างดี และใช้วัสดุโครงสร้างแบบเดียวกันกับ ไอโฟน 6เอส พลัส นั่นคือ อะลูมิเนียม 7000 หน้าจอแข็งแรง ทดสอบ (โดยไม่ได้ตั้งใจ) การกระแทกนั่นกระแทกนี่มาแล้วหลายครั้ง ไม่มีรอยปรากฏให้เสียความรู้สึกครับ
ดูโอคู่นี้ทำงานแบบฟีเจอริ่งกันและกัน โดยเจ้าแอปเปิ้ล วอทช์ จะใช้แอพพลิเคชั่นบนไอโฟนเป็นหลัก และทำหน้าที่แสดงผลข้อมูลเหล่านั้นตั้งแต่ข้อความไลน์ เอสเอ็มเอส เฟซบุ๊ก และเป็นศูนย์บัญชาการสั่งการให้แอพพลิเคชั่นต่างๆ บนหน้าจอไอโฟนทำงานได้อีกด้วย โดยจุดนี้ ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้แสดงไอคอนแอพพลิเคชั่น (ที่สนับสนุนแอปเปิ้ล วอทช์) บนหน้าจอของแอปเปิล วอทช์ เพื่อใช้สั่งงานได้
เพียงกดปุ่มหมุนลงไปเบาๆ 2 ครั้ง ก็จะปรากฏไอคอนแอพพลิเคชั่นขึ้นมาให้เลือกใช้
ขณะที่ตัวแอปเปิ้ล วอทช์เองทำหน้าที่หลักคือการแสดงเวลา โดยเลือกหน้าปัดได้หลากหลาย และมีฟังก์ชันการใช้รูปในคลังภาพเป็นแบ็กกราวนด์ ที่ผู้ใช้สามารถเลือกได้เลยว่าจะใช้รูปไหน หรือจะใช้แบบสุ่มเลือกขึ้นมาก็ย่อมได้
ผมเกือบลืมเล่าถึงจุดเด่นที่สำคัญของเจ้าแอปเปิล วอทช์ และไอโฟน 6เอส พลัสไปแล้วสิ จุดเด่นที่ว่านั่นคือ การสัมผัสครับ การสัมผัสหน้าจอของทั้งสองค่อนข้างนิ่ง ไม่หวือหวารวดเร็วเกินไป จนทำให้สั่งการโดยไม่ตั้งใจ และยิ่งในตัวไอโฟน 6เอส พลัส ยังมี ฟังก์ชัน “3D Touch” ที่เพิ่มขึ้นมา ทำให้มีฟีเจอร์ Peek and Pop สามารถใช้ในการแสดงพรีวิวต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นลิงค์หรือรูปภาพ เพียงกดที่หน้าจอค่อนข้างแรงบนไอคอน หรือข้อความ ก็จะมีเนื้อหาส่วนหนึ่ง แสดงให้เห็นทำให้ผู้ใช้เลือกว่าจะเปิดเข้าไปดูข้างในหรือไม่ ซึ่งถ้าต้องการเปิดก็กดย้ำลงไปอีกทีเท่านั้น
และหากใครที่มักจะออกเดินทางบ่อยๆ ล่ะก็ ไอโฟน 6เอส พลัส เหมาะสมมากๆ เพราะรองรับคลื่นและสัญญาณมากกว่า ไอโฟน 6เอส รวมทั้งสมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่นในตลาด การเชื่อมต่อนั้น ไอโฟน 6เอส พลัส ใช้อุปกรณ์ตัวใหม่ล่าสุดในการรับสัญญาณ ช่วยให้การใช้อินเทอร์เน็ตแบบ 4G เป็นไปได้ไหลลื่นกว่าแต่ก่อนแน่ๆ ครับ นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วย aGPS ด้วย Glonass, Bluetooth 4.2, dual-band 802.11 a/b/g/n Wi-Fi ด้วยMIMO และ NFC สำหรับ Apple Pay
เมื่อผมนำไปใช้งานในต่างประเทศก็พบว่าเจ้าไอโฟน 6เอส พลัส จับสัญญาณไวไฟได้อย่างรวดเร็ว และนิ่งมาก แม้ในบริเวณชินจูกุ ย่านช็อปปิ้งของชาวญี่ปุ่น ที่มีคนพลุกพล่าน และร้านอาหารที่ผมเข้าไปนั่งจะมีลูกค้าที่ควักสมาร์ทโฟนออกมาใช้งานกันเยอะแยะ หรือแม้กระทั่งโรงแรมริมอ่าวเปอร์เซีย ในดูไบ ก็สามารถใช้ซิมท้องถิ่นในการรับ-ส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งยังใช้งานกล้องถ่ายรูป ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลชคู่ที่ให้สีสันออกมาเป็นธรรมชาติ เช่นเดียวกับกล้องหน้าขนาด 5 ล้านพิกเซลที่มีเรตินาแฟลช (ใช้หน้าจอยิงสีสว่างออกมา 2 สี) เพื่อใช้ในการถ่ายภาพเซลฟี่ในที่มืด อีกทั้งมีฟังก์ชันการถ่ายภาพแบบ Live Photo ที่กล้องจะเก็บภาพก่อนกดชัตเตอร์ระยะหนึ่งแล้วนำมาประมวลเป็นภาพเดียว ซึ่งเมื่อต้องการชมภาพนิ่งแบบเคลื่อนไหวก็เพียงกดหน้าจอที่รูป ภาพเคลื่อนไหวจะปรากฏให้เห็น ผมใช้ฟังก์ชันนี้ถ่ายรูปหลานที่กำลังคลานเตาะแตะ ได้ภาพเคลื่อนไหวที่เรียกรอยยิ้มได้ทุกครั้งที่เปิดชมกันเลย
นอกจากนั้นกล้องชุดนี้ยังมีประสิทธิภาพในการถ่ายวิดีโอระดับ 4K โดยผู้ใช้สามารถเลือกความละเอียดของวีิดีโอได้ตามต้องการตั้งแต่ HD เป็นต้นไป และที่สำคัญเจ้าไอโฟน 6เอส พลัส ยังมีระบบป้องกันการสั่นไหวระดับออปติคอล ซึ่งเป็นระบบเดียวกันกับเลนส์ของกล้องรุ่นใหญ่อย่าง DSLR ที่รักษาความนิ่งของระนาบเลนส์ที่ใช้รับภาพระหว่างถ่ายภาพหรือวิดีโออยู่ตลอดเวลา ทำให้ได้ภาพที่นิ่ง แม้ตอนที่ถ่ายนั้นผู้ใช้จะเคลื่อนที่ไปไหนต่อไหนก็ตาม
ข้อติของเจ้าไอโฟน 6เอส พลัส นั้นก็มีอยู่ ประการแรกคือ ขนาดที่ใหญ่มากด้วยหน้าจอ 5.5 นิ้ว อาจจะไม่เหมาะกับผู้ใช้ทุกคน กับเรื่องความร้อนที่เกิดขึ้นอย่างน่ากังวล ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ใช้หลายคนผวาได้ ส่วนเจ้าแอปเปิ้ล วอทช์ ยังคงมีข้อจำกัดในการใช้งานค่อนข้างมาก เนื่องจากต้องใช้ไอโฟนเป็นฐานในการรับส่งข้อมูล ไม่เป็นอิสระ แต่ได้ข่าวมาว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป จะมีการออกแอพพลิเคชั่นที่รันบนแอปเปิ้ล วอทช์ ได้เป็นอิสระไม่ผูกพันกับไอโฟนอีกต่อไป และอีกประการหนึ่งคือ เรื่องการใช้พลังงานครับ ผู้ใช้แอปเปิ้ล วอทช์ ต้องพกแท่นชาร์จไปตลอด เนื่องจากแบตเตอรี่ของเจ้าตัวนี้มีอายุการใช้งาน (เคลมจากโรงงาน) ที่ 18 ชั่วโมง แต่เมื่อใช้งานจริงระยะเวลาเฉลี่ยที่ผมทำได้คือราว 12 ชั่วโมงเศษเท่านั้น



