ไลฟ์สไตล์

ทปอ.มึนศิลปกรรมศาสตร์ยื่นPAT6อีก12วิชา

ทปอ.มึนศิลปกรรมศาสตร์ยื่นPAT6อีก12วิชา

31 ก.ค. 2552

ทปอ.เดินหน้าปรับเปลี่ยนค่าน้ำหนักองค์ประกอบแอดมิชชั่นส์ แจงคณะ สภาวิชาการ/วิชาชีพ ยื่นสัดส่วนค่าน้ำหนักแล้ว 31 กลุ่ม 9สาขาวิชาชีพ มึนคณะศิลปกรรมศาสตร์ ขอเพิ่มPAT 6 ความถนัดทางด้านศิลปกรรม แยกย่อยอีก 12 วิชา หวั่นจัดสอบไม่ไหว ขณะที่นิติฯ นิเทศฯ และพละศึกษ

 เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ม.บูรพา ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จัดประชุมเรื่อง “ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา” (Admission) โดยมี นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานทปอ. รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ประธานคณะทำงานศึกษาระบบแอดมิชชั่นส์ฟอรั่ม ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ( สทศ.)และตัวแทนจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เข้าร่วมประมาณ 300 คน ทั้งนี้ในการประชุมได้จัดให้มีการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับองค์ประกอบและค่าน้ำหนัก โดยแบ่งออกเป็น 9 กลุ่มสาขาดังนี้ กลุ่มศิลปกรรมศาสตร์ กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคม กลุ่มสถาปัตยกรรมศาสตร์ กลุ่มครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ กลุ่มวิทยาศาสตร์กายภาพและชีวภาพ กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ กลุ่มเกษตรศาสตร์ กลุ่มวิศวกรรมศาสตร์ กลุ่มบริหารพาณิชยศาสตร์และการบัญชี

 อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากลุ่มสาขาวิชาต่างๆ ได้เสนอค่าน้ำหนักและองค์ประกอบที่ต้องการใช้ในการแอดมิชชั่นส์ปี 2554 และ2555 ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนในรายละเอียดก่อนจะมีการปรับระบบแอดมิชชั่นส์ใหญ่ในปี 2556 ซึ่งต้องประกาศล่วงหน้า 3 ปี ทั้งสิ้นจำนวน 31 สาขาวิชา โดยเป็นที่นาสังเกตว่า สาขาที่มีการขอเพิ่มการสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการหรือ PAT มากที่สุดคือกลุ่มศิลปกรรมหรือ PAT6 ที่เสนอให้สอบความถนัดเพิ่มถึง 12 ด้าน ดังนี้ ทฤษฎีความรู้ทั่วไปทางศิลปะ ศิลปะการแสดง นาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์ไทยสากล ดนตรีไทย ดนตรีสากล ออกแบบทัศนศิลป์ ออกแบบภายใน ออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ ออกแบบ 3 มิติ วาดเส้น และองค์ประกอบศิลป์สร้างสรรค์

 ขณะที่กลุ่มสาขาด้านนิติศาสตร์ขอเพิ่มPAT การวัดความถนัดด้านนิติศาสตร์ กลุ่มวิทยาศาสตร์กายภาพและชีวภาพ เสนอให้เพิ่มPAT ด้านพละศึกษา คณะรัฐศาสตร์ขอเพิ่ม PAT สังคม และภาษาอังกฤษ ซึ่งในการประชุมครั้งนี้แต่ละสาขาจะหาข้อสรุปร่วมกันว่าจะเพิ่ม PAT ใดบ้างและจะใช้ในสัดส่วนเท่าใด ทั้งนี้จากการเสนอเพิ่มPAT ของกลุ่มสาขาต่าง ๆ นั้น มีข้อทวงติงจากนายชัยวุฒิ ว่าจำนวนPAT ที่ขอเพิ่มนั้นมากเกินไปและขอให้แต่ละสาขาทบทวนเฉพาะความถัดที่จำเป็นจริง ๆ เพื่อไม่ให้เด็กต้องสอบเยอะ และลดปัญหาในการจัดสอบ

 ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งปีนี้จุฬาฯ หันมารับตรง 100% กล่าวว่า ความถนัดด้านศิลปกรรมที่เพิ่มขึ้นเป็นความเห็นโดยรวมของสภาคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ โดยมีความเห็นร่วมกันว่าการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนในสาขาด้านศิลปกรรมศาสตร์มีความจำเป็นต้องวัดความถนัดในรายวิชาต่าง ๆ ด้วย เพราะหากเด็กสามารถสอบเข้าเรียนในคณะศิลปกรรมศาสตร์ได้ แต่เมื่อเรียนต่อไปสุดท้ายเด็กก็จะโดนรีไทน์อยู่ดี ทำให้เป็นความสูญเสีย ส่วนสาเหตุที่ศิลปะศาสตร์จำเป็นต้องขอให้สอบความถนัดเพิ่มจำนวนมากนั้น เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีการสอบวัดความถนัดผู้ที่เข้ามาเรียนสายศิลปกรรม ทำให้หลายสาขาต้องเปิดรับตรงด้วยตนเอง เช่น ศิลปะการแสดง นาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์ไทยสากล วาดรูป ฯลฯ ขณะที่ปัจจุบันมีการจัดสอบวัดความถนัดเพียง 2 สาขาคือ ทางด้านดนตรี และทัศนศิลป์เท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถคัดเลือกเด็กที่มีความสามารถได้ตามความต้องการ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าจำนวนการสอบความถนัดที่ขอเพิ่มถึง 12 ด้านนั้นมากเกินไป

 “มีแนวคิดว่า อาจจะเสนอให้ตั้งสถาบันด้านศิลปะศาสตร์ขึ้นเพื่อจัดสอบความถนัดเฉพาะของกลุ่มศิลปะศาสตร์ และใช้ผลสอบทั่วไปของการสอบกลาง ซึ่งหากจะมีการตั้งสถาบันศิลปะศาสตร์ขึ้นมาจริงก็จะใช้ในการแอดมิชชั่นส์ปีการศึกษา2556 เป็นต้นไป” ศ.ดร.ชาญณรงค์กล่าว

 ขณะที่รศ.ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า นิติศาสตร์เป็นวิชาชีพ ซึ่งโดยหลักต้องมีระบบการคิด เป็นเรื่องของหลักการใช้เหตุผลต้องอยู่บนหลักเหตุผล แต่ข้อสอบGAT จะวัดความมีเหตุผลทางด้านวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ขณะที่นิติศาสตร์ต้องการความมีเหตุผลอีกรูปแบบหนึ่ง ดังนั้นที่ประชุมสภาคณบดีนิติศาสตร์ มีความเห็นตรงกันว่าน่าจะต้องเพิ่มการสอบความถนัดทางด้านนิติศาสตร์ด้วย และหากเพิ่มตามที่เสนอจริงก็จะใช้ในการสอบแอดมิชชั่นส์ปี56