
เทคโนโลยีซินโดรม...ภัยเงียบใกล้ตัว
21 เม.ย. 2559
ดูแลสุขภาพ : เทคโนโลยีซินโดรม...ภัยเงียบใกล้ตัว
ในปัจจุบันเราสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆ ได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะทางด้านการติดต่อสื่อสารรวมถึงการรับข่าวสารต่างๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ทำให้ในบางครั้งเราอาจใช้อุปกรณ์เหล่านี้มากเกินไปจึงส่งผลให้เกิดผลเสียตามมาได้ ทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจ ซึ่งสามารถเรียกได้ว่าเป็นภัยอันเกิดจากเทคโนโลยีซินโดรมนั่นเอง
เทคโนโลยีซินโดรมนั้นคืออะไร
กลุ่มอาการหนึ่งของออฟฟิศซินโดรม ในอดีตเราจะโฟกัสกับการทำงานเเละการใช้คอมพิวเตอร์ แต่ในปัจจุบันเราพบว่ากลุ่มคนที่ใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ตมากขึ้น และมีบางส่วนที่ใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานานจนเกิดผลเสียตามมา
อาการของเทคโนโลยีซินโดรมเป็นอย่างไร
กลุ่มอาการของเทคโนโลยีซินโดรมส่งผลต่อร่างกายในหลายๆ ระบบแต่ที่พบบ่อยได้แก่
1.ความผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา ตาแห้ง เคืองตา ปวดล้ากล้ามเนื้อกระบอกตา จากการใช้สายตาจ้องจอติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
2.ความผิดปกติต่อระบบกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น มักมีอาการปวดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ รวมถึงหลังจากภาวะกล้ามเนื้อตึงจากการที่อยู่ท่าเดิมนานๆ บางรายมีอาการของเอ็นอักเสบโดยเฉพาะเอ็นข้อมือ และโรคนิ้วล็อก
3.ความผิดปกติทางอารมณ์และจิตใจ หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล โดยเฉพาะหากห่างจากการใช้เทคโนโลยี ภาวะอดนอนพักผ่อนน้อย สมาธิจดจ่อในการทำกิจกรรมต่างๆ ลดลง โดยเฉพาะการเรียน การทำงาน ส่งผลให้เกิดผลเสียตามมา เกิดความเครียด ความสัมพันธ์กับบุคคลใกล้ชิดลดลง บกพร่องในด้านทักษะทางสังคมและการแสดงอารมณ์เพราะเคยชินกับการสื่อสารในมิติเดียวคือการอ่านและพิมพ์ข้อความโต้ตอบ
ดังนั้น นอกเหนือจากสุขภาพทางกายและจิตใจเเล้วการเสพติดเทคโนโลยีมีผลไม่เพียงต่อผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อผู้คนรอบๆ ข้างด้วย
การรักษาและการป้องกันคือ การลดหรือละเว้นจากการใช้อุปกรณ์เหล่านี้บ้าง หากว่างอาจหากิจกรรมอื่นๆ ทำแก้เบื่อ ดูแลและพบปะพูดคุยกับบุคคลรอบข้างบ้างเพื่อเป็นการสานสัมพันธ์อันดี ควรเลือกอุปกรณ์ที่มีความเหมาะสมต่อการใช้งาน เช่น โทรศัพท์มือถือ เราใช้การพิมพ์สื่อสารกันในข้อความสั้นๆ หรือเพื่อการส่งต่อข้อมูลบางอย่างเช่นรูปภาพ แต่หากจำเป็นต้องสนทนายาวๆ ควรโทรศัพท์คุยกันเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน แม่นยำ และรวดเร็ว การพิมพ์รายงานหรืองานที่ใช้ความละเอียดสูงควรใช้เป็นคอมพิวเตอร์และมีโต๊ะตั้งเป็นกิจจะลักษณะ อย่างเหมาะสมต่อสรีระของผู้ใช้งาน เป็นต้น หากเลี่ยงการใช้อุปกรณ์เหล่านี้นานๆ ไม่ได้ พึงระลึกเสมอว่าควรมีการหยุดพัก ละสายตาจากจอ มองออกไปไกลๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อตาได้พัก
หากมีอาการปวดตาอาจใช้น้ำแข็งหรือแผ่นประคบเย็นช่วยบรรเทาอาการ ลุกเดินหรือขยับร่างกายตามความเหมาะสมเพื่อคลายกล้ามเนื้อช่วงบ่าไหล่หลัง หากมีอาการปวดบ่าไหล่ สามารถทำท่ายืดกล้ามเนื้อเฉพาะจุดได้ด้วยตนเอง หากอาการไม่ดีขึ้นควรมาพบแพทย์เพื่อแนะนำแนวทางในการรักษาต่อไป
พญ.วรรณวดี ลักษณ์สุรพันธุ์
แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู
โรงพยาบาลพญาไท 1



