
ธัมมชโยบริสุทธิ์วัดธรรมกายแถลง
ธัมมชโยบริสุทธิ์วัดธรรมกายแถลง ย้ำไม่ทราบที่มาของเงินบริจาค ไม่ชัด 8 เม.ย.เดินทางไปพบดีเอสไอด้วยตัวเองหรือไม่ ขอหารือทีมทนายก่อน
30มี.ค.2559 พระสนิทวงศ์ วุฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย แถลงข่าวภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) มีหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในฐานะผู้ต้องหากระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร ในคดียักยอกและร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น ที่มีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร เป็นประธานฯ เพื่อให้ไปพบพนักงานสอบสวน ในวันที่ 8 เมษายนนี้ว่า เบื้องต้นยังไม่ยืนยันว่าในวันที่ 8 เม.ย.พระธัมมชโยจะเดินทางไปด้วยตัวเองหรือไม่ จะต้องหารือกับทีมทนายความก่อน
พระสนิทวงศ์ กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่า พระธัมมชโยบริสุทธิ์และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะพระธัมมชโยรับบริจาคเงินมาเหมือนพระสงฆ์ทั่วไป ไม่ทราบถึงที่มาของเงิน และปัจจัยที่ได้มา โดยได้นำเงินดังกล่าวไปสร้างศาสนสถานและใช้งานเรียบร้อยแล้ว รวมถึงก่อนหน้านี้กลุ่มลูกศิษย์ได้ร่วมกันลงขันระดมเงิน กองทุนเยียวยาช่วยเหลือให้สหกรณ์ไปแล้วกว่า 600 ล้านบาท โดยได้มีการตกลงกับศาลว่าถ้าข้อกล่าวหายุติลงทางสหกรณ์ต้องคืนเงินให้กับทางลูกศิษย์ซึ่งทางสหกรณ์ ได้ทำหนังสือขอบคุณ และเข้าใจต่อกัน จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใด ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถึงมีหมายเรียกออกมาเช่นนี้ ซึ่งทีมทนายความจะไปศึกษาข้อมูลในเบื้องต้นก่อนส่วนจะดำเนินการต่อไปในเรื่องนี้อย่างไร จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
พระสนิทวงศ์ บอกด้วยว่า พระธัมมชโยยังไม่ทราบเรื่องนี้เพราะลูกศิษย์เป็นผู้ดำเนินการและหารือกันก่อน เมื่อถามว่า เมื่อใดพระธัมมชโยจะชี้แจงประชาชนนั้น พระสนิทวงศ์ ระบุว่า พระธัมมชโยอายุมากแล้วก็จะสละเวลาให้กับการนั่งสมาธิและสอนธรรมะ ส่วนข้อกล่าวหาข้อสงสัยทั้งหลายก็จะให้ลูกศิษย์เป็นผู้ชี้แจง ข้อสงสัยทั้งหลายถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมะก็จะตอบ แต่ถ้าเป็นเรื่องทั่วไป ก็ให้เป็นหน้าที่ลูกศิษย์ ก็ขอโอกาสให้พระธัมมชโยทำเรื่องเกี่ยวกับธรรมะดีกว่า
สำหรับกรณีที่พระธัมมชโยโอนเงินหลักร้อยล้านบาทกลับไปยังบัญชีบุคคลอื่นแทน รวมถึงกรณีรายชื่อ กลุ่มพระที่มีชื่อเป็นผู้รับโอนเงินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ เช่น พระวิรัช 100 ล้านบาท พระมนตรี 100 ล้านบาท พระครูปลัดวิจารณ์ฯ 119 ล้านบาท พระสนิทวงศ์กล่าวว่าใน ประเด็นนี้ยังไม่ขอเปิดเผย
"ไพบูลย์"กำชับดีเอสไอดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ได้รับรายงานจากพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกพระธัมมชโยแล้ว สืบเนื่องจากมีชื่อเป็นผู้รับเช็คบริจาคจากนายศุภชัย ซึ่งตนกำชับให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนการชี้แจงความคืบหน้าในคดีดังกล่าวได้ขอให้เป็นดุลยพินิจของอธิบดีดีเอสไอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ ( 30 มี.ค.) สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯในฐานะผู้เสียหายจากการฝากเงินจำนวน 8 ราย ทยอยเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอเพื่อเอาผิดกับผู้ที่มีรายชื่อรับเช็คปลายทางจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดย น.ส.ศิวพร เปล่งแสงศรี หนึ่งในตัวแทนผู้เสียหาย สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กล่าวว่า ได้เข้าร้องทุกข์กับดีเอสไอเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้มีชื่อรับเช็คจากสหกรณ์คลองจั่นรวมถึงพระธัมมชโยที่ได้รับเช็คเงินบริจาคหลายครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมาผู้เสียหายที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ไม่มีส่วนรู้เห็นว่ามีการนำเงินฝากของสมาชิกไปบริจาคให้กับวัดพระธรรมกาย ดังนั้น จึงขอวิงวอนให้พระธัมมชโยส่งคืนเงินที่ได้รับบริจาคทั้งหมดให้กับสหกรณ์ เพราะเงินดังกล่าวเป็นเงินเก็บสะสมเพื่อยังชีพในช่วงบั้นปลายของชีวิต
พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร หัวหน้าชุดสอบสวนเส้นทางการเงินคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เปิดเผยว่า เนื่องจากมีสมาชิกผู้เสียหายสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นร้องให้เอาผิดกับผู้รับเช็คปลายทาง พนักงานสอบสวนชุดตรวจสอบเส้นทางการเงินจากเช็คสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จึงได้ประชุมร่วมกับพนักงานอัยการวานนี้ (29 มี.ค.) และมีมติร่วมกันให้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา 2 ราย คือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่มีชื่อรับเช็คหลายฉบับ เป็นเงินถึง 800 ล้านบาท ซึ่งพบว่าเป็นการรับเงินจากสหกรณ์คลองจั่น โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเงินดังกล่าวได้ไหลไปยังเครือข่ายพระของวัดพระธรรมกายในหลายจังหวัด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้นำหมายเรียกเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไปส่งที่วัดพระธรรมกายแล้ว และมีการเซ็นรับหมายเรียกที่ระบุให้พระธัมมชโยเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ที่สำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ วันที่ 8 เม.ย. เวลา 09.00 น.



