ไลฟ์สไตล์

'ตู้ตั๋วแตก'อีกครั้งกับการบรรยาย'อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน'

'ตู้ตั๋วแตก'อีกครั้งกับการบรรยาย'อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน'

09 เม.ย. 2559

“ตู้ตั๋วแตก” อีกครั้งกับ การบรรยาย “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” : คอลัมน์ ตึกแถวอพาร์ตเมนต์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว

 
          ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณบรรดาแฟนๆ จากทั่วประเทศที่ให้เกียรติเข้าร่วมฟังการบรรยายของผมกับ “อาจารย์รวิโรจน์ อัมพลเสถียร” ซึ่งจัดว่าเป็นเศรษฐีน้อย “อสังหาฯ”  และนักเขียน “Best Seller” อีกท่านหนึ่งของบ้านเรา เกี่ยวกับการลงทุนทำ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ซึ่งการบรรยายครั้งนี้จัดขึ้นในหัวข้อ “สร้างเครื่องผลิตเงินด้วยอพาร์ทเม้นท์ กับ 2 กูรู” ที่ “โรงแรมมิราเคิลแกรนด์” ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็เกิดปรากฏการณ์ “ตู้ตั๋วแตก” ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ก็มีบรรดาแฟนๆ ที่สนใจเข้าร่วมฟังกันอย่างล้นหลามจนแน่นห้องประชุมครับ ซึ่งจากการสังเกตของผมได้แบ่งผู้เข้าร่วมฟังการบรรยายออกเป็น 4 กลุ่มครับ 
 
          กลุ่มแรก เป็นกลุ่ม “ชาวบางสตางค์น้อย” ประเภท “มีมั่ง ไม่มีมั่ง” รวมถึงประเภท “มนุษย์เงินเดือน” ที่มีรายได้เฉลี่ย 20,000-40,000 บาทต่อเดือน เรียกว่าประกอบสัมมาอาชีวะทำมาหาเลี้ยงชีพแบบเดือนชนเดือนครับ โดยทั่วไปแล้วคนกลุ่มนี้มักจะมีหนี้สินกันไม่น้อย โดยเฉพาะที่ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนบัตรเครดิต ฯลฯ ถ้าพูดแบบคนโบราณ คนกลุ่มนี้กำลังตกอยู่ในสภาวะติดลบคือมีหนี้ที่สะสมอยู่มากกว่ารายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือน ก็ต้องผ่อนชำระหนี้กันไป ซึ่งก็หวังว่าสักวันคงจะปลดหนี้ปลดสิน จึงเข้ามาศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนทำ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” โดยหวังว่าจะเป็นอีก “หนึ่งทางเลือกอันเป็นทางรอด” ในอนาคตครับ 
 
          สำหรับกลุ่มที่ 2 ก็จัดว่าเป็นกลุ่ม “ชาวบางสตางค์น้อย” เช่นกันครับ ที่อาจโชคดีกว่ากลุ่มแรกสักนิด คือ พอจะมีที่ดินอยู่บ้าง อาจจะเป็นที่ดินที่ได้จากมรดกหรือจากการที่ได้ซื้อเก็บไว้นานแล้ว กลุ่มนี้ก็จะมาหาหนทางที่จะสร้างประโยชน์ (Leverage) จากที่ดินที่ตัวเองมีอยู่ ก็เลยมองเห็นว่าการลงทุนทำ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” น่าจะเป็นคำตอบและเป็นอีก “หนึ่งทางเลือกอันเป็นทางรอด” เช่นกัน ในสภาวะ “เศรษฐกิจตกสะเก็ด” ดังเช่นในปัจจุบัน 
 
          ส่วนกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่มีฐานะมั่นคงในระดับหนึ่งแล้ว  มีอาชีพหน้าที่การงานที่เรียกว่าสามารถลงหลักปักฐานได้มั่นคงแล้ว และที่น่าสนใจคือ หลายคนในกลุ่มนี้เป็น “นักเล่นหุ้น” ประเภทมือ “สมัครเล่น” ที่กำลังเจ็บปวดจากการ “ติดดอย” ที่ราคาหุ้นที่ร่วงลงกันกราวรูดแทบจะทั้งกระดาน จึงแสวงหาแนวทางในการลงทุนที่มีความมั่นคงปลอดภัยและยั่งยืนกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันครับ รวมทั้งได้เห็นว่าในอนาคต “มูลค่าทรัพย์จะเพิ่มขึ้น” อีกมากมายหลายเท่า ที่ภาษาทางเทคนิคการลงทุนในอสังหาฯ มักเรียกกันว่า “Capital Gain” ทั้งยังเป็นการกระจายความเสี่ยงของการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ไปสู่การลงทุน ใน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” 
 
          กลุ่มที่ 4  ที่จัดได้ว่าเป็นกลุ่มที่มีความพร้อมมากที่สุด  คือ เป็นกลุ่มที่มีทั้งที่ดินและทุนทรัพย์ มักจะเป็นกลุ่มที่มีอายุสักหน่อยก็เลยมาลองดูว่าอยากจะโยกเงินที่ฝากอยู่ในธนาคารที่ในปัจจุบันได้จากดอกเบี้ย 1-2 เปอร์เซ็นต์ มาลงทุนในธุรกิจ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” ที่สามารถก่อให้เกิดรายได้ 8-10 เปอร์เซ็นต์ต่อปี มิหนำซ้ำยังเป็นการลงทุนที่สามารถสู้กับอัตราเงินเฟ้อ 3-5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีได้ ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ หากฝากเงินในธนาคารหรือสถาบันการเงิน นอกจากจะได้ดอกเบี้ยไม่สูงนักแล้ว ค่าของเงินยังจะลดลงทุกปี (คิดเป็นประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์) แต่ถ้าลงทุนใน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” มูลค่าที่ดินและสินทรัพย์จะเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างน้อย 3-5 เปอร์เซ็นต์ เป็นอัตราผกผัน เหมือนกับเมื่อ 20-30 ปีก่อน ผมเคยกินก๋วยเตี๋ยวชามละ 8-10 บาท แต่ในปัจจุบันเพิ่มขึ้น 5 เท่า เป็นก๋วยเตี๋ยวชามละ 40-50 บาทแล้วครับ ทั้งๆ ที่ปริมาณเท่าเดิม ฉันใดฉันนั้นครับ
 
          เต็มอิ่มกันครับกับการบรรยายแบบ “มาราธอน” ตั้งแต่ 9 โมงเช้าโดยประมาณ ไปเสร็จสิ้นเอาตอน 6 โมงเย็น คนทั้ง 4 กลุ่มก็ได้เรียนรู้ “ข้อเท็จจริง” ใน “มิติ”  ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการลงทุน “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” อย่างน้อยก็จะได้เรียนรู้ศักยภาพของตัวเองว่าสามารถทำอะไรได้บ้างและไม่ได้บ้าง รวมถึง จะเริ่มต้นลงมือทำอย่างไรครับ
 
          เป็นระยะเวลากว่า 8 ชั่วโมง เต็มอิ่มทั้งผู้บรรยายและผู้ฟังการบรรยายครับ ผมมักพูดเสมอว่าการเรียนรู้เป็นขั้นตอนที่มีความสุขครับ จะรู้มากหรือรู้น้อยก็ก่อให้เกิดความสุข ส่วนจะสุขมากหรือสุขน้อยก็ขึ้นอยู่กับกำลังสติปัญญาของผู้ฟังแต่ละท่านที่จะสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ก่อให้เกิดประโยชน์กับตนเองและผู้อื่นด้วยความไม่ประมาทกันครับ
 
          ในช่วงสุดท้ายซึ่งเป็นช่วงของการตอบปัญหาข้อข้องใจผมยังได้ฝากข้อคิดไว้ให้เป็น “ปริศนาธรรม” ว่า “ปัญหาทุกปัญหาจะไม่ใช่ปัญหา หากเจ้าของปัญหาไม่เป็นตัวปัญหา ในการแก้ไขปัญหา !!!” ก็เสร็จสิ้นการบรรยายลงอย่างงดงามและสมบูรณ์แบบครับ ผมเชื่อว่าหลายท่านคงเดินทางกลับไปพร้อมกับ “ความฝัน” และ “ความหวัง” ที่จะเป็นเจ้าของ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สักหลัง ที่จริงแล้ว “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” สำหรับผมมีหลายขนาดครับ (จะว่าไปแล้วมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 5 แสนบาทสำหรับห้องเช่าชั้นเดียว 1-2 คูหา) จึงทำให้ผมเชื่อว่าทุกท่านไม่ว่าจะยากดีมีจนเช่นไรก็สามารถเป็นเจ้าของได้ครับ ต่างกันเพียงแค่จะเริ่มต้นอย่างไรเท่านั้นครับ จะว่าไปแล้วที่ยากที่สุดคือการตัดสินใจลงมือทำนั่นแหละครับ ถ้ายังลังเลคิดวกไปเวียนมาว่าจะทำดีหรือไม่ทำดี รับรองว่าชาตินี้ไม่ได้ลงทุนทำ “อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน” หรอกครับ ก็เอาไว้ลุ้นกันใหม่ในชาติหน้าตอนบ่าย ๆ ค่อยลงมือทำกัน ก็เลยขอย้ำนะครับว่า “ลงมือทำเสียในชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า” ครับ 
 
          สำหรับท่านที่สนใจก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดในเว็บไซต์  www.homeloverthai.com  ส่วนท่านที่พลาดโอกาสที่เข้าร่วมฟังการบรรยายในครั้งนี้คงต้องรอในโอกาสหน้าก็คงอีกสักพักใหญ่ๆ ครับ แล้วพบกับสาระน่ารู้กันได้ใหม่อีกสองสัปดาห์หน้าครับ