
ปั้นนักถ่ายทอดเทคโนโลยี สู่อาชีพแห่งโลกอนาคต
12 เม.ย. 2559
ปั้นนักถ่ายทอดเทคโนโลยี สู่อาชีพแห่งโลกอนาคต : โดย...โต๊ะข่าวเกษตร
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเริ่มมีการตื่นตัวในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลไทยให้ความสำคัญพร้อมออกมาตรการที่เกี่ยวข้องหลายประการ เพื่อยกระดับความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของภาคอุตสาหกรรม ส่งเสริม สตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการฐานเทคโนโลยี รวมทั้งส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยเป็นแหล่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญของประเทศ สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชนให้เกิดการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ
"ในเรื่องของการใช้ประโยชน์จากการวิจัยและพัฒนา ขอยกตัวอย่างง่ายๆ ให้เห็นภาพชัดเจน สมมุติว่า เราเห็นรถเข็นขายของริมถนน ไม่ว่าจะขายน้ำ ขายหมูปิ้ง รถเข็นที่ใช้ก็เป็นแบบเดียวกันหมด ซึ่งถ้ามีการสร้างนวัตกกรรมขึ้น เช่น จะดีไซน์รถเข็นอย่างไรให้ตอบโจทย์ของการใช้งานอย่างมีประโยชน์สูงสุด เราอาจจะมีโอกาสเห็นรถเข็นขายหมูปิ้งที่มีความสูงพอเหมาะกับคนขาย มีระบบปิ้งไร้ควัน มีตู้เก็บที่สะอาดปลอดภัย หรือเราอาจจะเห็นรถขายน้ำที่มีการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย มีระบบทำน้ำร้อน เย็น เป็นต้น จะเห็นได้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะมีโปรดักทิวิตี้ แบบนี้เยอะมาก คือเมื่อทุกอย่างมันผ่านกระบวนการคิดและเชื่อมโยง โดยใช้ประโยชน์จากการวิจัย การสร้างนวัตกรรมและนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ผลลัพธ์คือความสะดวกสบาย การใช้ชีวิตได้ง่าย ปลอดภัยและมีมาตรฐานมากขึ้น และประเทศญี่ปุ่นไม่เคยหยุดพัฒนาความคิด เวลาที่เราเห็นสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จะทำให้เรารู้สึกทึ่งอยู่เสมอ"
ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานประชุมนานาชาติ เอยูทีเอ็ม เอเชีย 2016 กล่าวถึง การวัจัยและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ สามารถตอบโจทย์ทั้งในเชิงธุรกิจ อุตสาหกรรม พาณิชย์ หรือแม้กระทั่งสังคมและวัฒนธรรม ปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีผลงานวิจัยเกิดขึ้นมากมาย มีนักวิจัยเก่งๆ เยอะมาก แต่ยังก้าวไปไม่ถึงจุดของการนำเทคโนโลยีหรือผลงานวิจัยเหล่านั้นมาพัฒนาต่อยอด หรือนำไปใช้ประโยชน์ที่มีผลในเชิงพาณิชย์ได้จริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไทยกำลังประสบปัญหาอยู่ ทั้งปัญหาเรื่องการขาดแคลนเงินทุน ขาดแคลนบุคลากร และการลงทุนเพื่อการวิจัยเพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่สามารถสร้างการพัฒนาต่างๆ ให้เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ยังขาดความรู้เชิงลึก เนื่องจากการนำองค์ความรู้เหล่านั้นออกสู่ตลาดและสังคมเพื่อผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม จำเป็นต้องมีกระบวนการการเปลี่ยนผ่านผลงานวิจัยออกสู่ตลาด ซึ่งมีรายละเอียดต่างๆ มากมาย ทั้งในเรื่องของการจัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญา การประเมินมูลค่า กฎหมายที่คุ้มครองผลงาน รวมถึงการจับคู่และเจรจาระหว่างภาคเอกชนกับเจ้าของผลงานนวัตกรรม ดังนั้นจำเป็นจะต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีเกิดขึ้น โดยบุคคลที่เปรียบเสมือนข้อต่อหรือจุดเชื่อมระหว่างฝั่งการพัฒนานวัตกรรมและงานวิจัยกับฝั่งผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน เรียกว่า “นักถ่ายทอดเทคโนโลยี” หรือ เทคโนโลยี ทรานเฟอร์ โปรเฟสชั่นแนล ซึ่งมีบทบาทอย่างมากที่จะขับเคลื่อนงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง
การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวของไทยที่พยายามผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยการยกระดับความสามารถของบุคลากรในสายงานถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมกลุ่มคนและองค์ความรู้ ทั้งด้านการจัดการนวัตกรรมและการวิจัยเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเครือข่ายผู้จัดการนวัตกรรมในประเทศไทย เป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยมีวิทยากรจากทั่วโลกและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทยและต่างประเทศเข้าร่วมงานกว่า 350 คน ถือเป็นการประชุมด้านการบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทย
------------------
(ปั้นนักถ่ายทอดเทคโนโลยี สู่อาชีพแห่งโลกอนาคต : โดย...โต๊ะข่าวเกษตร)



