
มาตรการควบคุมการนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานกับนายจ้างในไทย (1)
31 มี.ค. 2559
ลุงแจ่มเตือนภัย : มาตรการควบคุมการนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานกับนายจ้างในไทย (1)
นายอารักษ์ พรหมณี อธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นประธานในการประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานกับนายจ้างในประเทศ ซึ่งกรมการจัดหางานร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO)
เนื่องจากการดำเนินการเกี่ยวกับการนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจ้างแรงงาน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานจากการที่โครงสร้างประชากรของประเทศไทยกำลังไปสู่สังคมผู้สูงอายุ ขณะที่อัตราการเกิดลดลง และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยทุกปี ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก และทำให้ภาคเอกชนมีความจำเป็นต้องใช้คนต่างด้าวเพื่อทดแทนแรงงานที่ขาดแคลน
รัฐบาลได้ตระหนักถึงสภาพข้อเท็จจริงดังกล่าว และมีแนวทางในการนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้อง โดยใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินและมาตรการตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว และกฎหมายว่าด้วยการจัดหางานและคุ้มครองคนหางานเท่าที่สามารถจะอนุโลมใช้ได้
ปรากฏว่ายังไม่สามารถควบคุมการประกอบธุรกิจในการนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานกับนายจ้างในประเทศให้สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงของการประกอบธุรกิจในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี พ.ศ.2558 (Trafficking in Persons Report 2015 : TIP Report 2015) กล่าวถึงประเทศไทยว่าเป็นประเทศต้นทาง ปลายทาง และทางผ่านสำหรับการค้าแรงงาน เพื่อการบังคับใช้แรงงานและการบังคับค้าประเวณี
ซึ่งมีแรงงานอพยพประมาณสามถึงสี่ล้านคนในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ซึ่งมีจำนวนหนึ่งถูกแสวงประโยชน์ในอุตสาหกรรมประมง อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการประมง โรงงานต่างๆ และงานรับใช้ในบ้าน แรงงานอพยพบางส่วนที่เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ถูกส่งกลับประเทศโดยไม่มีการคัดกรองที่เหมาะสม



