ไลฟ์สไตล์

หวัด09คร่าชีวิตคนกรุงแล้ว19รายป่วยอีกกว่า3พัน

หวัด09คร่าชีวิตคนกรุงแล้ว19รายป่วยอีกกว่า3พัน

30 ก.ค. 2552

สาว16ปีเมืองโคราชติดหวัดแท้งลูกอาการยังน่าห่วง "วิทยา” เผยดีเดย์ 3 ส.ค. สธ.กระจายยาโอเซลทามีเวียร์ให้คลินิกเข้าร่วมโครงการ ย้ำคลินิกเก็บค่ายาไม่ได้ รัฐออกให้ฟรี “หมอธีระวัฒน์” ขวาง ลินิกจ่าย “โอเซลมามิเวียร” ไม่ช่วยลดการตาย หวั่นเชื้อดื้อยาเร็วขึ้น สภา

 เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ศาลาว่าการกทม. พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมตรวจและติดตามผลการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในพื้นที่กทม. ว่า จากรายงานของกองควบคุมโรค สำนักอนามัย แจ้งยอดผู้ป่วยที่ยืนยันการติดเชื้อ ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.-29 ก.ค. พบว่ามีผู้ป่วย 3,380 ราย หรือร้อยละ 30 ของจำนวนผู้ป่วยทั่วประเทศ

 ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง11-20 ปี โดยพบผู้ป่วยที่เสียชีวิตมากที่สุดใน 4 เขต ได้แก่ 1.เขตดุสิต 2.เขตราชเทวี 3.เขตวังทองหลาง และ 4.เขตสวนหลวง และล่าสุดมีผู้เสียชีวิตรวม 19 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.56 ทั้งนี้ยังมีผู้ป่วยจำนวน 542 รายที่อยู่ระหว่างการรักษาในโรงพยาบาลสังกัดกทม. ซึ่งที่ประชุมมีความกังวลว่าไข้หวัดดังกล่าวจะระบาดและทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น จึงได้กำหนดมาตรการเชิงรุกเพิ่มเติมจากที่มีการตั้งทีมแพทย์คัดกรองโรคที่สำนักงานเขต คือ ให้ทุกเขตมีแผนที่ที่ระบุถึงที่ตั้งชุมชน ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน สถานพยาบาล หรือหน่วยงานราชการในพื้นที่และลงพื้นที่ตรวจคัดกรองโรคทุกบ้านอย่างละเอียด หลังจากที่พบว่ามีประชาชนร้อยละ 30 ไม่นิยมไปใช้บริการตรวจคัดกรองโรคของทีมแพทย์ที่สำนักงานเขต

 พญ.มาลินี กล่าวด้วยว่า มาตรการป้องกันการรับ หรือแพร่เชื้อด้วยการใส่หน้ากากอนามัยเป็นทางหนึ่งที่ช่วยชะลอไม่ให้เชื้อแพร่กระจายในวงกว้างอย่างรวดเร็วแล้ว ในวันนี้ตนขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการร้านค้า พนักงานร้านขายโชว์ห่วย พนักงานในห้างสรรพสินค้า ธนาคาร หรือบุคคลที่ต้องใช้มือสัมผัสกับสิ่งของสาธารณะ เช่น ธนบัตร เหรียญ ที่ไม่มีเวลาทำความสะอาดมือด้วยเจลล้างมือ หรือสบู่ ให้สวมถุงมืออนามัย คือถุงมือที่ทำจากยาง อย่างที่หมอ หรือพยาบาลสวมใส่ขณะที่พยาบาลคนไข้ เพื่อป้องกันการรับเชื้อโรคจากการสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อโรคเปื้อนอยู่

 ขณะที่นายไกรจักร แก้วนิล รองปลัดกทม. เปิดเผยถึงการจัดโครงการเครือข่ายคนไทยไร้พุง ซึ่งร่วมกับเครือข่ายคนไทยไร้พุง ดำเนินการพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพแก้ปัญหาโรคอ้วนของประชาชนในเขตเมือง โดยจะนำร่องในโรงเรียนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร 9 แห่ง คือโรงเรียนปทุมวัน โรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม โรงเรียนวัดไทร โรงเรียนมักกะสัน พิทยา โรงเรียนวัดราษฎร์นิยมธรรม โรงเรียนบ้านครัววิทยา โรงเรียนวัดสามัคคีธรรม โรงเรียนตั้งพิรุฬห์ธรรม และโรงเรียนลาซาล โดยจะจัดกิจกรรมรณรงให้นักเรียนที่มีน้ำหนักเกิน ซึ่งคัดจากนักเรียนที่มีรอบเอวเกินมาตรฐาน ให้รู้จักหลักโภชนาการ และวิธีลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ซึ่งกรุงเทพมหานครจะร่วมกันกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. จัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ส.ค.นี้ โดยโครงการดังกล่าวเป็นเพียงโครงการนำร่อง ซึ่งจะขยายขอบเขตต่อไปยังกลุ่มอื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ต้องการทราบว่าเอวของตัวเองเกินมาตรฐานจนเสี่ยงเป็นโรคอ้วนอันตรายหรือไม่ สามารถหาได้จากขนาดรอบเอวโดยผู้หญิงต้องไม่เกิน 32 เซนติเมตร ผู้ชายไม่เกิน 36 เซนติเมตร

“กรมสุขภาพจิต”เผยผลสำรวจตื่นหวัดลดลง

 นายแพทย์ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 กรมสุขภาพจิต ได้ทำการสำรวจประเมินความวิตกกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์ ซึ่งได้สำรวจออกไปแล้ว 7 ครั้ง เฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ เฉลี่ยแห่งละ 200 ตัวอย่าง รวมครั้งละ 3,000 ตัวอย่าง พบว่ามีอัตราความตื่นตระหนกครั้งล่าสุดลดลง จากครั้งแรกที่อยู่ประมาณร้อยละ 20 และขยับมาเป็นร้อยละ 30 กระทั่งสูงที่สุดเมื่อสัปดาห์แรกที่มีการรายงานยอดผู้เสียชีวิต 44 ราย ทำให้ประชาชนวิตกกังวลเพิ่มขึ้นร้อยละ 42 แต่สัปดาห์ล่าสุดลดลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาลดลงเหลือแค่ ร้อยละ 35 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราความตื่นตระหนกที่ต่ำที่สุด

สาว16ปีเมืองโคราชติดหวัดแท้งลูกอาการยังน่าห่วง

  นายแพทย์วีรศักดิ์ เกียรติผดุงกุล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เปิดเผยว่าอาการของหญิง อายุ   16 ปี   ภูมิลำเนา  อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ที่เกิดภาวะแท้งลูกขณะตั้งครรภ์ได้  6  เดือนหลังจากป่วยเป็นโรคไข้หวัด 2009 และรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
ขณะนี้อาการยังอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากมีอาการปอดบวมจากไข้หวัด แพทย์ได้ทำการรักษาด้วยการให้ยาต้านไวรัส และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลาเนื่องจากระบบหายใจล้มเหลว ซึ่งแพทย์ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ส่วนตัวผู้ป่วยเองยังรู้สึกตัว

 สำหรับภาวะแท้งลูกนั้น ผู้ป่วยไม่มีอาการตกเลือดหรือมีอาการผิดปกติจากการแท้งลูกแต่อย่างใด ในส่วนอาการแท้งลูกถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ป่วยที่ป่วยและสภาพร่างกายอ่อนแอ ไม่มีภูมิต้านทาน ส่งผลให้เด็กในครรภ์ไม่สามารถทนต่อภาวการณ์เกิดโรคได้จึงทำให้เกิดภาวะแท้ง

สธ.เตรียมนัดหารือเงื่อนไขการใช้ยาต้านไวรัสโอเชลทามีเวียร์ในคลินิกกทม.

 นายวิทยา   แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข  ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าการกระจายยาต้านไวรัสโอเชลทามีเวียร์ให้คลินิกว่า หลังจากที่ได้ประชุมนายแพทย์สาธารณสุขทุกจังหวัดเมื่อวานนี้  เพื่อแจ้งเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการใช้ยาของคลินิกในต่างจังหวัดแล้ว ส่วนคลินิกในกรุงเทพมหานครจำนวน 3,805 แห่ง  จะประชุมปลัดกระทรวงสาธารณสุข รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และอธิบดีกรมที่เกี่ยวข้องในบ่ายวันนี้ และจะนัดหารือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดรายละเอียดการจ่ายยาตามเงื่อนไข ที่รวดเร็ว รัดกุม แต่ต้องเคร่งครัดในเงื่อนไขทั้ง 8 ประการตามที่คณะอนุกรรมการระดับชาติกำหนด

 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จะเริ่มให้คลินิกแสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการฯ จัดอบรมชี้แจงตามแนวทางที่ตั้งไว้ และตรวจสอบระบบการรายงานให้เป็นไปตามเงื่อนไข หากเข้าเงื่อนไขก็พร้อมจ่ายยาได้ อยู่ที่ความพร้อมของคลินิก     และให้รายงานการจ่ายยาทุกวัน หากพบคลินิกไม่เข้าข่ายตามเงื่อนไขก็ไม่สามารถจ่ายยาได้ และประชาชนไปตรวจรักษาที่คลินิกไม่มียา โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง คลินิกต้องแนะนำให้ผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐทันที และประชาชนทั่วไปหากเป็นไข้สูงรีบไปโรงพยาบาลทันทีด้วยเช่นกัน

 ทางด้านนายมานิต  นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า ในเย็นวันนี้เวลา 18.00น.    จะนำหน้ากากอนามัยกระดาษใช้ครั้งเดียวทิ้งจำนวน 5,000 ชิ้น เจลล้างมือ จำนวน 4,000 ชิ้น พร้อมเอกสารคู่มือ     รู้ทันไข้หวัด 2009 จำนวน 10,000 ฉบับ ไปแจกให้กับผู้เข้าชมคอนเสิร์ตเบิร์ด (ธงชัย  แมคอินไตย) ที่เมืองทองธานี เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไข้หวัดใหญ่เนื่องจากมีประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

 นายมานิต กล่าวว่า เนื่องจากเชื้อโรคที่ปะปนอยู่ในละอองน้ำมูกน้ำลายของผู้ป่วย จากการไอ จาม สามารถกระจายออกไปไกลถึง 3 ฟุต ทำให้ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดมีโอกาสรับเชื้อได้  ซึ่งงานวิจัยขององค์การอนามัยโลกพบว่า การใส่หน้ากากอนามัยสามารถลดการแพร่กระจายเชื้อที่ปะปนอยู่ในละอองน้ำมูกน้ำลายของผู้ป่วยจากาการไอจามได้ถึงร้อยละ 80    ดังนั้นผู้ที่กำลังเป็นหวัด และจะเข้าชมคอนเสิร์ต   จะต้องใส่หน้ากากอนามัยเพื่อช่วยป้องกันการแพร่เชื้อโรคไปสู่ผู้อื่น

"วิทยา”เผยดีเดย์3ส.ค.สธ.กระจายยาโอเซลทามีเวียร์ให้คลินิก

 นายวิทยา กล่าวภายหลังการเรียกประชุมร่วมกับตัวแทน กทม. กระทรวงสาธารณสุข และตัวแทนคณะอนุกรรมการการแพทย์และสาธารณสุข ที่มี นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ เป็นประธาน เพื่อหารือการวางระบบการกระจายยาโอเซลทามีเวียร์ไปยังคลินิกเอกชนที่เข้าโครงการทั่วประเทศ ว่า เบื้องต้นจะให้ทางสำนักระบาด กรมควบคุมโรค ไปจัดทำใบสมัครให้กับคลินิกเข้าโครงการคลินิกจ่ายยาโอเซลทามีเวียร์ ซึ่งในต่างจังหวัดจะให้ สสจ. แต่ละจังหวัดจัดประชุมแพทย์คลินิกเพื่อชี้แจงแนวทางการรักษาและการจ่ายยา พร้อมกันแจกจ่ายคู่มือผู้เชี่ยวชาญ  ขณะที่กรุงเทพฯจะให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งทั้งต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 2 ส.ค. นี้ และในวันจันทร์ที่ 3 ส.ค. จะเริ่มการกระจายยาได้

 นายวิทยา กล่าวต่อว่า สำหรับระบบการกระจายยาไปยังคลินิกนั้น กรมควบคุมโรคจะเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแล โดยจะให้คลินิกแต่ละแห่งมีสต๊อกไว้เพียง 5 ชุด สำหรับผู้ป่วย 5 ราย โดยในต่างจังหวัดจะให้ สสจ. เป็นผู้ดูแล ขณะที่พื้นที่กรุงเทพนั้นจะดำเนินการโดย กทม. ทั้งนี้ยาโอเซลทามีเวียร์ที่สั่งจ่ายจากคลินิกนั้น จะเรียกเก็บเงินไม่ได้ รัฐบาลจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้

“หมอธีระวัฒน์” ขวาง คลินิกจ่าย “โอเซลมามิเวียร”
 
 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผอ.ศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลก ไวรัสสัตว์สู่คน กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้คลินิกจ่ายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ ว่า การแพร่ระบาดในต่างจังหวัดขณะนี้มิได้หนาแน่นเท่าในกรุงเทพฯ ดังนั้นนโยบายนี้เท่ากับแต่ละเดือนอาจมีคนไข้เป็นหวัดไปพบแพทย์ที่คลินิก ได้รับยาโอเซลทามิเวียร์  คนละ10แคปซูลเป็นหมื่น เป็นแสนคน และแต่ละคนอาจกลับมาเป็นหวัดซ้ำอีกในอีก 2-4 สัปดาห์ต่อมา ก็ต้องได้รับยาอีก แม้ประชาชนอุ่นใจว่ามีหลักประกันว่าเป็นหวัดจะได้ยารักษาไข้หวัดใหญ่2009 เร็วภายใน  2 วัน แต่ต้องไม่ลืมว่ายังมีคนที่เป็น หวัด ไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล กี่หมื่นรายซึ่งมีอาการแต่ไม่รุนแรงและหายเองภายใน 3-4วัน โดยไม่ต้องใช้ยารักษาใด ๆ และไม่ควรได้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์

 “กระทรวงสาธารณสุขประกาศว่าการใช้ยาต้องระมัดระวังและรัดกุมเพื่อระวังการดื้อยา แต่การกระจายยาให้คลินิกทั่วประเทศเพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่าจะได้ยาเร็ว ๆ ทั้งที่ไม่ได้เป็น และอาจเข้าใจว่าต้องได้ยาทันทีที่มีอาการหวัด คุณหมอทั่วประเทศจะกล้าปฏิเสธการสั่งยาให้ผู้ป่วยหรือ แม้ใน 100-1,000 คน ที่เป็นหวัด อาจมีแค่ 1 ราย ที่อาการรุนแรงหนักขึ้น และเกิดเสียชีวิต ก็คงต้องถูกฟ้องร้องแน่ โดยที่การดำเนินการดังกล่าวอาจไม่สามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้ตามคาด” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวและว่า การแพร่ของเชื้อดื้อยาที่บอกว่าบ้านเราไม่มี ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยติดตามผล จะมีโอกาสพบได้เร็วขึ้นหรือไม่ อาการข้างเคียง การแพ้ยา เมื่อใช้กันมากขึ้นมหาศาลก็จะมีโอกาสพบได้ 

     ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ถ้าผู้ป่วยได้รับยาอย่างสมเหตุสมผล ไม่ช้า แต่ก็ยังเสียชีวิต ก็ต้องหันมาพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ไม่ว่าเรื่องว่าต้องเริ่มคิดถึงเชื้อในผู้เสียชีวิตเหล่านั้นมีความผิดปกติไปจากเชื้อทั่วไปอย่างไรหรือไม่ เชื้อดื้อยาหรือไม่ รวมทั้งของคุณภาพยาที่ผลิต กระบวนการประกันคุณภาพเป็นไปอย่างเหมาะสมอย่างไรประเทศไทยพลาดโอกาสทองมานาน เกือบ 3 เดือน ตั้งแต่เริ่มมีผู้ป่วยรายแรกที่กระทรวงสาธารณสุขให้ข่าวว่าไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ไม่ต่างจากไข้หวัดธรรมดาหายเองได้ ทำให้พลาดโอกาสเตรียมการให้ความรู้ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ล่วงหน้า และเมื่อเกิดมีผู้เสียชีวิตก็พยายามชึ้ว่าการตายในคนอายุน้อยวัยทำงานนั้นเป็นเพราะมีโรคประจำตัว ในที่สุดก็ต้องยอมรับว่าใน65ราย มี24 รายที่ไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและไม่มีโรคประจำตัว เมื่อไหร่สาธารณสุขประเทศไทยจะหยุดใช้นักการเมือง ข้าราชการการเมืองสอนวิชาแพทย์เสียที จะได้ไม่มีแพทย์หรือนักวิชาการมาเที่ยวยุ่งเสนอนั่นเสนอนี่ไม่ตรงกับท่านให้น่ารำคาญ

อภ.เดินหน้าผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

   นายแพทย์วิทิต   อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ  ก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ / ไข้หวัดนก ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างโรงงานระดับอุตสาหกรรมว่าโครงการดังกล่าวจะทำการก่อสร้างขึ้นบนพื้นที่ขององค์การเภสัชกรรมที่ ต . ทับกวาง   อ . แก่งคอย จ . สระบุรี   บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ใช้งบประมาณ จำนวน 1,411.7 ล้านบาท   โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เสนอของบประมาณดังกล่าว และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2550         

 โครงการดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการออกแบบ และก่อสร้างจนพร้อมใช้งานเป็นระยะเวลา 3-4 ปี ขณะนี้ผ่านการดำเนินงานด้านการออกแบบการก่อสร้างโรงงาน รวมทั้งจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญจาก ต่างประเทศเป็นที่ปรึกษาในการดำเนินการก่อสร้างเพื่อให้ได้โรงงานที่มีมาตรฐานถูกต้องตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกแล้ว โดยขณะนี้ได้มีการเปิดให้ยื่นซองเอกสารทางเทคนิค ส่วนที่ 1 ประกอบด้วย อาคารผลิต อาคารบรรจุ อาคารประกันคุณภาพ และอาคารสัตว์ทดลอง ไปแล้วเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา    โดยมีผู้ยื่นซองเอกสารทางด้านเทคนิคเพียงรายเดียว คือ บริษัทเอ็ม แอนด์ ดับเบิลยู แซนเดอร์ ( ไทย )    ซึ่งคณะกรรมการประกวดราคาฯ ได้พิจารณาเอกสารทางเทคนิคและราคาเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็จะรายงานให้สำนักงบประมาณได้รับทราบถึงความคืบหน้าของโครงการ ฯ ทั้งนี้เพื่อจะได้จัดสรรงบประมาณให้กับองค์การเภสัชกรรมดำเนินการก่อสร้างต่อไป

 ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวต่อไปว่า ความคืบหน้าในส่วนที่ 2 อาคารระบบสนับสนุนส่วนกลางนั้น ได้มีการยื่นเอกสารทางเทคนิคไปแล้วเช่นกันเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการประกวดราคาฯ ได้มีการพิจารณาเอกสารเรียบร้อยแล้ว และได้มีการยื่นซองประกวดราคาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ E-Auction ไปเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2552 เวลา 11.00 – 11.30 น . ณ บริษัท กสท . โทรคมนาคม ( บางรัก ) ปรากฎว่าบริษัทสเตฟไวส์ เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด จากนั้นก็จะรายงานให้สำนักงบประมาณได้รับทราบถึงความคืบหน้าของโครงการ ฯ ทั้งนี้เพื่อจะได้จัดสรรงบประมาณให้กับองค์การ เภสัชกรรมดำเนินการก่อสร้างต่อไป

 ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า เมื่อโรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ / ไข้หวัดนกแห่งนี้ ก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีการผลิตวัคซีนตัวอย่าง เพื่อนำไปทดสอบทางคลินิก สำหรับเป็นข้อมูลประกอบการขึ้นทะเบียนตำรับกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยใช้เวลาดำเนินการอีก 1-1.5 ปี   ดังนั้นคาดว่าจะมีวัคซีนออกใช้ในประเทศได้ประมาณต้นปี 2556 โดยเป้าหมายเริ่มต้น จะมีกำลังการผลิตที่ 2,000,000 โด๊ส / ปี ซึ่งครอบคลุมการใช้สำหรับป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล (Seasonal Flu) และในกรณีที่มีการระบาดใหญ่ของโรค (Pandemic Flu) สามารถขยายกำลังผลิตได้ถึง 60,000,000 โด๊ส / ปี

สภาฯเตรียมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ต้านหวัด 2009 วันพรุ่งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า ในวันศุกร์ที่ 31 ก.ค.นี้เวลา 12.30 น. ส.ส.ส.ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เตรียมจัดแถลงข่าวและทำความสะอาดอาคารรัฐสภาทั้งหมด เพื่อต้อนรับการเปิดสมัยประชุมนิติบัญญัติ ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 ส.ค.นี้ โดยใช้ชื่อว่า “ บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ มหกรรมทำความสะอาดสู้หวัด 2009” หลังจากที่ก่อนหน้านี้สำนักงานเลขาธิการฯสภาฯได้ทำความสะอาดอาคารรัฐสภาและห้องประชุม ห้องทำงานต่างๆอย่างต่อเนื่องทุกวัน รวมทั้งมีการพ่นยาฆ่าเชื้อโรคบริเวณห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรทุกสัปดาห์

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มหกรรมทำความสะอาดรัฐสภาสู้หวัด 2009 ครั้งนี้ ทางส.ส.ส.จะเข้ามาคอยควบคุมการทำความสะอาดให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งจะเป็นหน่วยสนับสนุนยาฆ่าเชื้อโรค เจลล้างมือและหน้ากากให้กับทางรัฐสภาอีกทางหนึ่งด้วย ขณะเดียวกันนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะแถลงข่าวเพื่อแจ้งให้ข้าราชการรัฐสภาทราบว่าหากใครรู้สึกไม่สบาย จะขอให้หยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องมาทำงานโดยไม่ถือเป็นวันลาหยุดตามนโยบายของรัฐบาลด้วย