
ถนนโบราณสายปัจจุบัน
17 เม.ย. 2559
ถนนโบราณสายปัจจุบัน : คอลัมน์ ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดย... ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ผมชอบกินขนมครกมาตั้งแต่เด็ก เป็นความทรงจำในวัยเยาว์อันแสนงาม คุณยายนั่งบนแคร่ไม้ไผ่หน้าเตา กระทะดินเผาทรงกลมมีเบ้ากี่เบ้าใครเคยนับ ฝาปิดเบ้ามีปุ่มจับ คุณยายใช้กระบวยตักหยอดแป้งลงไปตามด้วยน้ำกะทิ ก่อนหยิบต้นหอมที่ซอยไว้โปรยลง แล้วปิดฝาอบ
ขนมครกร้อนๆ แคะจากเตาใหม่ๆ ใส่กระทงใบตองโชยไอหอมกรุ่นที่คุ้นเคย
วันนี้ผมก็ยังคอยเฝ้าหน้าเตา ซื้อขนมครกแบบที่เคยกินเมื่อวัยเยาว์ ที่ชุมแสงบ้านผมมีขนมครกหลายเจ้า แต่ละเจ้าต่างรสต่างกลิ่นเพราะต่างมีสูตรของตนเอง ที่ปรับปรุงประยุกต์ต่อยอด จนกลายเป็นสูตรใหม่ บางเจ้าใส่ข้าวโพด บ้างใส่ฟักทองชิ้นเล็กๆ ลงไป บางเจ้าใช้แป้งพิเศษทำให้ขอบบางเหมือนแผ่นกระดาษ และกรอบเหมือนข้าวเกรียบ บ้างขนานนาม “ขนมครกทรงเครื่อง” ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่ขนมครกมีทางเดินก้าวไปได้หลายทาง แต่ผมน่ะชอบขนมครกแบบคุณยายครั้งที่ผมยังเยาว์วัย แป้งนุ่มแบบเดิม กระทะเบ้าดินเผา รสชาติหวานน้อยๆ เค็มนิดๆ หอมกะทิมะพร้าวแท้ แล้วหน้าขนมครกต้องเป็นต้นหอมซอยเท่านั้น ตามสูตรดั้งเดิมมาตรฐาน.. ซึ่งปัจจุบันเราเรียกขนมครกแบบดั้งเดิมนี้ว่า “ขนมครกโบราณ”
ผมเป็นคน “ติดตลาด” เดินตลาดทุกเช้า ช่วงก่อน 08.00 น. ที่ทำบ่อยๆ คือ ซื้อขนมครกโบราณเจ้าประจำ ซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนที่รับมรดกวิชามาจากรุ่นแม่ ราคาแค่ 10 บาท มี 8 คู่ โชยไออุ่นอยู่ในกระทงใบตอง แค่มองก็อบอุ่นละมุนใจระลึกความทรงจำ
ได้ขนมครกแล้วผมก็เดินไปตลาดริมแควน่าน ร้านเจ้าเก่านั่งเก้าอี้ไม้หัวโล้น กินขนมครกโบราณกับ “กาแฟโบราณ” อย่างสำราญใจ
ยังมีอะไรๆ ที่โบรารณๆ อีกที่ตลาด ไม่ว่าจะเป็นขนมหวานอาหารคาว กระทั่งสิ่งของเครื่องใช้ แม้ไม่ใช่คำว่าโบราณ ก็มีคำอื่นเช่น คำว่า “แฮนด์เมด” หรือ “ทำมือ” หรือ “มือทำ” บ้างก็ใช้คำว่า “ย้อนยุค”
“ถนนคนเดินชุมแสง” บ้านผมเริ่มก้าวสู่ยุคใหม่ที่รุ่งเรือง เมื่อทางคณะกรรมการได้ย้ายจากถนนริมน้ำซึ่งมีมุมมองสวยงามมาใช้ถนนสายเลียบทางรถไฟที่สวยน้อยกว่า แต่เป็นถนนที่มีคนสัญจรมากกว่า ผลก็คือ ถนนคนเดินใหม่ คักคักขึ้นอย่างน่าตื่นเต้น
ถนนคนเดิน นับเป็นกิจกรรมใหม่ของชุมชน เป็นผลจากการรวมตัวรวมแรง รวมใจของคนในท้องถิ่น ต่างจากตลาดนัด ตรงที่มีมิติด้านศิลปวัฒนธรรมด้วย
ครอบครัวผมยังยกพลไปร่วม.. ตายายทำแกงบอน และแกงขี้เหล็ก (โบราณ) หม้อใหญ่ไปขาย เด็กๆ หอบเอาหนังสือนิทาน การ์ตูนเก่าๆ ไปขายเล่มละ 5 บาท 10 บาท แม่ของลูกชายเก็บผักหญ้าที่มีในบ้านไปขาย ช่วงนี้มียอด (ใบอ่อน) และดอกของ “พี้จั่น” เป็นผักยอดนิยม ยอดจั่นกินสดๆ รสมัน ส่วนดอกจันนั้นใช้ผัดฉาบน้ำมันกินกับน้ำพริก อร่อยไม่น้อยหน้าดอกโสน
ถนนคนเดินเริ่ม 5 โมงเย็นไปจนถึงสองทุ่ม ทุกวันศุกร์ ตอนค่ำๆ มี “รำวงย้อนยุค” คณะใหญ่ นักร้องหลายวัย นางรำหลายรุ่น ล้วนแต่คนในชุมชนเรา ของกินของใช้ ของใหม่ ของเก่า ผู้คนมากหน้า รอยยิ้มแววตามาพบปะทักทายพูดคุย มาร้องเล่นเต้นรำ มาผูกพันกันที่ถนนคนเดิน
รำวงย้อนยุคบนลานกว้าง ตั้งเสาโยงสายประดับไฟระยับระย้า เวทียกพื้นมีฉากหลัง นักร้องชายหญิง หลายรุ่นหลายวัย สลับสับเปลี่ยนไม่มีขาดตอน บางวันถนนคนเดินบ้านเรามีคณะรำวงย้อนยุคจากบ้านพี่เมืองน้อง อำเภอใกล้เคียงมาร่วมสร้างสีสัน
ผมชอบบรรยากาศถนนคนเดิน เคยไปเดินมาหลายถนน หลายเมือง หลายอำเภอ หลายจังหวัด แต่ละแห่งมีรูป รส กลิ่น เสียง และสี เฉพาะตัวตามอัตลักษณ์ตน แต่ที่เหมือนกันคือ ทุกถนนมีอารมณ์ “ย้อนยุค” แทรกแซมอยู่ด้วย
ใครผ่านมาทางชุมแสงบ้านผม ช่วงเย็นๆ วันศุกร์ อย่าลืมแวะ “ถนนคนเดินชุมแสง” นะครับ ถนนคนเดินเรากำลังก่อร่างสร้างตัวตน



