
เปิดครัว...'โคโลเนียล' ลิ้มรสอาหาร 5 ชาติ
27 มี.ค. 2559
ชวนชิม : เปิดครัว...'โคโลเนียล' ลิ้มรสอาหาร 5 ชาติ
การได้พักผ่อนในที่พักสวยๆ อากาศร่มรื่นเย็นสบาย และได้รับประทานอาหารรสชาติถูกปากนับเป็นกำไรชีวิตที่ใครๆ ก็ปรารถนา ยิ่งร้านไหนบรรยากาศดีและมีอาหารหลากหลายให้เลือกรับประทานได้ตามที่ใจอยากแล้ว เรียกว่าได้อิ่มท้อง อิ่มตา และอิ่มเอมใจไปพร้อมๆ กัน เช่นเดียวกับที่ห้องอาหาร “เลอ โคโลเนียล” บนชั้น 2 โซนบลูพอร์ต วิง ภายในโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ที่ครบครันด้วยคุณสมบัติข้างต้น
เพียงวินาทีแรกที่ก้าวเข้าสู่บริเวณห้องอาหารก็จะสัมผัสได้ถึงการตกแต่งสไตล์โคโลเนียล ที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะแบบตะวันตกผสานรวมกับเอเชีย เน้นองค์ประกอบและการตกแต่งที่มีเสน่ห์ อ่อนโยน ด้วยการเลือกใช้สีโทนอบอุ่นไปในทิศทางเดียวกับพื้นกระเบื้องลายหินอ่อนสีขาว ประดับตกแต่งด้วยข้าวของเครืื่องใช้สวยๆ งามๆ ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ส่วนโต๊ะเก้าอี้มีทั้งแบบที่เป็นโซฟานุ่มๆ และเป็นเก้าอี้ไม้ทรงสูงให้เลือกนั่งได้ตามชอบ บริเวณครัวของเลอ โคโลเนียล เป็นแบบเปิดให้ลูกค้าสามารถนั่งชมวิธีการปรุงแต่ละเมนูได้แบบเพลินๆ
ว่าด้วยเรื่องเมนูอาหารกันบ้าง ที่นี่มีบริการอาหารมากถึง 5 ชาติ ทั้งไทย จีน เวียดนาม ฝรั่งเศส และอังกฤษ ซึ่ง ริคคาร์โด โยอานา เชฟใหญ่ของที่นี่การันตีว่าเป็นร้านเดียวในหัวหินที่มีความหลากหลายให้เลือกรับประทาน เมนูแนะนำก็อย่าง เปาะเปี๊ยะ ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองของประเทศเวียดนาม โดยใช้แผ่นเปาะเปี๊ยะสดห่อด้วยผักหลายชนิดทั้ง ต้นหอม แตงกวา แครอท ผักชี และกุ้งสด ห่อเป็นแท่งยาวเท่าซิการ์ เวลาทางจะง่ายพอดีคำง่าย เพิ่มรสชาติให้ปอเปี๊ยะอร่อยยิ่งขึ้นด้วยซอสฮอยซินสูตรเฉพาะของทางร้าน รสชาติออกหวานนิดๆ แซมความเผ็ดหน่อยๆ พอติดปลายลิ้นช่วยให้ผักสดมีรสชาติยิ่งขึ้น จานต่อมาเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยสื่อถึงความเป็นจีนอย่างชัดเจน เพราะทุกครั้งพูดถึงประเทศจีน เราจะนึกถึงบะหมี่และเกี๊ยวเป็นอันดับต้นๆ สำหรับ เกี๊ยว ของที่นี่ไส้จะอัดแน่นไปด้วยส่วนผสมของหมูสับ กุ้ง คะน้า เห็ดชิตาเกะ และซอสสูตรพิเศษที่เชฟคิดค้นขึ้นเมื่อคลุกเคล้าจนเข้ากันแล้ว เอาไปห่อด้วยแผ่นเกี๊ยวให้ได้ขนาดพอดีคำ แล้วนำไปนึ่งจนได้ที่ ก่อนคีบเข้าปากจิ้มจิ๊กโฉ่เล็กน้อยเข้ากันดีทีเดียว
อีกเมนูแนะนำที่ไม่ควรพลาด เพราะ “ปลาเปรี้ยวหวาน” จานนี้สื่อถึงความเป็นอาหารไทยที่น่าจะถูกปากคนพื้นถิ่นอย่างเราๆ ทางร้านเลือกใช้ปลากะพงเนื้อดีที่หาได้จากสะพานปลาแถบหัวหิน มากริลล์ให้หนังปลากรอบส่วนเนื้อด้านในนุ่ม ส่วนผัดเปรี้ยวหวานใช้วัตถุดิบชั้นดีประกอบด้วย พริกหวาน สับปะรด หอมใหญ่ ต้นหอม นำมาผัดเข้าด้วยกันด้วยความร้อนสูงเพื่อคงความกรอบ แล้วปรุงรสตามแบบไทยด้วยน้ำมะขามและซอสมะเชือเทศ เสร็จแล้วนำไปราดบนปลาหิมะที่วางรออยู่ในจาน จะกินกับขาวสวยร้อนๆ หรือกินเล่นก็อร่อยไม่แพ้กัน
อร่อยกับอาหารโซนเอเชียไปแล้วหลายเมนู ลองเปลี่ยนรสชาติไปชิมอาหารตะวันตกกันบ้าง เริ่มต้นด้วยอาหารพื้นเมืองของฝรั่งเศส ค็อกกูวองซ์ หรือสตูว์ไก่ไวน์ ทางร้านเลือกไก่สดเนื้อแน่นปั๋งมาจี่กับกระทะให้หนังไก่กรอบก่อน ระหว่างนั้นเอาผักต่างๆ มีแครอท หอมใหญ่ ขึ้นช่ายฝรั่ง มาผัดรวมกันเพิ่มรสชาติและความหอมกรุ่นด้วยการเติมไวน์แดงเล็กน้อย ตุ๋นกับเครื่องเทศต่างๆ ไฟเบาๆ ไปเรื่อยนาน 30-45 นาที อย่าไฟแรงไหม้ เสิร์ฟคู่กับเส้นสปาเก็ตตี รสจะนุ่มออกหวานๆ ละมุนลิ้นมีเค็มนิดหนึ่งและหอมกลิ่นไวน์ขณะรับประทานขยับมาที่อาหารกินเล่นของคนเมืองผู้ดีกันบ้าง ฟิชแอนด์ชิพ สื่อถึงความเป็นโคโลเนียลที่ได้รับอิทธิพลทางอังกฤษถ้าไปอังกฤษไม่ว่าเมืองไหนก็จะมีร้านประแบบนี้เปิดอยู่ทั่วไป เป็นของกินเล่นง่ายๆ โดยใช้ปลาดอลลี่มีความนุ่ม ไปคลุกกับแป้งที่ตีกับเบียร์ที่เรียกกันว่าเบียร์แบตเทอร์ แล้วทอดในน้ำมันร้อนๆ ใช้ไฟกลางเพื่อให้เนื้อปลาด้านในค่อยๆ สุกไปเรื่อยๆ ขณะที่ด้านนอกจะฟูกรอบ ส่วนตัวมันฝรั่งเอาไปหมักพริกไทยดำเพื่อให้มันฝรั่งมีรสชาติความเผ็ดในตัว ก่อนจะตกแต่งหน้าด้วยตาต้าซอสทำจากมายองเนสรสจึงออกเปรี้ยวนิดๆ ความอร่อยของจานนี้ยังไม่หมดเพียงแค่นั้นเพราะข้างล่างของปลา ยังมีส่วนผสมที่เรียกว่ากรีนพีครัทช์ คือการเอาถั่วลันเตาต้มสุกปรุงรสมาบี้ให้ละเอียดกินคู่กันเพื่อตัดรสเลี่ยนจากการทอดออกไป
ชิมเมนูอาหารคาวไปหลายจานจนเริ่มอิ่ม แต่ถ้าจะให้ครบครันความอร่อยต้องไม่พลาดเมนูขนมหวานจานพิเศษที่เชฟนำเสนออย่าง ช็อกโกแลต บอมเบย์ เป็นลูกบอลช็อกโกแลตเข้มข้นขนาดกำลังดี ด้านในลูกบอลมีไอศกรีมโฮมเมดทำจากถั่วพิตาชิโอ้ พร้อมกล้วยเชื่อมรสชาติออกหวานนิดๆ และมาการองวางมาคู่มาด้านข้างด้วย ก่อนเสิร์ฟเชฟจะโรยช็อกโกแลตซอสให้ทั่วจานเป็นการตอกย้ำความอร่อยแบบเต็มปากเต็มคำ
ที่เลือกแนะนำมาให้ชิมวันนี้เป็นเพียงแค่บางส่วนของคความอร่อยเท่านั้น ที่ “เลอ โคโลเนียล” ยังมีอีกหลากหลายเมนูไว้รอให้คุณไปลิ้มลองด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าหรือมื้อกลางวัน ส่วนมื้อเย็นเปิดให้บริการเฉพาะวันศุกร์และวันเสาร์เท่านั้น จะยกหูจองไปโต๊ะหรือสอบถามเส้นทางก่อน ยกหูแล้วกดไปได้เลยที่ 0-3261-6999



