
"สาทิตย์"เร่งดันก.ม.คุ้มครองข้อมูลบุคคล
"สาทิตย์" ถกแก้ปัญหารำคาญใจทางโทรศัพท์มือถือ เปิดทางให้ผู้บริโภคโทรหาคอลเซ็นเตอร์ค่ายมือถือ สั่งระงับส่งข้อความขายสินค้าได้ กรณีการขายประกันให้ติดต่อผ่านสายด่วน คปภ.1186 พร้อมเร่งผลักดันพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเข้าสภาในสมัยประชุมนี้ ก่อนบังคับใช้กลาง
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดแถลงข่าวร่วมกับผู้บริหารจากค่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ บมจ.กสท โทรคมนาคม ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ถึงแนวทางแก้ไขปัญหากรณีผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากการเสนอขายสินค้าและบริการ และประกันชีวิตทางโทรศัพท์มือถือว่า ทุกฝ่ายได้ตกลงร่วมกันที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน
โดยผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนแจ้งไปที่คอลเซ็นเตอร์ของค่ายมือถือแต่ละค่าย เพื่อสั่งระงับการส่งข้อความสั้น ขายสินค้าและบริการ ไปที่เบอร์โทรศัพท์มือถือของตนเอง ส่วนกรณีการขายประกัน ขอให้ติดต่อไปที่คอลเซ็นเตอร์ของ คปภ. หมายเลข 1186 เพื่อระงับไม่ให้มีการเสนอขายประกันทางโทรศัพท์มือถือของตนเองต่อไป
นอกจากนี้ รัฐบาลจะเร่งผลักดันให้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเข้าสู่การพิจารณาของสภา ภายในสมัยการประชุมนี้ เพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการภายในกลางปี 2553 ซึ่งผู้ที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคลจะต้องถูกลงโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญา คือ จำคุก 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ โดย สคบ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จากเดิมที่การฟ้องร้องดำเนินคดีจะมีความผิดทางแพ่งตามกฎหมายเท่านั้น
ระหว่างนี้ สคบ.จะทำหนังสือแจ้งไปยังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพื่อให้เร่งดำเนินการออกระเบียบเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้บริโภค และยังได้สั่งการให้ สคบ.เร่งเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการส่งเอสเอ็มเอสให้ใช้บริการ เลขเด็ด ดูดวง รวมถึงการเสี่ยงโชค ชิงรางวัล เพื่อออกมาตรการป้องกันที่ชัดเจนต่อไป
"ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาทั้งผม และ สคบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคจำนวนมากว่าได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายสินค้า บริการและประกันชีวิต ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ แม้จะพยายามหาทางแก้ไขปัญหาและมีการชี้แจงต่อสาธารณชนไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังมีการร้องเรียนเข้ามาตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือให้ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมชี้แจงเพื่อแสดงความรับผิดชอบและแนวทางที่ชัดเจนได้" นายสาทิตย์ กล่าว



