ไลฟ์สไตล์

ขึ้นดอยเต่าบรรเทาแล้ง‘โค-กระบือ’

ขึ้นดอยเต่าบรรเทาแล้ง‘โค-กระบือ’

17 เม.ย. 2559

ขึ้นดอยเต่าบรรเทาแล้ง“โค-กระบือ” : คอลัมน์ ท่องโลกเกษตร โดย... ธานี กุลแพทย์

 
          จากสถานการณ์ความรุนแรงของภัยแล้งในรอบ 50 ปี ที่กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำในขั้นวิกฤติ หลายพื้นประชาชน เกษตรกร ต่างรอคอยความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
 
          ไม่เว้นแม้แต่เหล่าสัตว์ในโหมดปศุสัตว์ อย่างโค กระบือ ที่มักจะถูกลืมอยู่บ่อยครั้งเมื่อเกิดวิกฤติการณ์ และหากจะได้รับการช่วยเหลือก็จะเป็นอันดับท้าย ทั้งๆ ที่สัตว์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ช่วยสร้างรายได้ อันเป็นส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิตของเกษตรกรในหลายพื้นที่ที่ยังคงมีวิถีอาชีพต้องพึ่งพาสัตว์กลุ่มนี้
 
          ดังพื้นที่ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาปศุสัตว์อย่างโค กระบือ ซึ่งมีจำนวนกว่า 2.8 หมื่นตัว นั่นหมายถึงวิกฤติแล้งหนนี้ ภายใต้อุณหภูมิร้อนระอุสูงถึง 36-44 องศาเซลเซียส ขณะที่ลุ่มน้ำปิงเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงชาวเชียงใหม่เกิดภาวะแห้งขอด
 
          นั่นหมายถึงสัตว์เหล่านี้ได้รับผลกระทบเกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง สุขภาพอ่อนแอลง อีกทั้งแหล่งน้ำที่มีจำกัด ทำให้ฝูงสัตว์ต้องมาใช้แหล่งน้ำร่วมกัน จนเสี่ยงต่อการระบาดของโรคและตายได้
 
          ดังนั้น ทีมจัดการภัยพิบัติขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) นำโดย นสพ.ณฤทธิ์ศร ผลเพิ่ม ผู้จัดการฝ่ายโครงการการจัดการภัยพิบัติ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และสพญ.วิกานดา แสงทอง เจ้าหน้าที่ทีมจัดการภัยพิบัติ และทีมงาน ได้ลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์ความรุนแรงและเข้าช่วยเหลือสัตว์ประสบภัยแล้งอย่างเร่งด่วน
 
          “เพราะสัตว์เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำและสารอาหาร องค์กรจึงได้ทำงานร่วมกับกรมปศุสัตว์ จังหวัดเชียงใหม่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ.ดอยเต่า เพื่อจัดมอบถังบรรจุน้ำขนาด 1,000 ลิตร จำนวน 40 ถัง ให้แก่ศูนย์อพยพปศุสัตว์ 30 ศูนย์ ซึ่งแต่ละจุดตั้งอยู่ห่างไกลจากชุมชน และยากลำบากในการเดินทางเข้าถึง"
 
          สำหรับถังน้ำดังกล่าวจะช่วยให้สัตว์ได้รับน้ำกินอย่างเพียงพอ พร้อมวิตามินละลายน้ำและหญ้าแห้ง ให้แก่กลุ่มเกษตรกรเจ้าของสัตว์ เพื่อช่วยบรรเทาภาวะอ่อนเพลียจากอุณหภูมิที่สูงมาก และการได้รับสารอาหารในปริมาณจำกัดมาเป็นเวลานาน ซึ่งคาดว่าจะสามารถบรรเทาปัญหาภัยแล้งที่กำลังวิกฤติให้แก่โค กระบือ ได้จำนวนกว่า 2.8 หมื่นตัว ในขณะนี้” นสพ.ณฤทธิ์ศร กล่าว
 
          ลุงคำ สันหวัง เกษตรกรชาวดอยเต่า ผู้เลี้ยงกระบือกว่า 20 ตัว เล่าว่า ปีนี้เป็นปีที่แล้งที่สุด ตั้งแต่เป็นหนุ่มจนถึงเดี๋ยวนี้ยังไม่เคยเห็นแล้งขนาดนี้ แม่น้ำปิงไม่เคยแห้งจนเห็นสันดอนพื้นแม่น้ำชัดเจน ปกติจะพาสัตว์ไปกินน้ำที่แม่น้ำปิง ตอนนี้แทบจะไม่มีน้ำ บางจุดแห้งจนต้องขุดบ่อบาดาลตรงบริเวณที่เคยเป็นก้นแม่น้ำ ดีที่ว่าปศุสัตว์ได้มาช่วยกั้นน้ำไว้เพื่อให้ฝูงสัตว์ กิน เพราะหากไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือไม่มีฝนตกลงมา สัตว์ก็คงจะไม่มีน้ำกิน
 
          นสพ.ณฤทธิ์ศร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภัยอย่างเร่งด่วนในครั้งนี้แล้ว องค์กรยังมีการวางแผนให้ความช่วยเหลือในระยะยาวด้วย เพื่อลดความเสี่ยงให้แก่สัตว์และชาวบ้าน โดยในอีกประมาณ 1-2 เดือนข้างหน้านี้ จะนำเครื่องผลิตแร่ธาตุก้อนไปให้ พร้อมสาธิตการทำแร่ธาตุก้อน เพื่อให้สัตว์ต่างๆ สามารถดำรงชีวิตผ่านสภาวะอากาศที่แห้งแล้งนี้ไปได้