ไลฟ์สไตล์

จุรินทร์เตือนครูไม่ควรปฏิบัติตนกระทบต่อสถาบัน

จุรินทร์เตือนครูไม่ควรปฏิบัติตนกระทบต่อสถาบัน

31 ก.ค. 2552

“จุรินทร์” เตือนครูไม่ควรปฏิบัติตนให้เกิดผลกระทบต่อสถาบัน เชื่อครูใช้ดุลพินิจได้เอง ระบุต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้นไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

 เมื่อเวลา 9.00 น.วันที่ 31 ก.ค.นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแนข่าวครูสอนวิชาสังคมศึกษาโรงเรียนหอวัง บังคับให้นักเรียนร่วมลงชื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าได้รับรายงานเบื้องต้นจากคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แล้ว ซึ่งผลจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร

แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ขอให้ครูทุกคนได้ใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจทำอะไรที่จะมีผลกระทบต่อสถาบัน แม้ครูจะตระหนักอยู่แล้วก็ตาม แต่ขอให้ระวังมากขึ้นที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะนำไปสู่ความระคายเคือง  ซึ่งไม่เฉพาะครูเท่านั้น ประชาชนทั่วประเทศก็ต้องปฏิบัติไปตามแนวนี้ด้วย

 “ไม่เฉพาะโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง ผมอยากให้สถานศึกษาทั่วประเทศได้ตระหนักเรื่องนี้ กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวแล้วก็ขอให้ตรวจสอบ และคิดว่าครูคงได้ตระหนักแล้ว ไม่ควรจะใช้สถานศึกษาหรือครูเอง ในฐานะข้าราชการคนหนึ่งปฏิบัติในทิศทางที่ไม่เหมาะไม่ควรและกระทบถึงสถาบัน ผมคิดว่าครูน่าจะใช้ดุลพินิจพิจารณาด้วยตัวเองได้ และไม่ตกเป็นเหยื่อของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

 นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า การสอนวิชาสังคมศึกษา หากสอนไปตามปรากฏการณ์จริงที่เกิดขึ้นไม่มีปัญหา การสอนวิชาสังคมศึกษาต้องบอกนักเรียนแต่ละเหตุการณ์เกิดอะไรขึ้นบ้างแล้วนำความจริงมาสอน อย่างไรก็ตามประเด็นที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์ตอนนี้มีคำถามว่ามีครูบางคนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องล่ารายชื่อถวายฎีกาฯ ที่สังคมกำลังห่วงว่านำไปสู่ระคายเคือง

 ด้าน คุณหญิงกษมา กล่าวว่า รายงานเบื้องต้นของครูที่เป็นข่าวอยู่ไม่พบว่าเป็นการบังคับให้ลงชื่อ แต่เป็นลักษณะให้จัดรายการวิทยุในเว็บไซต์ที่มีความหลากหลาย ถ้าพบมีการใช้อำนาจให้เด็กทำเช่นนั้นจริงมีความผิดทางวินัยแน่นอน และทุกสถานศึกษามีแนวปฏิบัติในการวางตัวทางการเมืองอยู่แล้วว่าข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ใช่อำนาจหน้าที่เพื่อประโยชน์ทางการเมือง
 
 ขณะที่นายปรีชา   จิตรสิงห์   ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กทม.เขต 2 กล่าวว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนรายงานมาแล้วว่าครูไม่ได้บังคับ แต่การสอนวิชาสังคมศึกษาต้องเปิดกว้าง เด็กที่จะวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารต้องได้จากหลายทางและหลากหลายเรื่อง โดยส่วนใหญ่แล้วคิดว่าครูไม่ผิด ถ้าผิดต้องจงใจทำ ทำสิ่งที่ขัดกับกฎหมาย แต่การเปิดกว้าง นั้นต้องดูก่อนว่าเป็นเจตนาหรือไม่ ต้องดูว่าครูบังคับหรือไม่ หากบังคับให้ทำถือว่าผิดแน่นอน ทั้งนี่เมื่อดูตามข้อมูลคิดว่ายังตอบไม่ได้ แต่ได้กำชับว่าดูให้ดี หากมีการแอบแฝง ถือว่าผิด อย่างไรก็ตามเมื่อผลออกมาแล้ว หากพบว่ามีความผิดจะต้องสอบวินัยอย่างแน่นอน