ไลฟ์สไตล์

ดูดน้ำบาดาลด้วยพลังแสงอาทิตย์ผลิตระบบน้ำหยดแห่งแรกในไร่มัน

ดูดน้ำบาดาลด้วยพลังแสงอาทิตย์ผลิตระบบน้ำหยดแห่งแรกในไร่มัน

19 เม.ย. 2559

ดูดน้ำบาดาลด้วยพลังแสงอาทิตย์ผลิตระบบน้ำหยดแห่งแรกในไร่มัน : ดลมนัส กาเจรายงาน

            ท่ามกลางที่ประเทศไทยกำลังประสบกับวิกฤติภัยแล้งที่เกษตรกรกำลังขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรนั้น ทำให้หลายหน่วยงานต่างหาแนวทางที่จะหาแหล่งน้ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและหาวิธีการใช้น้ำอย่างประหยัด ล่าสุดกรมวิชาการเกษตรพบว่าการสูบน้ำบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อนำน้ำมากักเก็บก่อนส่งไปตามท่อระบบน้ำหยอดสู่แปลงเพาะปลูก และเริ่มดำเนินการแล้วในแปลงมันสำปะหลังของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเกษตร (ศวพ.) กาฬสินธุ์ ที่ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทย พบว่ามันสำปะหลังให้ผลผลิตเท่าตัว

            สมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร บอกว่า แนวคิดในการพัฒนาแปลงต้นแบบระบบสูบน้ำบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์นั้น เกิดจากการเดินสายสัมมนาเรื่องความต้องการใช้เครื่องจักรกลเกษตรของเกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ 7 ครั้งของกรมวิชาการเกษตร เพื่อนำไปจัดทำเป็นแผนแม่บทด้านเกษตรวิศวกรรมให้ตรงตามความต้องการของเกษตรกร ระหว่างเดือนธันวาคม 2558-มกราคม 2559 จึงพบว่าเกษตรกรจากทุกภาคต้องการระบบและอุปกรณ์ที่จะช่วยให้เกิดการใช้น้ำอย่างประหยัดและถูกต้องตามหลักวิชาการของพืชแต่ละชนิดที่ปลูก เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการผลิตพืชประกอบกับประเทศไทยประสบกับปัญหาภัยแล้ง

            ดังนั้นกรมวิชาการเกษตรจำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถฝ่าวิกฤติภัยแล้งในปี 2559 ไปได้ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีต้นแบบในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และระบบการให้น้ำพืชที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ สามารถให้น้ำได้แบบประหยัด สอดคล้องกับความต้องการน้ำของพืชแต่ละชนิด ออกแบบเหมาะสมกับแหล่งน้ำและสภาพพื้นที่ที่ปลูก รวมทั้งอยู่บนพื้นฐานของการคำนวณต้นทุนการผลิตที่สามารถหาจุดคุ้มทุนหรือลดต้นทุนและให้ผลตอบแทนได้

            “พื้นที่ไหนไม่มีน้ำผิวดินจำเป็นต้องเจาะบ่อบาดาลแต่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงแปลงปลูก ควรต้องนำระบบโซลาร์เซลล์มาใช้สูบน้ำมาเก็บไว้ในตุ่มสำรองพักน้ำ แล้วต่อท่อจ่ายน้ำเข้าสู่ระบบน้ำหยด คำนวณแล้วพื้นที่ปลูก 15 ไร่ ใช้เงินลงทุนเพียงแค่ 1.2 แสนบาท สามารถคืนทุนได้ภายใน 5 ปี เพราะการให้น้ำแบบนี้จะทำให้เกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากไร่ละ 3 ตัน เป็น 6-8 ตัน” สมชาย กล่าว

            อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ยืนยันว่าแปลงของ ศวพ.กาฬสินธุ์ นับเป็นแห่งแรกของโครงการดังนี้ที่กรมวิชาการเกษตรดำเนินการ เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถเข้ามาเรียนรู้และนำไปปรับใช้ในแปลงของตนเองเพื่อบริหารจัดการน้ำในหน้าแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามหลักวิชาการ

            สำหรับแปลงโมเดลต้นแบบที่ ศวพ.กาฬสินธุ์แห่งนี้ เป็นแปลงที่กรมวิชาการเกษตรออกแบบโดยระดมความคิดจากวิศวกรและนักวิชาการพืชของกรมวิชาการเกษตร หัวใจสำคัญคือการช่วยให้เกษตรกรก้าวหน้าผ่านภาวะภัยแล้ง โดยวิธีการออกแบบและการแบ่งโซนการให้น้ำที่ถูกต้อง การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากระบบที่ติดตั้งได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตามศักยภาพของระบบพลังงานแสงอาทิตย์และการเลือกใช้โอ่งเป็นถังพักน้ำเพื่อส่งต่อไปยังแปลงน้ำหยด ด้วยการออกแบบติดตั้งระบบที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจสำหรับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปที่ต้องการเรียนรู้และนำไปใช้ในแปลงของตน โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ซับซ้อนยุ่งยาก และราคาไม่แพง เกษตรกรสามารถหาซื้อมาเป็นเจ้าของได้ง่าย โดยนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาผสมผสานให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยใช้ต้นทุนต่ำสุดด้วย

            นับเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยในพื้นที่ทุรกันดาร ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงจะทำให้เกษตรกรมีใช้เพื่อการเกษตรได้