ไลฟ์สไตล์

ตะลุยสวนผลไม้ระยอง

ตะลุยสวนผลไม้ระยอง

26 เม.ย. 2559

เส้นทางอาชีพ : ตะลุยสวนผลไม้ระยอง : บายไลน์...สุรัตน์ อัตตะ [email protected]

 
      จากข้อมูลที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ร่วมกับสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 (สสข.3) จังหวัดระยอง เคยคาดการณ์สถานการณ์ผลไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง จันทบุรีและตราด เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พบว่าผลไม 4 ชนิด ประกอบด้วย ทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง คาดว่าจะมีผลผลิตรวมประมาณ 803,203 ตัน จากพื้นที่ทั้งหมด 664,885 ไร่ โดยผลผลิตจะออกมากช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนมิถุนายน ซึ่งคาดการณ์ว่าผลผลิตรวมทั้ง 4 สินค้าจะเพิ่มขึ้น โดยมังคุดจะเพิ่มขึ้นมากที่สุดอยู่ที่ร้อยละ 37 รองลงมาได้แก่ ทุเรียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ส่วนเงาะและลองกอง เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 2 เท่ากัน
 
      ล่าสุด วิบูลย์ ไชยวรรณ เกษตรจังหวัดระยอง ออกมายอมรับว่าสถานการณ์ผลไม้ในพื้นที่ จ.ระยอง ปีนี้ ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ปริมาณผลผลิตผลไม้โดยรวมลดลงประมาณ 8% เทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะทุเรียนลดลงมากที่สุด เมื่อเทียบกับไม้ผลชนิดอื่น ไม่ว่าจะเป็นมังคุด เงาะหรือลองกอง และแต่ละชนิดจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมจนถึงกลางเดือนมิถุนายน ซึ่งผลไม้ระยองปีนี้ให้ผลผลิตช้ากว่าทุกปี ดังนั้นจังหวัดจึงได้กำหนดจัดงานเทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยองระหว่างวันที่ 9-15 มิถุนายน 2559 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ผลไม้ที่กำลังให้ผลผลิต
 
      วันก่อนมีโอกาสลงพื้นที่สำรวจสวนผลไม้ใน จ.ระยอง เท่าที่รับฟังข้อมูลจากเจ้าของสวนหลายรายให้ข้อมูลที่ตรงกัน โดยเฉพาะทุเรียนนั้น ปีนี้ให้ผลผลิตน้อยมากจริงๆ  บางสวนเกือบไม่มีเลย สาเหตุก็เพราะว่าในช่วงที่ทุเรียนกำลังออกดอกนั้นเกิดพายุฝนถล่มลงมา ลมพัดแรงมาก ทำให้ดอกทุเรียนร่วงเกือบหมด มีเพียงไม่กี่สวนที่รอดพ้นวิกฤตินี้มาได้ จึงต้องทำใจหากปีนี้ผู้บริโภคได้กินทุเรียนแพง
 
      อย่าง “สวนผู้ใหญ่สมควร” ของผู้ใหญ่สมควร ศิริภักดี ใน ต.บ้านแลง หนึ่งในสวนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ใหญ่บอกว่า ปีนี้ทุเรียนมีน้อยมากๆ บางต้นเกือบจะไม่มีลูกให้เห็นเลย ไม่เฉพาะทุเรียน มะปรางหวาน ซึ่งทุกปีจะให้ผลดกเหลืองอร่ามเต็มต้น แต่ปีนี้กลับไม่มีให้เห็น ส่วนเงาะ มังคุด และลองกอง ผลผลิตไม่มีผลกระทบมาก เพียงแต่จะให้ผลผลิตล่าช้า  
 
      อีกสวนเป็นสวนยอดฮิต เปิดเป็นสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรเป็นรายแรกๆ ของจังหวัด นั่นก็คือ สวนยายดา ของป้าบุญชื่น โพธิ์แก้ว ปีนี้ผลไม้เกือบทุกชนิดมีปริมาณลดลงเช่นกัน โดยสังเกตจากการให้ดอกและการติดผลในแต่ละต้น แต่ป้าบุญชื่น เจ้าของสวนก็ยืนยันว่า จะยังเปิดสวนให้นักท่องเที่ยวชม ชิม ช็อปเหมือนเดิม เพียงแต่ปีนี้จะเก็บค่าเข้าชมสวนเพิ่มจาก 250 บาท เป็น 300 บาทต่อหัว เช่นเดียวกับสวนอื่นๆ เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น 
 
      และเสาร์ที่ 4 มิถุนายน 2559 เคยู เรดิโอ พลัส ร่วมกับชมรมศิษย์เก่าส่งเสริมเกษตรสำหรับผู้บริหาร (ExAE) จัดทริปพิเศษ ตะลุยสวนผลไม้เมืองระยอง คิืนความสุขให้ชาวสวน สนใจร่วมเดินทาง โทร.0-2942-8070-2 ต่อ 112, 08–7552-0146 (คุณส้ม) รับเพียง 40 ท่านครับ