
'กุญแจ 11 ดอก'ที่นำไปสู่ชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น
09 เม.ย. 2559
กุญแจ 11 ดอก ที่นำไปสู่ชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล
เมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสโดยบังเอิญไปพบกับ “โค้ชทางพลังจิต” คือ “อาจารย์สถิตธรรม เพ็ญสุข” จากการที่ได้เสวนาและได้มีโอกาสอ่านข้อเขียนของท่านก็พบว่า มีข้อคิดที่น่าสนใจมากมายครับ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตของบรรดาท่านผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อยครับ จากการที่ได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และแบ่งปันกับ “โค้ชพลังจิต” ท่านนี้ก็ทำให้ผมรู้ว่า “สิ่งมหัศจรรย์ที่สุดของมนุษย์” คือ “การค้นพบพลังจิตที่ยิ่งใหญ่ที่ซ่อนไว้อย่างเงียบเชียบในตัวเอง” หลายท่านที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่และยั่งยืนได้เพราะ “พลังจิต” นี้ครับ เป็นเสมือน “พลังแห่งการกระตุ้น” ให้มนุษย์เข้าสู่สังคมแห่ง “การเรียนรู้” ซึ่ง “การเรียนรู้” ก็จะนำไปสู่ “ปัญญา” ที่สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้อย่าง “ไม่มีขอบเขต” และ “ไร้ขีดจำกัด” อันจะนำไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด
ทั้งนี้ “โค้ชทางพลังจิต” ท่านนี้ได้กล่าวถึง “กุญแจ 11 ดอก” เพื่อใช้ไขเข้าไปสู่ความล้ำลึกกว่า “อุปนิสัย” ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของชีวิตมนุษย์ จะว่าไปแล้ว “กุญแจ 11 ดอก” คือการพัฒนาของ “พลังจิต” ที่คนปรกติทั่วไปสามารถก้าวเข้าไปถึงและสามารถเชื่อม “กุญแจ 11 ดอก” ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งผมได้ลองปฏิบัติดูแล้วก็ได้ผลดีเป็นอย่างยิ่งครับ มีรายละเอียด “กุญแจ 11 ดอก” พอสังเขปดังนี้ครับ
กุญแจดอกที่ 1 คือ “การฝึกแบบบูรณาการ” เป็นเสมือนกับ “การกระตุ้นพลังงานแห่งการบำบัด” ที่จะช่วยปลุกตัวตนภายใน สามารถขจัด “พลังงานด้านลบ” และส่งเสริม “พลังงานด้านบวก” โดยพลัง “หยิน” และ “หยาง” เป็นพื้นฐานสำคัญ สำหรับกุญแจดอกที่ 2 คือ “ขุมพลังแห่งความรัก” ซึ่งทั้ง “โค้ชทางพลังจิต” ท่านนี้และตัวผมเองก็เคยพบปะเสวนากับ “ดร.เมล กิลล์” ผู้เขียนหนังสือขายดีระดับโลกอย่าง “The Meta Secret” ก็ยังได้พูดถึง “ขุมพลังแห่งความรัก” นี้ไว้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวคิดเกี่ยวกับ “พลังแห่งความรัก” เป็น “กุญแจ” ที่สำคัญที่ก่อให้เกิดความรักในหัวใจของเราให้ได้เสียก่อน แล้วจึงแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแบ่งปันกับผู้อื่นที่อยู่รอบตัวตามลำดับครับ
ส่วน กุญแจดอกที่ 3 คือ “ประสบการณ์ในการให้อภัย” คนส่วนใหญ่มักติดอยู่ที่ความทรงจำของอารมณ์ทางด้านลบที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ เกลียด อิจฉาริษยา อาฆาตพยาบาท มาดร้าย ฯลฯ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่ก่อเกิดเป็น “พลังงานด้านลบ” ที่เข้ามาครอบงำในใจเราอยู่นานแสนนานจนทำให้จิตใจเศร้าหมองและทนทุกข์ทรมานในโลกแห่งความรู้สึกด้านลบที่ไม่มีทางขจัดปัดเป่าออกไปได้ จนกว่าคุณจะ “ให้อภัยอย่างไม่มีเงื่อนไข” ซึ่งประสบการณ์แห่ง “การให้อภัย” นั้นเป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น เป็นการทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นและก้าวไปสู่การประสบความสำเร็จในชีวิตได้ง่ายขึ้น เมื่อคุณสามารถให้อภัยกับตัวเองได้ รวมทั้งสามารถให้อภัยกับผู้คนที่ทำร้ายคุณได้ ถ้าหากคุณสามารถให้อภัยกับทุกสิ่งในชีวิตคุณได้ คุณก็จะหลุดพ้นจากความทนทุกข์ทรมานในอดีตที่ฝังรากลึกอยู่ในใจซึ่งส่งผลถึงปัจจุบันแล้วคุณก็จะเข้าถึงการปลดปล่อยอย่างแท้จริงเพียงแค่มีประสบการณ์ในการให้อภัยเท่านั้น
กุญแจดอกที่ 4 คือ “การกระตุ้นตัวตนที่สูงขึ้น” เป็นการฝึกเชื่อมโยงจิตกับ “พลังจักรวาล” เพื่อที่จะนำไปสู่สภาวะตัวตนที่สูงกว่าในปัจจุบัน คุณต้องเชื่อว่าสิ่งใดที่คุณรู้สึก สิ่งใดที่คุณปรารถนา สิ่งนั้นคือความจริงในโลกแห่งความจริงที่จะต้องเป็นเช่นนั้น ดังนั้นสิ่งที่คุณฝัน สิ่งที่คุณหวัง และสิ่งที่คุณเชื่อ ก็จะกลายเป็นความจริงขึ้นได้ถึงแม้ความคิดและความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นในใจคุณเท่านั้น เหตุผลก็คือ โลกแห่งความจริงจะมีอยู่และจะดำรงอยู่ได้ก็ต่อเมื่อมีคุณ ถ้าไม่มีคุณก็คงจะไม่มีโลกของคุณใบนี้ ถึงโลกใบนี้มีจริงแต่ถ้าไม่มีคุณ โลกความจริงในตัวคุณก็คงไม่มี “มิติแห่งจิตสัมพันธ์” ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาของจิตคุณและสิ่งรอบตัวคุณ รวมไปถึงสิ่งที่คุณสามารถสัมผัสและรู้สึกได้ เมื่อใดที่สามารถปลดปล่อยสิ่งที่ตกค้างในใจหรือสามารถปลดล็อคชีวิตของคุณได้สำเร็จ คุณจะได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริงที่สูงส่งของคุณ คุณจะได้ตัวตนใหม่ที่สมบูรณ์แบบและสอดคล้องกับชีวิตที่ยอดเยี่ยม ในความหมายของตัวตนที่สูงกว่าเป็นการเชื่อมตัวตนกับ “พลังของจักรวาล”
กุญแจดอกที่ 5 “พลังแห่งความบริสุทธิ์” จะว่าไปแล้วการบรรลุสู่จุดมุ่งหมายของทุกศาสนาและทุกลัทธิความเชื่อ คือ “การชำระล้างใจให้บริสุทธิ์” ให้หลุดพ้นจากสำนึกเก่า (ในด้านลบ) อย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาด ความล้มเหลว ในชีวิต หรือสิ่งที่เคยทำให้เราทนทุกข์ทรมานต่างๆ ก็จะสลายไป เมื่อจิตใจเราไม่ติดค้างกับสิ่งใด จิตใจของเราก็จะเข้าถึงความรู้สึกอย่างแท้จริง ของ “พลังแห่งจิตที่บริสุทธิ์” ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการวิวัฒนาการของความคิด ความเข้าใจชีวิตและการมีชีวิตอยู่ในแต่ละช่วงของเวลาครับ
จะเห็นได้ว่าการที่ผมได้เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแบ่งปันกับ “อาจารย์สถิตธรรม เพ็ญสุข” ซึ่งท่านเป็น “โค้ชทางพลังจิต” ล้วนแล้วแต่เป็นสาระประโยชน์ต่อการพัฒนาทาง “ความคิด” และ “พลังจิต” ของผม ซึ่งเนื่องจากพื้นที่มีจำกัด ยังเหลือ “กุญแจ” อีก 6 ดอก เอาไว้ต่อกันในอีกสองสัปดาห์หน้าครับ ก็ไม่แน่นะครับว่า “กุญแจ 11 ดอก” อาจจะนำท่านไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น ครอบครัวและบ้านแสนรักที่อบอุ่นขึ้น รวมไปถึงนำไปสู่ความมั่งคั่ง มั่นคงแบบยั่งยืนขึ้น ก็เป็นไปได้หากไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่เป็นอันขาดครับ



