
เหรียญที่ระลึกวันตรุษสงกรานต์
12 เม.ย. 2559
เหรียญที่ระลึกวันตรุษสงกรานต์ ๔ ครั้ง แห่งการเปลี่ยนแปลง ประเพณีขึ้นปีใหม่ไทย
ปัจจุบันนี้ถึงแม้ว่าประเทศไทยเปลี่ยนไปใช้ปฏิทินทางสุริยคติแล้ว แต่ก็ยังใช้ปฏิทินทางจันทรคติคู่กันไปด้วยเพื่อนับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วิสาขบูชา อาสาฬหบูชา และ วันพระ เมื่อครบปีก็จะมีการเริ่มศักราชใหม่ คือปีใหม่ ไทยเรามีการฉลองปีใหม่โดยจัดเป็นเทศกาลปีใหม่ ประเพณีขึ้นปีใหม่ไทยโบราณที่นับวันแรม ๑ ค่ำเดือนอ้ายเป็นวันขึ้นปีใหม่
ในอดีตวันขึ้นปีใหม่ของไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว ๔ ครั้ง คือ ครั้งแรกถือเอาวันแรม ๑ ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ซึ่ง ตรงกับเดือนมกราคม ครั้งที่ ๒ กำหนดให้วันขึ้นปีใหม่ตรงกับวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ ตามคติพราหมณ์ ซึ่งตรงกับเดือนเมษายน การกำหนดวันขึ้นปีใหม่ใน ๒ ครั้งนี้ ถือเอาทางจันทรคติเป็นหลัก ต่อมาถือเอาทางสุริยคติแทน โดยกำหนดให้วันที่ ๑ เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ.๑๔๓๒ เป็นต้นมา
อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะตามชนบทยังคงยึดถือเอาวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่อยู่ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทางราชการเห็นว่าวันขึ้นปีใหม่วันที่ ๑ เมษายน ไม่สู้จะมีการรื่นเริงอะไรมากนัก สมควรที่จะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จึงประกาศให้มีงานรื่นเริงวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๗๗ ขึ้นในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก
การจัดงานวันขึ้นปีใหม่ที่ได้เริ่มเมื่อวันที่ ๑ เมษายน แพร่หลายออกไปต่างจังหวัดในปีต่อๆ มา และในปี ๒๔๗๙ ก็ได้มีการจัดงานรื่นเริงปีใหม่ทั่วทุกจังหวัด วันขึ้นปีใหม่วันที่ ๑ เมษายน ในสมัยนั้นทางราชการเรียกว่า วันตรุษสงกรานต์
นายศราวุฒิ วรพัทธ์ทวีโชติ หรือ “คุณเจมส์” เจ้าของกิจการ ร้าน Siam Coin & Antiques “ร้านกษาปณ์เมืองสยาม” หรือ “ร้าน Siamcoin” และเลขานุการสมาคมเหรียญที่ระลึกไทย ให้ข้อมูลว่า เหรียญที่ระลึกเหรียญแรกในงานรื่นเริงปีใหม่ เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๗ เป็นเหรียญทรงกลมเนื้อทองแดง มีหูเชื่อมอยู่ด้านบน ด้านหน้าเป็นรูปพานรัฐธรรมนูญ มีธงชาติไทยไขว้อยู่ทางซ้ายและขวา ขอบเหรียญที่อักษรว่า “ที่ระลึกในงานรื่นเริงปีใหม่ พ.ศ.๒๔๗๗” ด้านหลังเรียบ และปรากฏพบว่ามีการทำในปีต่อๆ มาด้วยโดยจะมีลักษณะเหมือนกันทุกอย่าง จะเปลี่ยนเฉพาะปี พ.ศ.ด้านล่างเท่านั้น
ตามภาพที่เห็นเป็นเหรียญที่ระลึกในงานรื่นเริงปีใหม่ พ.ศ.๒๔๗๙ ที่มีการจัดงานรื่นเริงกันทั่วประเทศ ปัจจุบันเหรียญที่ระลึกงานรื่นเริงปีใหม่มีคนรู้จักน้อยและหาชมค่อนข้างยาก ต่อมา พ.ศ.๒๔๘๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญเป็นที่ระลึกในวันปีใหม่อีกด้วย เป็นเหรียญทรงไข่ เนื้อเงิน และเนื้อเงินกะไหล่ทอง ด้านหน้าเป็นพระปรมาภิไธยย่อ “อปร” ด้านหลังมีข้อความ “พระราชทานที่ระลึกปีใหม่ ๒๔๘๐” มีทั้งแบบตัวเหรียญเปล่า และแบบที่ติดอยู่กับผ้าแพรแถบสีเหลือง คล้ายๆ แพรแถบที่ระลึกในสมัยปัจจุบันนี้
“คุณเจมส์” ยังบอกด้วยว่า ต่อมามีการพิจารณาเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นซึ่งมีหลวงวิจิตรวาทการ เป็นประธานกรรมการ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ ๑ มกราคม โดยกำหนดให้วันที่ ๑ มกราคม ๒๔๘๔ เป็นวันขึ้นปีใหม่เป็นต้นไป สำหรับเหรียญที่ระลึกในปี ๒๔๘๔ มีการจัดสร้างขึ้นเช่นกัน เป็นทรงสี่เหลี่ยมย่อมุม ด้านล่างทรงแหลมชี้ลง เป็นรูปพานรัฐธรรมนูญอยู่เหนืองูเล็ก (ปีมะเส็ง) มีอักษร “หนึ่ง มกร” หมายถึง หนึ่งมกราคม ด้านล่าง “งานปีใหม่ ๒๔๘๔” ด้านหลังเรียบไม่มีลวดลาย เหรียญที่พบเป็นเนื้อทองแดง และทองแดงกะไหล่ทอง
ตำนานแห่งพระราชพิธีโล้ชิงช้า
พระราชพิธีตรียัมปวาย เป็นพิธีต้อนรับพระอิศวรที่เสด็จมาเยี่ยมโลกปีละครั้งตั้งแต่วันขึ้น ๗ ค่ำเดือนยี่ ถึงวันแรม ๑ ค่ำเดือนยี่ พราหมณ์จะทำพิธีที่เทวสถานตั้งแต่วันขึ้น ๖ ค่ำเดือนยี่ รุ่งขึ้นวันขึ้น ๗ ค่ำ เป็นวันสำคัญ มีพิธีแห่พระยายืนชิงช้าเริ่มขบวนตั้งแต่วัดราชบูรณะ ผ่านกำแพงพระนครเดิม มาถึงพระบรมมหาราชวัง พระยายืนชิงช้าลงถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วเคลื่อนขบวนต่อไปยังปะรำพิธีบริเวณหน้าวัดสุทัศน์ สถานที่นี้เรียกว่า โรงชมรม
พระยายืนชิงช้ามาถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มพิธีโล้ชิงช้า มีนาลิวัน ๔ คน เป็นผู้แทนโลกบาลทั้งสี่ มาโล้ชิงช้าถวาย สามกระดาน รุ่งขึ้นเป็นวันหยุด ครั้นวันขึ้น ๙ ค่ำ ก็มีพิธีโล้ชิงช้าเหมือนวันแรก พอเสร็จพิธีก็มีการรำเสนง เสนงคือเขาสัตว์ แล้วส่งพระอิศวรกลับในวันแรม ๑ ค่ำเดือนยี่ รวมเป็นเวลาที่เสด็จมาเยี่ยมโลกเป็นเวลา ๑๐ วัน
ตามธรรมเนียมเดิมนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดให้เจ้าพระยาพลเทพเป็นพระยายืนชิงช้า ที่สมมุติว่าเป็นพระอิศวรที่มาเยี่ยมโลก มาชมพิธีต้อนรับพระองค์โดยพราหมณ์ ลักษณะการนั่งของพระยายืนชิงช้าที่โรงชมรมนั้น พระยายืนชิงช้าต้องนั่งไขว่ห้าง โดยให้ เท้าขวาวางบนเข่าซ้าย เป็นท่าที่พระอิศวรประทับยืนในขณะที่พระมหาเทพสร้างโลก เพื่อทดสอบความแข็งแรงของโลก พระอิศวรประทับยืนโดยพระบาทข้างเดียว แล้วพญานาคฉุดดึงเขาไกรลาศให้สั่นสะเทือน หากพระอิศวรล้มลง แสดงว่าโลกไม่แข็งแรง เสาชิงช้าเป็นตัวแทนของเขาไกรลาศ เมื่อพราหมณ์นาลิวัน โยกเสาชิงช้าให้คลอนเปรียบเสมือนทดสอบความแข็งแรงของบ้านเมือง
พระราชพิธีโล้ชิงช้าเป็นอันสิ้นสุดไป หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วได้สองปี พระยายืนชิงช้าท่านสุดท้าย เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๗ คือ พระยาชลมารคพิจารณ์ (ม.ล.พงษ์ สนิทวงศ์) เหลือแต่พิธีพราหมณ์ที่ทำในเทวสถานเท่านั้น พระราชพิธีอื่นๆ ก็ถูกล้มเลิกไปด้วย เป็นที่น่าเสียดายที่เราไม่ได้ชื่นชมประเพณีโบราณที่สำคัญนี้อีก
อนึ่ง ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เปลี่ยนไปใช้ปฏิทินสุริยคติในทางราชการตามแบบสากลตั้งแต่ ร.ศ.๑๐๘ พ.ศ. ๒๔๓๒ โดยให้วันขึ้นปีใหม่ไทยเป็นวันที่ ๑ เมษายน พบเหรียญที่ระลึกในปีนี้คือ เหรียญที่ระลึกอักษรย่อ ส.ว. (พระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระวรราชเทวี) และเหรียญที่ระลึกงานเมรุพระองค์เจ้านภาจรจำรัสศรี
เหรียญที่ระลึกพิธียืนชิงช้าเหรียญแรกของไทย
ในการยืนชิงช้านั้น “คุณเจมส์” บอกว่า มีการทำเหรียญขึ้นเป็นที่ระลึกบ้าง เท่าที่พบเก่าที่สุดนั้นเป็น ร.ศ.๑๒๕ พ.ศ.๒๔๔๙ สมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นเหรียญรูปทรงกลมเนื้อเงิน ด้านบนมีห่วงเชื่อม ด้านหน้ามีอักษรความว่า “ในการทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ยืนชิงช้า ๓๙ ศก ๑๒๕” ด้านหลังมีอักษรความว่า “พระยาบำเรอภักดิ์” เหรียญที่ระลึกยืนชิงช้า หรือโล้ชิงช้านี้เป็นเหรียญที่เก่าที่สุดที่พบในปัจจุบัน พบเจอน้อยคาดว่าสร้างมาจำนวนน้อยมากแม้แต่รูปก็ยังหาชมได้ยาก
เหรียญที่ระลึกงานยืนชิงช้าที่พอจะพบเห็นได้คือ เหรียญที่ผลิตในปี ๒๔๗๑ มีพระยายืนชิงช้าคือ พระยากลาโหมราชเสนา (เล็ก ปาณิกบุตร) และเหรียญสุดท้ายที่มีการสร้างคือ ปี ๒๔๗๗ สมัยรัชกาลที่ ๗ ที่มีพระยามารคพิจารณ์ (ม.ล.พงษ์ สนิทวงศ์) เป็นพระยายืนชิงช้า เป็นเหรียญรูปทรงไข่มีหูในตัว ด้านหน้าเป็นรูปเส้าชิงช้า เบื้องล่างที่ตัวเลข ระบุปี ๒๔๗๗ ด้านหลังเป็นรูปกริชและพญานาค
ขอขอบคุณเรืออากาศเอกนิรันดร วิศิษฎ์สิน อดีตนายกสมาคมเหรียญที่ระลึกไทย สำหรับภาพเหรียญและข้อมูลพิธีการยืนชิงช้า และขอแสดงความยินดีกับพลเรือเอกวีรพันธ์ บางท่าไม้ ที่ปรึกษาสมาคม ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นพลเรือเอก
สำหรับท่านที่ต้องการติดตามบทความเรื่องราวของเหรียญและการสะสม สามารถติดตามได้ที่เพจ siamcoin หรือ siamcoin.com ติดต่อสอบถามกันได้ทาง LINE ID :@siamcoin



