ไลฟ์สไตล์

‘แก่’แต่กาย...ใจ‘ฟิตปั๋ง’

‘แก่’แต่กาย...ใจ‘ฟิตปั๋ง’

13 เม.ย. 2559

โซไซตี้ : ‘แก่’แต่กาย...ใจ‘ฟิตปั๋ง’

 
       วัน เวลา เดินหน้าไปรวดเร็วราวกับติดจรวด เผลอแป๊บเดียวที่ยังเห็นเป็นเด็กเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว ส่วนวัยหนุ่มสาวก็ก้าวสู่วัยผู้ใหญ่ และล่วงไปสู่วัยชราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามวงจรของชีวิต แต่ถึงใครๆ จะมองว่าอายุมากจนกลายเป็นผู้สูงวัย แต่กระนั้นก็สามารถทำตัวให้มีความคุณค่าต่อสังคมและมีความสุขในชีวิตได้ไม่น้อยไปกว่าวัยอื่นๆ เริ่มจาก “ปู่เมธ” ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ถึงวันนี้เลขไมล์ชีวิตจะเดินมาไกลถึงวัย 77 ปีแล้วก็ตาม ทว่า “เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา” ก็ยังแข็งแรงและมีความสุขมากๆ กับการถวายงานภายใต้เบื้องพระยุคลบาทในโครงการพระราชดำริต่างๆ ดังจะเห็นได้จากแววตาและรอยยิ้ม โดยเฉพาะเมื่อได้รับเชิญจากองค์กรต่างๆ ให้เล่าเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รวมไปถึงพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงทำเพื่อพสกนิกรชาวไทย นั้น “ปู่เมธ” สามารถเล่าได้คราวละนานๆ อย่างไม่มีท่าทีว่าจะเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย
 
       อีกหนึ่งตัวอย่างของคนที่ใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายอย่างมีคุณค่าและมีความสุข ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ ซึ่งแม้จะเรียกว่าได้ว่า เข้าสู่วัยชราอย่างเต็มตัวแล้ว แต่ก็ยังไม่หยุดทำงานอีกทั้งยังมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำเพื่อสังคม ในฐานะ เลขาธิการคณะกรรมการร้านจิตรลดา ในมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ...รุ่นลูกรุ่นหลานดูเอาไว้เป็นตัวอย่างว่า ตัวเลขของอายุไม่ใช่อุปสรรคหากใจยังสู้
 
       ขณะที่ อดีตประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ “ป้านิ่ม” ยุวดี นิ่มสมบุญ ผู้ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับร่างกายซึ่งโรยราไปตามกาลเวลาถึงวัย 70 พอดีเป๊ะ แต่เจ้าตัวบอกว่า ณ วันนี้สิ่งสำคัญคือต้องดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดีที่สุด อย่าหวังพึ่งลูกหลานเมื่อร่างกายแข็งแรงก็จะสามารถทำสิ่งต่างๆ ในสิิ่งที่อยากทำได้ตลอด และสำคัญที่สุดคือเราผ่านอะไรมามาก รู้ว่าสัจธรรมคืออะไรดังนั้นอย่ายึดติดกับสิ่งที่ผ่านมา ต้องมีสังคมของตัวเอง ออกไปพูดสังสรรค์ ประชุม พูดคุยเพื่ออัพเดทเรื่องราวต่างๆ ไม่ตกรุ่น ไม่เรียกร้อง และพอใจในสิ่งที่เรามี คนเราก็เหมือนสายน้ำที่ไม่มีวันไหลกลับ เราทำเพื่อลูก ลูกก็ทำเพื่อหลาน อย่าเรียกร้องให้เขามาตอบแทนบุญคุณ อย่าหวัง อย่าเรียกร้อง ภูมิใจในสิ่งที่มี ถ้าเครียดนั้นหมายถึงเรามองไปยังอนาคต ถ้าเสียใจแสดงว่าเราคิดถึงแต่อดีต ดังนั้นให้เราอยู่กับปัจจุบันเพราะนั่นคือความสุข ทั้งหมดนี้ก็นำมาใช้จึงหัวเราะสนุกสนานได้อย่างทุกวันนี้
 
       มาถึงแก๊งเพื่อนซี้ของไฮโซสาวรุ่น (ใหญ่) ที่ใช้ชื่อว่า “ห้าสาวพราวเสน่ห์” นำทีมโดย (อดีต) สาวสังคมรุ่นเก๋าขีดความเปรี้ยวยังคงสูงปรี๊ด ฟารีดา บุญยศักดิ์, “ติ๋ม” ดร.พาชื่น รอดโพธิ์ทอง, เจ้าแม่อสังหาริมทรัพย์ งามนิจ เรืองศร, เจ้าของแบรนด์กระเป๋าส่งออกชื่อดัง สุรีย์ ไชยสงวนธรรม และเซเลบริตี้ที่หันมาเอาดีทางศาสตร์พยากรณ์ ยาจิตร ยุวบูรณ์ ในวันนี้แม้แต่ละคนอายุจะล่วงเลยมาถึงหลักเจ็ดแล้ว แต่ยังคงสวยสดใสภายใต้หาแสวงหาความสุขแบบง่ายๆ นอกเหนือจากการนัดพบปะทานข้าวตามวาระสำคัญอย่างวันเกิดของเพื่อนอย่างชื่นมื่นแล้ว ก็คือการไม่นำกฎเกณฑ์ต่างๆ มาใช้ในกลุ่ม ใครอยากแต่งตัวอย่างไร ใครอยากทานอะไร ใครอยากเล่าอะไร สามารถทำได้ คล้ายๆ ว่าเอาที่ทุกคนสบายใจนั่นล่ะ
 
       ฟากคู่สามีภรรยาตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ “นี้ด” สุพัฒนา-พล.ต.ต.อังกูร อาทรผไท ถึงจะมีอาการเจ็บป่วยอยู่บ้าง แต่ทั้งคู่ก็มีวิธีดูแลตัวเองให้มีสุขภาพกายใจแข็งแรงเพื่อดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ (ตามวัย) ด้วยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นออกกำลังกายทุกวัน และเพราะวัยมากขึ้น จึงเลือกอยู่ใกล้หมอ ด้วยการเข้าตรวจเช็คตามระยะ และสุดท้ายให้เวลากับงานสังคมพบปะเพื่อนบ้างตามแต่โอกาสเอื้ออำนวย
 
       เกิดมาหนเดียวก็ต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม และเป็นความคุ้มที่เต็มไปด้วยสีสันสำหรับ “คุณชายแจ๊ค” ม.ร.ว โสรัจจ์ วิสุทธิ ในวัยย่าง 68 กะรัตในปีนี้ แต่มองมุมไหนก็น่าจะแค่ราวๆ 50 ต้นๆ นะคะ เพราะคุณชายผู้สูงศักดิ์รายนี้นอกจากจะรักงานสังคมเอาหุ่นและหน้าเฟรชๆ ออกไปให้ชาวสังคมได้ยลเป็นการแก้เครียดแล้ว ส่วนตัวนั้นใส่ใจเรื่องอาหารการกินส่วนหนึ่งอาจเพราะที่บ้านมีธุรกิจร้านอาหาร “ท่านหญิง” จึงเลือกรับประทานแต่ของดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย ส่วนความเฟรชบนใบหน้าที่เห็น คนวัยนี้แล้วคุณชายเธอขอพึ่งนวัตกรรมความงามบ้างด้วยการไปนอนแผ่ให้คุณหมอคลินิกดังยิงเลเซอร์ลงหน้าสองสัปดาห์ครั้ง เสริมด้วยการออกกำลังกายเบาๆ จ๊อกกิ้งในสวน เพียงแค่นี้สุขภาพกายและใจก็ดี๊ดี...ส่งผลถึงหน้าตาที่สดชื่นอยู่ตลอดเวลายังไงละคะ...
 
       รักษากายใจให้สมดุล ไม่โกรธง่าย ต่อให้วัยไหนก็มีความสุขได้ ประเด็นนี้ราชนิกูลวัย 67 ปี อย่าง “คุณหญิงนาว” ม.ร.ว.ดัจฉราพิมล รัชนี เล่าว่าในส่วนของอาหารการกินนั้น เลือกไม่รับประทานอาหารรสจัดเกินไป อย่างรสเค็มก็ไม่เน้น รสหวานก็ไม่ชอบ ของหมักดองก็ไม่ทาน พอมีเวลาว่างจากงานประจำทั้งที่ร้านอาหารกัลปพฤกษ์ และงานปรึกษาฝ่ายการตลาดควบตำแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายงานหัตถกรรม ของโครงการหลวง ก็จะนั่งถักโคเชเป็นการฝึกสมาธิกำหนดจิตใจไปในตัว อีกทั้งยังเป็นคนไม่ค่อยโกรธใคร ไม่ค่อยเก็บความโกรธไว้กับตัวนานๆ จึงไม่เครียด ยิ่งถ้าได้เล่นกับหลานย่าหลานยายยิ่งช่วยให้หัวใจเบิกบาน
 
       วัยใหญ่ไม่ใช่อุปสรรคต่อการทำงาน นงนุช นามวงศ์ พีอาร์คนเก่งแห่งค่ายเดอะมอลล์ กรุ๊ป แม้วันนี้วัยแตะไปที่ 70 แต่ยังทำหน้าที่ในความรับผิดชอบอย่างขมีขมัน ด้วยเหตุผลง่ายๆ เมื่อเจ้านายยังเห็นคุณค่า เราก็ต้องทำงานอย่างเต็มที่ และช่วยงานในทุกส่วน รับผิดชอบงานตัวเองและเผื่อแผ่ความรู้ ความปรารถนาดีไปยังเพื่อนร่วมงานของตัวเอง อีกมุมหนึ่งของชีวิตส่วนตัว ทุกวันนี้คิดเสมอว่าถึงวัยที่ต้องจากไปแล้ว ดังนั้นจึงทำทุกวันให้มีความสุข ทุกอย่างปลงหมดแล้ว ทุกวันที่ผ่านเข้ามาต้องคิดว่าเป็นวันตาย นั่นละความสุขอย่างแท้จริงเพราะเราจะไม่ยึดติด รวมทั้งต้องช่วยเหลือคนอื่นในส่วนที่เราทำได้อย่างเต็มที่ อย่างไม่หวังผลตอบแทน ช่วยอะไรได้ก็ช่วยทันที ให้อะไรได้ก็ให้ทันที ช่วยในยามที่เรามีแรง สำคัญอีกเรื่องคือต้องดูแลร่างกาย เช้าตื่นขึ้นมาต้องขอบคุณร่างกายทุกส่วนที่ทำให้เราอยู่ดีมาทุกวัน ต้องตอบแทนด้วยการทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ วันเวลามันสั้นไม่รู้จะไปวันไหน ดังนั้นต้องอยู่แบบมีคุณค่า เท่านี้ก็สุขกายสุขใจแล้ว
 
       เช่นเดียวกับ บุุญชอบ ล้ออุไร พีอาร์ใหญ่โรงแรมเซ็นทาราและมือขวาผู้ใกล้ชิดนายใหญ่ สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ในวัย 61 ที่ย่างก้าวเข้าสู่วัยเกษียณมาหมาดๆ บอกว่า ต้องสนุกกับการทำงาน มีงานอะไรก็ทำอย่างเต็มที่ สมองจะได้ไม่ว่าง ความคิดจะได้โลดแล่นไปตลอด อยู่เฉยๆ จะสมองก็เสื่อม ความคิดจะช้าลง หลงๆ ลืมๆ ถ้าเราไม่คิดไม่ทำสมองก็จะฝ่อวุ่นวายตัวเองเดือดร้อนคนอื่นมีงานให้คิดสร้างสรรค์ไม่ใช่คนแก่ที่รอวันตาย โรคภัยก็จะถามหา รวมทั้งต้องพยายามเมื่อมีเวลาว่างก็ต้องออกกำลังกาย เดินให้มากขึ้น เดี๋ยวนี้ไม่ขึ้นลิฟต์และเดินขึ้นแทน รวมถึงขี่จักรยาน “สิ่งที่ปฏิบัติและทำเสมอคือการสวดมนต์ เพราะว่าการทำวิจัยการสวดมนต์ดีที่สุดให้สมาธิ ให้อยู่กับตัวเองตอนหลังๆ ก็จะไปบวชฝึกจิตให้สงบ และให้ความสุขกับชีวิตด้วยการเดินทางไปท่องเที่ยวบ้าง ไม่ใช่วันๆ อยู่แต่บ้าน ไปดูสิ่งต่างๆ ที่แตกต่าง อ้อสำคัญอีกอย่างต้องมีสังคมในวัยตัวเองจะได้ไม่เหงา มีคนคุยเรื่องเดียวกัน เท่านี้ก็สุขใจสุขกายละครับ”
 
       ในส่วนของหนุ่มสาว (รุ่นใหญ่) ที่เข้าใจชีวิต สามารถสร้างความสุขให้ตัวเองและส่งคืนให้กับสังคมบ้างตามโอกาสอำนวย ดังจะเห็นได้จากงานสังคมต่างๆ ก็มีเป็นตัวอย่างให้ “คนรุ่นใหม่” ที่ยังหลงยืดติดกับตัวเลขของชีวิตได้เห็นและเจริญรอยตามเป็นตัวอย่าง อาทิเจ้าของสถาบันสุขภาพและความงามแจ่มจันทร์สมุนไพร “ป้าต้อย” วันเพ็ญ เจิมประไพ ในวันที่อายุมาถึงเลข72 ปีแม้ว่าเลขอายุไม่สามารถหยุดยั้งได้ แต่ “เจ้าแม่ความงาม” ก็เลือกที่จะมีความสุขกับการชะลอวัย ด้วยศาสตร์ความสวยความงามต่างๆ ควบคู่กับการเต้นรำตามความถนัดทำเอาเด็กรุ่นใหม่ทายอายุกันไม่ถูกไปเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งเซเลบฯสาวใหญ่ที่ใช้ชีวิตสดใสแม้วัยจะล่วงเลยมาจนถึงเลข 80 วี มาร์ ทุกคครั้งที่ได้เจอในงานสังคมและงานการกุศลยังสัมผัสได้ถึงพลังแห่งความสุขที่ฉายชัดอยู่ในแววตา แม้ว่าในยามที่ร่างกายเจ็บป่วยเธอก็ยังมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าตลอดเวลา...และถ้าจะพูดถึงรุ่นใหญ่ที่ใช้ชีวิตเป็น ต้องไม่พลาดคนนี้ หม่อมไฉไล ยุคล ณ อยุธยา ไม่ว่าในช่วงชีวิตจะผ่านเรื่องราวร้อนแรง ร้ายดี แค่ไหน วันนี้ เจ้าของ “คุ้มไฉไล” จัดได้ว่าเป็นสตรีสูงวัยท่านหนึ่งซึ่งมีความสุขทั้งกายและใจด้วยหลักการง่ายๆ เช่นเดียวกับหลายดๆ คน คือ ออกกำลังกาย ทำใจให้สบาย และแอ๊บเด็กบ้างในบางโอกาส
 
       คำว่า “ไม้ใกล้ฝั่ง”, “ผู้สูงอายุ” หรือแม้ “คนแก่” อาจแสลงหูและขัดใจคนฟังไปบ้าง แต่เอาจริงๆ จะไร้ความหมายถ้าหากทุกคนสามารถดำรงตนได้อย่างมีคุณค่า และเพื่อช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้แก่ “ร่มโพธิ์ร่มไทร” ของครอบครัว วันสงกรานต์ที่ 13 เมษายนนี้..ลูกๆ หลานๆ หาเวลาว่างกลับไปกราบกลับไปกอดเสริมพลังกายพลังใจเป็นการต่อลมหายใจใหักับท่านด้วยนะคะ