
สรุปบทเรียนเทคโนฯ 'ปุ๋ยสั่งตัด' หวังขยายผลสู่เกษตรกรทั่วไทย
14 เม.ย. 2559
สรุปบทเรียนเทคโนฯ 'ปุ๋ยสั่งตัด' หวังขยายผลสู่เกษตรกรทั่วไทย
สภาวิจัยจัดเวทีสรุปการขยายผลถ่ายทอดเทคโนโลยี “ปุ๋ยสั่งตัด” สู่เกษตรกรในพื้นที่ทั่วประเทศ ยกสระบุรีต้นแบบภาคีเครือข่ายเข้มแข็ง หวังขยายผลสู่เกษตรกรให้มีความรู้และเข้าใจเทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดมากขึ้น
สุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวระหว่างการจัดเวทีสรุปการขยายผลการถ่ายทอดเทคโนโลยี “ปุ๋ยสั่งตัด” ณ อบต.โคกสะอาด อ.หนองแซง จ.สระบุรีถึงการขยายผลถ่ายทอดเทคโนโลยี “ปุ๋ยสั่งตัด” ว่า สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้สนับสนุนงบประมาณการวิจัยแก่ ดร.รุ่งโรจน์ พิทักษ์ด่านธรรม ภาควิชาปฐพี คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการดำเนินโครงการถอดบทเรียนองค์ความรู้เทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดมาตั้งแต่ปี 2556 โดยพบว่าเกษตรกรที่รับเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต ลดค่าใช้จ่ายได้ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติจึงได้ขยายผลโครงการภายใต้การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยและนวัตกรรมประจำปี 2557 แก่มูลนิธิพลังนิเวศและชุมชนเพื่อดำเนินการโครงการคลินิกดิน “ปุ๋ยสั่งตัด” ในพื้นที่ จ.เชียงราย พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี โดยมีการนำร่องที่เทศบาลตำบลดอนพุด อ.ดอนพุด จ.สระบุรี เป็นพื้นที่แรก เพื่อจัดตั้งคลินิกดิน “ปุ๋ยสั่งตัด” ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ดินและปุ๋ยของชุมชน ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาการใช้ปุ๋ยให้แก่เกษตรกรแบบเบ็ดเสร็จจุดเดียว
“ที่ผ่านมา วช.ร่วมกับภาคีเครือข่ายได้จัดตั้งคลินิกดิน “ปุ๋ยสั่งตัด” และจัดกิจกรรมมหกรรมตรวจดินให้แก่เกษตรกรไปแล้ว รวมทั้งสิ้น 16 แห่งประกอบด้วย จ.สระบุรี 5 แห่ง ได้แก่ อ.ดอนพุด อ.หนองแซง อ.เสาไห้ อ.หนองแค และอ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา 5 แห่ง ได้แก่ อ.บางไทร ต.สิงหนาท (อ.ลาดบัวหลวง) อ.ผักไห่ อ.บางปะอิน และอ.นครหลวง จ.เชียงราย 6 แห่ง ได้แก่ อ.แม่ลาว อ.พาน(ต.ดอยงาม) อ.เวียงชัย อ.พญาเม็งราย อ.พาน(ต.สันมะเค็ด) และอ.เชียงแสน จากการดำเนินงานในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด มีเกษตรกรสนใจเดินทางมาเรียนรู้เรื่องดินและการใช้ปุ๋ยจำนวนทั้งสิ้น 3,683 คน มีตัวอย่างดินที่วิเคราะห์ได้จำนวน 3,239 ตัวอย่าง”
การจัดเวทีครั้งนี้มีการเสวนาบทเรียนการขับเคลื่อนเทคโนโลยี “ปุ๋ยสั่งตัด” สู่เกษตรกร กิจกรรมการตรวจดินและให้คำแนะนำการใช้ปุ๋ยสั่งตัดโดยแกนนำเครือข่ายลุ่มเจ้าพระยา-ป่าสัก เครือข่ายกก-อิง-ลาว-ลุ่มน้ำคำ เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายใน จ.สระบุรี พระนครศรีอยุธยา และเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมประมาณ 220 คน การจัดเวทีครั้งนี้เพื่อเผยแพร่กิจกรรมดังกล่าวสู่เกษตรกรให้มีความรู้และเข้าใจเทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดมากขึ้น และสามารถนำไปขยายผลเพิ่มศักยภาพการผลิตและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มข้าวให้กว้างขวางในพื้นที่ต่างๆ ต่อไป
-----------------------
กว่าจะเป็นคลินิกดิน 'ปุ๋ยสั่งตัด'
ดร.ประทีป วีระพัฒนนิรันดร์ ประธานมูลนิธิพลังนิเวศและชุมชนกล่าวถึงที่มาของโครงการคลินิกดิน “ปุ๋ยสั่งตัด” ว่า เริ่มจากในช่วงปี 2540-2550 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) ได้สนับสนุนโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัด” เพื่อวิจัยและพัฒนาคำแนะนำปุ๋ยที่มีความแม่นยำสำหรับพืชเศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะข้าว อีกทั้งยังได้พัฒนาชุดตรวจสอบ NPK ในดินแบบรวดเร็วที่มีความถูกต้องแม่นยำและเกษตรกรใช้ตรวจดินได้ด้วยตนเอง ผลจากกระบวนการวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคปฏิบัติส่งผลให้ชาวนาเกิดการเรียนรู้การวิเคราะห์ดินและการใช้ปุ๋ยที่ตรงกับชนิดดินและตามความต้องการของพืช ซึ่งช่วยให้ลดต้นทุนปุ๋ยเคมีได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังทำให้ต้นข้าวแข็งแรง ลดยาฆ่าแมลงได้ไร่ละ 300 บาท ทำให้ต้นทุนการผลิตข้าวในเขตชลประทานภาคกลางลดลงไร่ละ 800 บาทต่อฤดูปลูก ขณะที่ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 นอกจากช่วยเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายแล้วยังลดปัญหาสุขภาพและการปนเปื้อนของสารพิษในสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ต่อมาในปี 2556 มูลนิธิมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้จัดทำโครงการคลินิกดิน “ปุ๋ยสั่งตัด” เพื่อสนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรจัดตั้งคลินิกดิน 3 แห่งใน จ.ขอนแก่น สระบุรีและสุพรรณบุรี เป็นการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว ทั้งวิเคราะห์ดิน แนะนำการใช้ปุ๋ยและขายแม่ปุ๋ยเพื่อแก้ปัญหาปุ๋ยปลอม ปุ๋ยแพงและใช้ปุ๋ยผิด ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากเกษตรกรเป็นอย่างดี ทำให้ปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรจัดตั้งคลินิกดินแล้ว 11 แห่ง ใน 7 จังหวัดโดยเกษตรกรเพื่อเกษตรกรเป็นทางออกในการลดต้นทุนที่เป็นรูปธรรม อีกทั้งแก้ปัญหาการใช้ปุ๋ยได้อย่างยั่งยืน จากนั้นในปี 2557 สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้สนับสนุนมูลนิธิพลังนิเวศและชุมชนดำเนินโครงการคลินิกดิน “ปุ๋ยสั่งตัด” ซึ่งเป็นโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่กลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพในการนำไปใช้ประโยชน์ ภายใต้โครงการจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยตนเองและนวัตกรรมประจำปี 2557 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งคลินิกดิน “ปุ๋ยสั่งตัด” จังหวัดละ 5 แห่ง ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เชียงรายและสระบุรี ให้เป็นแหล่งการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียวเพื่อช่วยเกษตรกรแก้ปัญหาการใช้ปุ๋ยแบบเบ็ดเสร็จได้ด้วย
-----------------------



