
การออกแบบระบบใหม่ทันการเปลี่ยนแปลง
มีแฟนๆ หลายคนโทรศัพท์ และนัดแนะเข้ามาเยี่ยมเยือน บ้านอยู่สบาย และสำนักงาน แต่งร้านให้ได้ล้าน ที่เมืองทองธานีกันอย่างล้นหลาม หลังจากผมได้จุดประกายความคิดเรื่องการออกแบบแนวใหม่ฟันฝ่าเศรษฐกิจไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
ไปจนถึงวิธีการดูฮวงจุ้ยแบบวิทยาศาสตร์ที่หลายคนอยากรู้เพิ่มเติมมากกว่าในคอลัมน์นี้ และมีอีกหลายคนให้ทีมงานอยู่สบายเป็นที่ปรึกษา ออกแบบทั้งระบบ แต่เนื่องจากว่ามีผู้แจ้งความจำนงมากมายจึงต้องคัดเลือกเพียงแค่บางรายเท่านั้น
โดยเงื่อนไขที่เราเลือกจะทำอยู่ที่ความเข้าใจเรื่องวิชาชีพสถาปัตยกรรม และมัณฑนศิลป์ ระหว่างเจ้าของและผู้ออกแบบไปจนถึง ผลงานที่ทำจะต้องแปลกใหม่ ไม่ซ้ำแบบใคร สามารถเป็นแลนด์มาร์คในชุมชนที่ตั้งได้ เป็นสถาปัตยกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมมนุษย์ ไปจนถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรม ผลงานที่ต้องมีสุนทรียภาพไม่ใช่สักที่จะสร้าง เพื่อธุรกิจ เพื่อเงิน จนอาคารไม่มีความงดงาม สร้างความเสื่อมโทรมให้แก่ภูมิทัศน์ของเมือง
รสนิยมร่วมกันระหว่างเจ้าของและผู้ออกแบบจึงเป็นเสมือนกุญแจสำคัญที่ทำให้โลกงดงาม เมืองน่าอยู่ ผมและทีมจะไม่ขอทำอาคารที่ไร้รสนิยมเป็นอันขาด โดยการออกแบบสถาปัตยกรรมและมัณฑนศิลป์ในปัจจุบันและอนาคตจะไม่ใช่เพียงแค่การเขียนแบบแล้วเสร็จจนก่อสร้างสำเร็จเท่านั้น นวัตกรรม เทคโนโลยี การผลิต การก่อสร้าง จะมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ อีกทั้งนักออกแบบเองก็ต้องปรับตัวเองให้สามารถทันกับการปรับเปลี่ยนของสังคม ระบบการออกแบบแนวใหม่จะต้องประสานไปกับทุกศาสตร์ ทั้งศิลปะ วิทยาศาสตร์ การตลาด การบริหารจัดการ วัสดุศาสตร์ ฯลฯ
การออกแบบระบบใหม่จึงมีหลักคิดอย่างน้อย 6 ประการ ดังนี้
1.ระบบที่พัฒนาสู่การสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมใหม่ๆ ถ้าเราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าพฤติกรรมของมนุษย์จะเปลี่ยนแปลงไปแบบใดแล้วออกแบบสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ เราก็อาจจะได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและยิ่งเป็นสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายใน ก็อาจจะเกิดเป็นสภาพแวดล้อมใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนก็เป็นได้ ซึ่งหลายๆ โครงการได้เกิดขึ้นแล้ว ถ้าลงในรายละเอียดมากขึ้นเพื่อสนับสนุนการตลาดในอนาคต เราอาจจะได้พื้นที่การให้บริการที่พิเศษและเป็นต้นแบบให้โลกใบนี้ก็ได้
2.เกิดพฤติกรรมใหม่ทำให้ต้องสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่มารองรับ ในอดีตที่ผ่านมาคนเปลี่ยนพฤติกรรมทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เสมอและในอนาคต เชื่อว่าจะเกิดผลิตภัณฑ์หลากหลายเข้าไปอีก เพราะดูแนวโน้มโลกจะมีการปรับเปลี่ยนหลายอย่างมากเข้าไปอีก เช่น ระบบสื่อสาร ระบบการเดินทาง ระบบการรับข้อมูลและส่งข้อมูลข่าวสารต่างๆ ระบบการผลิต ระบบการใช้วัสดุ ฯลฯ
เหล่านี้มีปัจจัยการเปลี่ยนแปลง เช่น การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ การปรับเปลี่ยนระบบการเงินโลก การเปลี่ยนแปลงความเชื่อทางศาสนา เป็นต้น
3.เกิดพันธุกรรมทางศิลปะและการออกแบบแนวใหม่ ผลิตภัณฑ์ด้านศิลปะและการออกแบบคือตัว แปรของนวัตกรรมใหม่ๆ ของโลก สายพันธุ์ใหม่ๆ มักจะเกิดขึ้นกับโลกเสมอมา ถ้าคุณสามารถดักทางได้พอดี คุณอาจจะกลายเป็นต้นแบบหรือธุรกิจต้นน้ำคนกลุ่มแรกของโลกก็ได้หรือคุณอาจจะประยุกต์ธุรกิจร้านค้าแบบเดิมๆ ที่มีอยู่ให้สามารถพลิกกลายเป็นธุรกิจแบรนด์ใหม่ โดยมีวิธีการให้บริการ หรือการนำเสนอใหม่อย่างไม่มีใครเคยได้เห็นมาก่อน สร้างความตื่นเต้นและประทับใจแก่ลูกค้าจนคู่แข่งตามไม่ทันก็เป็นได้
4.เกิดวัสดุข้ามสายพันธุ์และสายพันธุ์ใหม่ มีให้เห็นมากมายในช่วงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุประเภทที่เลียนแบบธรรมชาติ วัสดุเลียนแบบบางชนิดที่ผลิตยากแต่ทำให้ผลิตได้ง่ายขึ้น หรือวัสดุใหม่ที่ลดข้อเสียของวัสดุเดิมที่มีข้อบกพร่อง หรืออาจจะมีการข้ามสายพันธุ์ เช่น กระเบื้องเลียนแบบหนัง หินสังเคราะห์เลียนแบบแกรนิตและหินอ่อน วอลเปเปอร์เลียนแบบไม้ ไปจนถึงนวัตกรรมของสีจะเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ให้เราจับตามองดูนะครับ
5.ระบบการผลิตและติดตั้งใหม่ ประเด็นนี้เกิดจากมนุษย์เริ่มขี้เกียจ แรงงานหายากขึ้น แรงงานแพงขึ้น จึงทำให้เกิดระบบการผลิตที่ไม่ต้องพึ่งแรงงานและฝีมือมนุษย์ มีให้เห็นในประเทศที่พัฒนาแล้ว แนวโน้มที่ค่าครองชีพสูงขึ้นในแต่ละประเทศเป็นประเด็นที่ทำให้การผลิตหันไปสู่เครื่องมือทุ่นแรงมากขึ้น ในเมืองไทยจะมีให้เห็นมากขึ้นแน่นอน
6.การออกแบบที่คำนึงและห่วงใยโลก ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ภัยธรรมชาติครั้งสำคัญๆ หลายจุดในโลกนี้ โดยช่วงเวลาไม่กี่สิบปีนี้เกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเทียบกับในอดีตหลายปี การปรับตัวขนานใหญ่ในทุกแวดวงอาชีพ ทุกสังคมและในแวดวงการออกแบบก็เช่นกัน ทำให้แนวความคิดของนักออกแบบจุดประกายให้เกิดกระแสที่หันไปทางรักษ์โลกมากขึ้น อาทิ กรีนดีไซน์ อีโคดีไซน์ รีไซเคิล รียูส เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมของโลกโดยพร้อมเพรียงกันและต่อจากนี้ก็จะมีมากขึ้นเข้าไปอีกเพื่อไม่ให้เป็นตัวเพิ่มอุณหภูมิ แต่จะกลายเป็นเพื่อการลดอุณหภูมิของโลกลงให้มากที่สุด
ท่านอาจจะเป็นผู้หนึ่งที่คิดออกและสามารถเป็นผู้นำในธุรกิจที่ท่านถนัด ลองวางแผนมองอนาคตอย่างมีวิสัยทัศน์ โดยมีข้อมูลสนับสนุนความคิด ท่ามกลางวิกฤติที่หลายคนหยุดเดิน ท่านอาจจะวิ่งแรงแซงทางโค้งก่อนก็เป็นได้นะครับ โดยไม่อยากให้พลาดงานสัมมนาสำคัญที่ทางทีมงานอยู่สบายและแต่งร้านให้ได้ล้านจะจัดในปีนี้ ในวันที่ 12-13 กันยายน 2552 นี้ สามารถโทรสำรองที่นั่งได้ที่ 0-2984-0091-2 ในงานสัมมนาพิเศษ ในหัวข้อ “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการออกแบบ” ตอน โรงแรมและรีสอร์ทขนาดเล็กแนวใหม่ ร่วมกับ เนชั่นแชนแนล, TTF และเนชั่นบุ๊ค ณ ห้อง Multi Purpose รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ในงาน Interior in Trend ’09 ราคาบัตร 1,888 บาท โดยทุกท่านจะได้รับหนังสืออยู่สบายฉบับพิเศษพร้อมรับวีซีดี “HOTEL DESIGN” อย่าลืมพบกันนะครับ
อ.เอกพงษ์ ตรีตรง
www.ideal1group.com



