ไลฟ์สไตล์

ปาฏิหาริย์'โค้งมรณะที่ท่าแซะ'ของ...นายอนันต์ บริวารพิทักษ์ง'

ปาฏิหาริย์'โค้งมรณะที่ท่าแซะ'ของ...นายอนันต์ บริวารพิทักษ์ง'

23 เม.ย. 2559

ปาฏิหาริย์'โค้งมรณะที่ท่าแซะ'ของ...นายอนันต์ บริวารพิทักษ์" : พระเครื่องคนดัง เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู

             “เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๗ ผมขับรถไปทำธุรที่ภาคใต้ช่วง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร มีจุดที่ขึ้นชื่อว่าโค้งมรณะ ๓ จุด ด้วยความเร็วของรถกว่า ๑๔๐ กม.ต่อชม. เมื่อยางระเบิดเป็นเรื่องยากที่จะบังคับรถให้หยุดได้ และยิ่งเหตุเกิดบริเวณทางโค้งมีอย่างเดียวคือพลิกคว่ำ ขณะที่เกิดเหตุนั้นผมมีสติดีทุกประการ เห็นภาพรถเสียหลักและพลิกค่ำหลายตลบก่อนที่จะหยุดนิ่ง กู้ภัยมาถึงต่างถามหาคนเจ็บและคนตาย แต่ที่ไหนได้คนขับมีลอยถลอกแค่แมวข่วนเท่านั้น ในขณะที่รถต้องเข้าอู่ซ่อมใหญ่เกือบ ๒ เดือน” นี่เป็นคำของนายอนันต์ บริวารพิทักษ์ นายกสมาคมบ้านเคหะนนทบุรี

ปาฏิหาริย์'โค้งมรณะที่ท่าแซะ'ของ...นายอนันต์ บริวารพิทักษ์ง'

             นายอนันต์ บอกว่า ปกติแล้วมีความเชื่อว่าปาฏิหาริย์และพุทธคุณในองค์พระนั้นมีจริง วันที่เกิดอุบัติเหตุนั้นแขวนเสือหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย หนุมานหลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน พระหลวงปู่ทวด พิมพ์เตารีดเล็ก ปี ๐๕ หลวงป่ศุข พิมพ์หลังอุ วัดปากคลองมะขามเฒ่า เหรียญหลวงพ่อชุบ รุ่นแรก พระชัยวัฒน์ ๘๒ สมเด็จสังฆราชแพ พระไพรีพินาศ ปี ๙๕ และหน้าผากเสือ หลวงปู่นาค วัดอรุณ ส่วนภรรยาแขวนหลวงปู่ทวดเพียงองค์เดียวเท่านั้น และนับตั้งแต่รอดตายจากครั้งนั้นมาแขวนพระชุดนี้มาตลอด

             สำหรับการสะสมประเครื่อง นายอนันต์บอกว่า เริ่มสะสมมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๕ โน่น ตั้งแต่วงการพระยังไม่รุ่งเรืองเหมือนทุกวันนี้ แรกๆ เก็บพระเนื้อชิน แต่เก็บไปเก็บมารู้ภายหลังว่าพระที่เก็บมาก๊กว่าครึ่ง พระที่ขึ้นชื่อว่าโดนแพงมากที่สุดคือพระหลวงปู่ทวด เนื้อว่าน โดนไป ๖๐๐,๐๐๐ บาท แต่เป็นเรื่องที่โชคดีคือ สามารถคืนพระและได้เงินคืนทั้งหมด ซึ่งตลอดชีวิตไม่เคยมีความเดือดร้อนถึงกับต้องเอาพระไปขาย ส่วนใหญ่จะซื้อเก็บสะสมอย่างเดียว ไม่ว่าจะฝากเก็บไว้ที่ธนาคาร จะเก็บไว้ที่บ้าน รวมทั้งแขวนติดไว้ที่ตัว หากเป็นพระดีพระแท้ผมเชื่อว่าพระดีต้องมีพุทธคุณ ที่สำคัญคือ พระมีพุทธคุณไม่จำเป็นต้องเป็นพระเก่าที่มีราคาแพง

             ส่วนการเดินทางไปกราบไหว้ขอพรพระเกจินั้น นายอนันต์บอกว่า ในอดีตเป็นเรื่องอยากที่จะรู้ว่าที่ไหนมีพระดี ที่ไหนมีพระเก่ง ที่ไหนมีพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แต่ทุกวันนี้มีนิตยสาร หนังสือพิมพ์ รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต ทำให้เป็นเรื่องง่ายในการหาข้อมูลพระดีๆ สักรูปหนึ่ง และสิ่งหนึ่งที่ควรระวังคือ พระหลอกคน พระอุปโลกน์เพื่อหวังลาภสักการะก็มีอยู่ไม่น้อย ดังนั้นต้องหาข้อมูลมากๆ เพราะพระหลายรูปใช้สื่อสร้างภาพโปรโมทตัวเอง ในระยะแรกคนไม่รู้อาจจะแห่ไปกราบไว้ แต่ในระยะยาวเมื่อความจริงปรากฏพระนั้นๆ ก็เสื่อมศรัทธาไปเอง

             “ตอนแรกก็ไปดู ไปกราบเฉยๆ เพื่อจะดูว่าท่านเก่งจริงสมคำร่ำลือ การนำเสนอของสื่อหรือไม่ เมื่อเห็นว่าเก่งจริงวันหน้าก็กลับมาทำบุญใหม่ ทำไปทำมาก็กลายเป็นลูกศิษย์ แต่ก็มีอยู่หลายวัดที่ไปครั้งเดียวแล้วไม่ไปอีกเลย พระที่เข้าไปหาบ่อยๆ เช่น หลวงพ่ออนันต์ วัดบางพลีน้อย จ.สมุทรปราการ และหลวงพ่อชุบ วัดวังกระแจะ จ.กาญจนบุรี ซึ่งท่านเป็นพระที่ไม่ยึดติดอะไรเลย โดยเฉพาะเรื่องปัจจัย ญาติโยมที่ถวายมาท่านไม่ได้แตะต้อง ได้มาสร้างวัดหมด” นายอนันต์ กล่าว

             ทั้งนี้ นายอนันต์พูดไว้อย่างน่าคิดว่า “มีคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าแขวนพระแล้วต้องร่ำรวยตามคำร่ำลือ แต่ต้องยอมรับความจริงว่า คนเราต้องขยันทำมาหากิน รู้จักกิน รู้จักใช้ และรู้จักเก็บ ส่วนพระเครื่องนั้นแขวนแล้วไม่จำเป็นต้องแสดงปาฏิหาริย์ ไม่เกิดอุบัติเหตุ และไม่เจ็บไข้ได้ป่วยก็ถือว่าสุดยอดแล้ว อย่างคำพระที่ว่าความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ”


บวชเพื่อสักยันต์หนุมานหลวงพ่อชุบ

             “บวช ๙ วัน ไม่ได้เรียนรู้เรื่องธรรมะอะไรมากมาย แต่ก็ขึ้นชื่อว่าได้หลวงพ่อชุบเป็นพระอุปัชฌาย์ ซึ่งท่านมีอายุมากถึง ๙๑ ปี ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ได้รอยสักลายยันต์หนุมาน ซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่ลูกศิษย์ว่าท่านได้วางเข็มไปนานแล้ว แต่ท่านยินดีสักให้ ลงทุนซื้อเข็ม ซื้อหมึกสักยันต์ โดยหลวงพ่อชุบใช้เวลาสักกว่าชั่วโมงถึงเสร็จ” นี่เป็นเหตุผลข้อหนึ่งในการบวชพระ จากคำบอกเล่าของนายอนันต์

             นอกจากนี้แล้วบนแผ่นหลังและหน้าอกของนายอนันต์เต็มไปด้วยลายยันต์ของพระเกจิชื่อดังในอดีตทั้งสิ้น เช่น หลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ จ.นครปฐม และหลวงพ่อแล วัดพระทรง จ.เพชรบุรี ซึ่งแต่ละองค์ล้วนขึ้นชื่อว่าเข้าหาอยากเพราะมีลูกศิษย์คอยกีดกันจำนวนมาก กว่าจะได้สักยันต์กับท่านโดยตรงต้องเทียวไปเทียวมาหลายครั้ง

             นายอนันต์ บอกว่า เมื่อ ๓๐ ปีก่อน ได้เดินทางไปสักยันต์กับ อาจารย์อี้คำ อดีตเจ้าฟ้าเมืองเชียงตุง เพื่อขอสักยันต์เสือ ๗ ชิ้น หรือ ยันต์เสือ ๗ ป๊อด ซึ่งมีความเชื่อกันว่าหากถูกใครรุมทำร้ายให้ถึงกับชีวิตต้องถูกจุดตาย ๗ จุดถึงจะตาย ที่สำคัญคือ ยันต์เสือ ๗ ป๊อด เป็นยันต์ที่ไม่มีความเสื่อมแม้ว่าจะโดนแก้ด้วยของอาถรรพณ์ก็ตาม แต่มีข้อห้ามข้อเดียวคือ “ห้ามกินเนื้อหมา”


แจกฟรี! เหรียญแจกทานหลวงปู่ชุบรุ่นไพรีพินาศ

             “พระครูอดุลพิริยานุวัตร” หรือหลวงพ่อชุบ ปญฺญาวุโธ เจ้าอาวาสวัดวังกระแจะ ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้สืบทอดสรรพวิชาสายหลวงพ่อศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จากฆราวาสจอมขมังเวทย์ อาจารย์รื่น นิลแนบแก้ว ซึ่งท่านเป็นพระสหายกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ สำนักวัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อชุบสืบทอดวิชาการสักยันต์เมตตา แคล้วคลาด คงกระพัน และมหาอุด พระคาถาต่างๆ และสรรพวิชาการทำตะกรุดและเครื่องรางของขลัง

             นอกจากนี้ท่านยังสืบทอดวิชาสายหลวงพ่อคง วัดบางกระพร้อม จากพระมหาสิทธิการทอง วัดเพชรสมุทร จ.สมุทรสงคราม ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อครั้งจำพรรษาอยู่ที่วัดเพชรสมุทร (วัดบ้านแหลม) พระเครื่องและวัตถุมงคลของหลวงพ่อชุบนั้นเป็นที่รู้กันดีในหมู่ลูกศิษย์โดยเฉพาะชาว อ.ไทรโยค จะรู้ดีว่าหลวงพ่อมีของดี ทั้งสักและพระวัตถุมงคล เป็นที่รู้กันว่าคงกระพัน

             “ผมสร้างพระแจกฟรีมี ๒ เหตุผล คือ ๑.วันที่บวชเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือวันพ่อ ผมจึงสร้างพระแจกฟรีถวายเป็นพระราชกุศล ๒.เป็นวันที่ผมบวชพระ ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิตเมื่ออายุ ๖๑ ปี ทุกเนื้อที่สร้างแจกฟรี ยกเว้นเนื้อทองคำที่สร้างเพียง ๒ เหรียญ เก็บไว้ที่ตัวเอง ๑ เหรียญ และมอบให้คนที่ช่วยเงินในการสร้างพระอีก ๑ เหรียญ บางคนไม่ได้รับแจกที่วัดก็เขียนจดหมายมาขอที่บ้าน ก็ยังอำนวยความสะดวกส่งทางจดหมายให้ถึงบ้าน"

             นี่เป็นเหตุในการสร้าง “เหรียญแจกทานหลวงปู่ชุบ รุ่นไพรีพินาศ” ของนายอนันต์ ซึ่งแจกไปแล้วเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ ที่วัดวังกระแจะ

             เหรียญแจกทานหลวงปู่ชุบ รุ่นไพรีพินาศ แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นเหรียญแจกฟรี แต่นายอนันต์ ตระเวนปลุกเสก ๓ วาระ คือ วาระที่ ๑ หลวงปู่แผ้ว ปวโร แห่งวัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม วาระที่ ๒ ท่านก๋งเตื่อง เตชปัญโญ วัดคลองจาก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด และวาระที่ ๓ หลวงปู่ชุบ วัดวังกระแจะ

             ส่วนจำนวนการสร้างเหรียญแจกทานหลวงปู่ชุบ รุ่นไพรีพินาศ นั้น ประกอบด้วย เนื้อทองคำ ๒ เหรียญ เนื้อเงิน ๑๑ เหรียญ เนื้อชนวนเจ้าสัว ๖๕ เหรียญ เนื้อตะกั่ว ๒๐๐ เหรียญ (โรงงานทำร่วมบุญ) เนื้อทองเหลือง ๓,๐๐๐ เหรียญ