
นิติเวชเสริมซีทีสแกนพิสูจน์ศพดันศูนย์กลางวิทยาศาสตร์อาเซียน
นิติเวชเสริมซีทีสแกนพิสูจน์ศพดันศูนย์กลางวิทยาศาสตร์อาเซียน : สายตรวจระวังภัย โดยพรรณทิพา จิตราวุฒิพร
แม้เวลาจะผ่านมานาน 10 ปี ร่องรอยเศษกระดูกมนุษย์ ที่พบในป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ บ้านคำบอนเวียงชัย จ.อุดรธานี หรือ “สุสานเผานั่งยาง” ที่ถูกส่งมาตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เป็นความหวังเดียวที่จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้นเป็นใคร
สถาบันนิติเวชวิทยา แบ่งโครงสร้างการทำงานเป็น 5 กลุ่มงาน และอีก 1 ฝ่าย คือกลุ่มงานนิติพยาธิ งานพิษวิทยา งานชีวเคมี และเขม่าดินปืน งานตรวจพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับบุคคล งานพิเศษ และฝ่ายอำนวยการ การตรวจพิสูจน์ศพสามารถตรวจได้หลายวิธี ทั้งการตรวจดีเอ็นเอของเลือด ปัสสาวะ เส้นผม ฟัน และชิ้นเนื้อ ขึ้นอยู่กับสภาพศพที่ถูกส่งมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจ ขั้นตอนในการตรวจพิสูจน์ศพเริ่มตั้งแต่รับศพมาห้องแช่ เจาะเลือด ตรวจภายในร่างกาย จนถึงเก็บวัตถุพยาน
พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ระบุว่า สถาบันนิติเวชเป็นหน่วยงานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนงานในกระบวนการยุติธรรม จึงต้องมีการพัฒนาอุปกรณ์และเครื่องมืออย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และความโปร่งใส เพื่อคงเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางด้านนิติวิทยาศาสตร์ของอาเซียน งานด้านนิติเวชจึงต้องมีการรักษาความลับทางราชการ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อรูปคดี ปีนี้ได้นำเครื่องซีทีสแกนจากประเทศญี่ปุ่น เครื่องละกว่า 10 ล้านบาท มาใช้เป็นเครื่องแรกของประเทศไทย เพื่อใช้ตรวจศพที่ตายผิดธรรมชาติ และไม่สามารถผ่าพิสูจน์ได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขทางศาสนา รวมถึงใช้ตรวจศพที่ไม่เห็นบาดแผลภายนอก หรือมีบาดแผลรุนแรงทะลุผ่านในร่างกาย เช่น หาแนวกระสุนปืน และยังสามารถสแกนให้เห็นภาพกระดูกแต่ละส่วนได้อย่างชัดเจน ทำให้การพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น โดยใช้ภาพ 3 มิติเข้ามาช่วยวิเคราะห์ ใช้เวลาตรวจเพียง 1 นาที และมีความแม่นยำสูงมาก
“นอกจากเครื่องซีทีสแกนที่เข้ามาช่วยงานด้านนิติเวชแล้ว ยังมีเครื่องมือการตรวจหาสารเสพติด หรือสารยาฆ่าแมลง หรือเครื่องตรวจหาสารพันธุกรรมอัตโนมัติ ที่นำมาใช้ตรวจหาดีเอ็นเอยืนยันตัวบุคคลเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่นำมาใช้ ใช้เวลาตรวจเพียง 90 นาทีสามารถรู้ผลได้ทันที ต่างจากเมื่อก่อนที่ใช้เวลานาน” พล.ต.ต.นพ.พรชัย ระบุ
อุปกรณ์และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย เข้ามาช่วยเสริมในการปฏิบัติงาน ทำให้ในการตรวจพิสูจน์และค้นคว้าหาหลักฐานของงานนิติเวชสามารถทำได้จากบุคคลที่มีชีวิต ศพ และเศษ หรือจากส่วนของศพ เพราะถือว่าร่างกายของผู้เสียชีวิตที่เป็นสิ่งสำคัญในพยานหลักฐาน ที่จะทำให้คดีเกิดความกระจ่าง
“ระบบการตรวจพิสูจน์ทุกขั้นตอนภายในสถาบันมีระบบป้องกันการสลับเปลี่ยนวัตถุพยาน โดยใช้บาร์โค้ดติดที่วัตถุพยาน เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่รู้ว่าพยานชิ้นนั้นเป็นของคดีไหน อีกทั้งการส่งตรวจพยาน เช่น เลือด ปัสสาวะ ชิ้นเนื้อ ระหว่างแผนกจะส่งผ่านโดยท่อลม เป็นระบบป้องกันที่สูงและปลอดภัย มั่นใจได้ว่าวัตถุพยานชิ้นนั้นจะไม่ถูกสลับเปลี่ยน และไม่รู้ว่าเป็นของคดีไหนบ้าง” พล.ต.ต.นพ.พรชัย ระบุ
โดยเมื่อวันที่ 28 เมษายน ทางสถาบันนิติเวชวิทยา ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมงานการจัดแสดงเทคโนโลยีที่ใช้ในงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ เช่น การสาธิตการผ่าศพ การตรวจอัตลักษณ์บุคคล ทั้งการเสียชีวิตที่ผิดปกติและการเสียชีวิตจากวินาศภัย การตรวจวิเคราะห์สารพิษ และแนวทางติดตามคนหาย ให้ประชาชนได้เข้าใจระบบการทำงานของสถาบันมากขึ้น



