
ม.มหิดลเผยรางวัล10แม่สู้ชีวิต
ม.มหิดลเผย 10 รางวัล แม่สู้ชีวิต เข้ารับประทานรางวัลจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุในงาน มหิดล-วันแม่ ประจำปี 2552
(31 ก.ค.)มหาวิทยาลัยมหิดลจัดงาน “มหิดล - วันแม่” จัดขึ้นเป็นปีที่ 24 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ในวันที่ 3 สิงหาคม 2552 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงานอธิการบดีมหิดล ศาลายา จังหวัดนครปฐม โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ จะเสด็จฯ เป็นองค์ประธานเปิดงาน “มหิดล - วันแม่” และประทานรางวัลแก่แม่สู้ชีวิต ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลจัดขึ้นเพื่อตอบแทนพระคุณแม่ที่ได้อุทิศชีวิตต่อสู้เพื่อลูกตลอดมา
รางวัลมี 2 ประเภท คือ แม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกปกติ และ แม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกพิการ คัดเลือกจากแม่สู้ชีวิต 90 รายทั่วประเทศ โดยมีผู้เข้ารับการประทานรางวัลดังนี้ รางวัลแม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกปกติ 4 ภาค ภาคกลาง ได้แก่ แม่กรกต ตั้งรัตนาพิบูล กรุงเทพฯ แม่ของ ด.ญ.ภาวิณี ตั้งรัตนาพิบูล แม่เป็นอัมพาตมาตั้งแต่ลูกอายุได้ 6 วัน แต่แม่ก็อดทนหาเลี้ยงลูก รวมทั้งดูแลยายและพ่อที่ป่วยเป็นไตวาย แม่ทำซาลาเปาขายด้วยมือข้างเดียวของแม่ อยากบอกแม่ว่า “แม่เป็นคนที่เก่งที่สุดในโลกและดีที่สุดในหัวใจของลูก”
ภาคเหนือ ได้แก่ แม่เฮือน หมื่นจำปา จังหวัดลำพูน ..“น้ำอ้อย” คือฉายาที่คนละแวกนั้นตั้งให้แม่ เพราะแม่พูดเพราะกับทุกคน ไม่เคยดุว่าลูก แม้ว่าแม่จะเหนื่อยหนักหนากับภาระการเลี้ยงลูก 12 คน “หยาดเหงื่อทุกหยาดของแม่ ...คือความสำเร็จของลูกในวันนี้” และภาคใต้ ได้แก่ แม่ปราณี หลีเจริญ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส แม่จะรู้สึกปวดร้าวใจเพียงใด เมื่อลูกชาย 1 คน ถูกผู้ก่อการร้ายยิงตายไปต่อหน้า และพิการตาบอดอีก 1 คน ด้วยจิตใจที่แข็งแกร่งของแม่ปราณีที่ยืนเคียงข้างลูกสู้กับผู้ก่อการร้ายไม่ยอมถอย ลูก ๆ ที่เหลือทั้ง 7 คน จึงปลอดภัยจากการปกป้องของ 2 มือแม่
ส่วนรางวัลแม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกพิการ 4 ภาคได้แก่ ภาคกลาง มีแม่ได้รับรางวัล 3 ท่าน จากกรุงเทพฯ ดังนี้ แม่สุวรรณี กิจธิคุณ เพราะแม่มองการณ์ไกลและคิดเชิงบวก พยายามทำทุกวิถีทาง ทำให้ลูกสาวซึ่งสูญเสียการได้ยินตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ได้เข้าเรียนร่วมกับเด็กปกติ แปรเปลี่ยนความบกพร่องมาเติมเต็ม จนวันนี้ ดร.ประกาย กิจธิคุณ เรียนจบปริญญาเอก ทำงานช่วยเหลือสังคม ลูกสำเร็จได้ในวันนี้เพราะการสู้ชีวิตและความชาญฉลาดของแม่
แม่เสงี่ยม เหลาทอง ฐานะยากจนมีภาระที่ต้องเลี้ยงดูลูกที่พิการทางสมองและสามีที่ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้” แม่อดทนทำงานหนัก ค้าขาย รับจ้างนวดแผนโบราณ พอมีรายได้เพียงน้อยนิดเลี้ยงครอบครัว แม่เสงี่ยมบอกว่าขอบคุณมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ทำเรื่องแม่สู้ชีวิต ซึ่งทำให้ตนได้มีโอกาสระบายความทุกข์ของครอบครัวบ้าง แม่สุภาพร เจ็งสุขสวัสดิ์ แม่ของนายธนพร เจ็งสุขสวัสดิ์ ป่วยด้านโรคผิวหนังร้ายแรงและมะเร็งที่ขา ทุกครั้งที่ลูกร้องด้วยความเจ็บปวดระหว่างที่แม่อาบน้ำและชำระแผลให้ลูก... แม่เจ็บปวดยิ่งกว่า 22 ปีแล้วที่แม่ทุ่มเทชีวิตทั้งชีวิตเพื่อลูก...แม่จะทำอย่างดีที่สุดให้ทุกวินาทีที่ลูกยังมีชีวิตอยู่มีความสุข
ส่วนภาคเหนือ มีแม่ได้รับรางวัล 2 ท่าน ดังนี้ แม่จันทร์เพ็ญ ตื้อกาศ จังหวัดลำพูน แม่ของลูกชายพิการทางสายตาและสมอง แต่ด้วยความอดทนและความพยายามของแม่ วันนี้ลูกสามารถช่วยตัวเองได้ ช่วยเลี้ยงวัว ทำสวน มีสุขภาพจิตดี แม่จึงมีความสุขตามอัตภาพ แม่ไพฑูรย์ สิทธิวุฒิ จังหวัดน่าน เพราะลูกสาวคนเล็กพิการเพราะความผิดปกติทางโครโมโซม แต่แม่ก็เฝ้าดูเลี้ยงเป็นอย่างดีฝึกหัดจนลูกเดินได้ ช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง เพราะอาชีพครู แม่จึงผลักดันให้ลูกได้เรียนร่วมกับเด็กปรกติ และมีจิตใจดูแลเด็กพิเศษในโรงเรียนด้วย แววตาที่แห้งโหยของแม่....ฉายให้เห็นภาระอันหนักอึ้งตลอด 22 ปี ที่ผ่านมา
ภาคอีสาน ได้แก่ แม่เพ็ญ ปรีชากุล จังหวัดบุรีรัมย์ แม่ของลูกชายพิการ 3 คนที่ป่วยด้วยโรคโปลิโอ กว่า 40 ปีแล้วที่แม่ต้องอุ้มลูกอาบน้ำ ป้อนข้าว ดูแลการขับถ่าย แม้แม่จะอายุกว่า 70 ปีแล้ว แต่หน้าที่แม่ไม่มีวันเกษียณ...วันนี้แม่จึงยังทำหน้าที่ที่แสนเหนื่อยยากต่อไป ห่วงแต่ว่าเมื่อสิ้นแม่แล้ว ลูกจะอยู่ได้อย่างไรหนอ และภาคใต้ ได้แก่ แม่อามีเนาะ อาแด จังหวัดปัตตานี แม่ของลูกสาวพิการทางสมอง เพราะแม่มีอาชีพครู ผู้ดูแลเด็ก ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ลูกจึงได้รับการดูแลอย่างดี ทุกคนในครอบครัว พ่อ แม่ และพี่ชาย ต่างทุ่มเทให้ลูกสาวพิการ เพื่อมีอนาคตที่สดใสในวันข้างหน้า



