ไลฟ์สไตล์

ทริปดูไบกับกาแลคซี่ เอส 7 (ตอนจบ)

ทริปดูไบกับกาแลคซี่ เอส 7 (ตอนจบ)

03 เม.ย. 2559

ไอทีรีวิว : ทริปดูไบกับกาแลคซี่ เอส 7 (ตอนจบ) : โดย...วัจน พรหโมบล

 
                    จุดเด่นของเจ้าเอส 7 อยู่ที่กล้อง ถาดใส่ซิมแบบไฮบริด และระบบกันน้ำกันฝุ่น ที่นับเป็นฟังก์ชั่นที่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริดภคอย่างแท้จริง
 
                    ก่อนหน้านี้ในซีรีส เอส ของซัมซุง ไม่เคยมีการอนุญาตให้ใส่ไมโครเอสดีการ์ดเพื่อเพิ่มหน่วยความจำเข้าไปได้ แต่ในรุ่นนี้มีการจัดทำระบบและทำถาดใส่ซิมการ์ดแบบไฮบริดเช่นเดียวกับค่ายอื่น เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้ว่าจะใส่ซิม 2 ตัว หรือใส่ซิม 1 ตัว กับไมโครเอสดีการ์ด อีก 1 ตัว (ความจุสูงสุด 200 กิกะไบต์)
 
 
ทริปดูไบกับกาแลคซี่ เอส 7 (ตอนจบ)
 
 
                    ในครั้งนี้ผมได้รับไมโครเอสดีการ์ดขนาดความจุ 32 กิกะไบต์มาใช้งาน เมื่อบวกกับหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 32 กิกะไบต์ เท่ากับผมมีพื้นที่เก็บภาพอย่างมากมาย ซึ่งระบบของเอส 7 ทำงานได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุดในการโอนถ่ายภาพจากเมมโมรีในตัวเครื่องไปยังไมโครเอสดีการ์ด 
 
                    ขณะที่การถ่ายภาพนั้น ซัมซุง “เน้น” เป็นพิเศษ ถึงกับใส่เลนส์มุมกว้าง 26 มิลลิเมตร ที่มีค่า F Stop เพียง 1.7 (เอส 6 มีค่า F Stop ที่ 1.9) ทำให้ไม่กลัวความมืด สามารถรับแสงในที่มืดได้ดีมาก พร้อมระบบกันสั่น OIS และที่สำคัญใช้เซนเซอร์ขนาด 1/2.6 นิ้ว ที่มีฟีเจอร์ Phase Detection โดยระบบจะแบ่งพิกเซลแต่ละพิกเซลออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆกัน ส่วนหนึ่งจะรับแสงสีหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งจะรับแสงอีกสีหนึ่ง ช่วยให้การโฟกัสภาพทำได้อย่างรวดเร็ว และมีความเสถียรของสีสูง เทคโนโลยีนี้พบได้ในกล้อง DSLR ราคาแพงแต่ซัมซุงได้ย่อส่วนลงมาอยู่ในกล้องของเจ้าเอส 7 ได้อย่างแนบเนียน
 
 
ทริปดูไบกับกาแลคซี่ เอส 7 (ตอนจบ)
 
 
                    นอกจากนั้นกล้องหลักขนาด 12 ล้านพิกเซลยังถ่ายวิดีโอระดับ 4K ได้ดีอีกด้วย ส่วนกล้องหน้านั้นมีความละเอียด 5 ล้านพิกเซลที่มีซอฟต์แวร์ภายในตัวคอยแต่งภาพออกมาเนียนนุ่ม ผิวของคนในภาพจะออกมาเนียนราวกับใช้เครื่องสำอางลงไว้ล่วงหน้า 
 
                    ตัวเครื่องมีขนาด 142.4x69.6x7.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 152 กรัม ตัวเครื่องด้านหลังเป็นกระจก 3D Glass จอแสดงผลแบบ 2K Quad HD Super AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว กระจกหน้าจอแบบ 2.5D พร้อมฟีเจอร์ Always-On Display - ชิพเซตประมวลผล Octa-Core Samsung Exynos 8890 RAM แบบ LPDDR4 ขนาด 4GB ROM 32GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD สูงสุด 200GB
 
 
ทริปดูไบกับกาแลคซี่ เอส 7 (ตอนจบ)
 
 
                    รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 802.11 a/b/g/n/ac, MU-MIMO, Bluetooth 4.2, USB 2.0 และ NFC รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนเครือข่าย 4G LTE รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM) ฟีเจอร์ป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh พร้อมระบบ Fast Charging และรองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย (Wireless Charging) ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ซึ่งถูกครอบทับด้วย TouchWiz UI
 
                    หลังจากถ่ายภาพใต้น้ำ ในทะเลทราย และบนตึกสูงแล้ว ชาวคณะก็แลกเปลี่ยนรูปถ่ายกัน ด้วยระบบ Bluetooth ที่ทำงานโดยใช้ชิพ NFC เป็นตัวสั่งการ เพียงนำหลังเครื่องมาแตะกันและแตะไปที่รูปบนหน้าจอ เท่านั้นก็ส่งรูปให้เพื่อนกันได้แล้ว หรือถ้าอยากจะส่งอย่างรวดเร็วกว่านี้ก็เพียงเปิดการใช้งานของระบบ Wi Fi Direct และหาเครื่องมือถือของเพื่อนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ก็จะส่งภาพและข้อมูลได้ในระดับความเร็วเท่ากับเครือข่าย Wi Fi ที่เริ่มต้นที่ 54 เมกะบิตต่อวินาที
 
 
ทริปดูไบกับกาแลคซี่ เอส 7 (ตอนจบ)
 
 
                    อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของเครื่องเอส 7 เอดจ์ เป็นคนที่ชอบถ่ายรูป และเจ้าเอส 7 ก็ทำให้คุณถ่ายรูปได้อย่างเมามัน ก็พึงต้องพกเพาเวอร์แบงก์ขนาดใหญ่สักหน่อยติดตัวไว้ด้วย เพราะจากการใช้งานถ่ายภาพราว 300 รูปภายในวันเดียว และใช้อินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเพื่อส่งภาพเข้าเฟซบุ๊กบ่อยๆ ปรากฏว่าแบตเตอรี่ขนาด 3,000 มิลลิแอมป์ที่ให้มานั้นไม่อยู่ถึง 12 ชั่วโมงสักที
 
                    นอกจากนั้นยังมีข้อขัดใจเล็กๆ สำหรับเจ้าเอส 7 เอดจ์ ที่มีหน้าจอโค้งพาดยาวลงมาถึงด้านข้างของตัวเครื่อง มักจะมีปัญหากับการจับถือเวลาต้องการจะถ่ายภาพ เพราะมือหนึ่งที่ถือโทรศัพท์ไว้มักจะไปสัมผัสหน้าจออยู่เสมอ ทำให้กดชัตเตอร์ด้วยมืออีกข้างไม่ได้ เครื่องจะไม่รับคำสั่ง ทางแก้ก็คือการเลือกจับถือสมาร์ทโฟนตัวนี้ในตำแหน่งอื่น เลี่ยงจากหน้าจอ จึงจะถ่ายรูปได้อย่างสนุกในเวลาที่ต้องการ ไม่ก็ใช้วิธีเดียวกับผมคือ ใช้คำสั่งเสียง คำว่า Capture(แคพเชอร์) Shoot (ชูท) หรือ Cheese (ชีส) เพื่อสั่งให้กล้องทำงาน
 
 
ทริปดูไบกับกาแลคซี่ เอส 7 (ตอนจบ)
 
 
                    ในอนาคตนอกเหนือจากการใช้งานโทรศัพท์ทั่วไป เจ้าของยังสามารถใช้กาแลคซี่เอส7 และ กาแลคซี่เอส7เอดจ์ เป็นช่องทางเข้าถึงบริการชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในโลกอย่าง Samsung Pay ด้วย ระบบนี้ทั้งปลอดภัยใช้งานง่ายและได้รับการยอมรับเกือบจะทุกแห่ง โดยSamsung Pay ใช้ Samsung KNOX ในการรักษาความปลอดภัย ผนวกรวมทั้งเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ ระบบสร้างเครื่องหมายแทนที่ข้อมูลลับขั้นก้าวหน้า เทคโนโลยีการสื่อสารระยะใกล้(Near Field Communication - NFC) เทคโนโลยีการส่งสัญญาณคลื่นแม่เหล็กเพื่อความปลอดภัย (Magnetic Secure Transmission)และเทคโนโลยีบาร์โค้ด โดย Samsung Pay กำลังเปิดทางให้ผู้ค้าและผู้บริโภคได้มีโอกาสใช้งานระบบชำระเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่อไปด้วย
 
                    ภาพรวมของเจ้าซัมซุง แกแลคซี่ เอส 7 เอดจ์ นั้นสรุปได้สั้นๆ ว่า สวย เก่ง เร็ว และทรหด ครับ ยิ่งเห็นเครื่องเดโมสีเงินที่น่าเสียดายว่ายังไม่เข้ามาเมืองไทยแล้วนั้น บอกเลยว่า “สวยมาก”
 
 
----------------------
 
 
----------------------
 
(ไอทีรีวิว : ทริปดูไบกับกาแลคซี่ เอส 7 (ตอนจบ) : โดย...วัจน พรหโมบล)