
ยูเนสโกหนุนไทยเป็นผู้แทนคณะกรรมการมรดกโลกชุดใหญ่
ยูเนสโกหนุนไทยเป็นผู้แทนคณะกรรมการมรดกโลกชุดใหญ่ แนะไทยทำประวัติ ครูเอื้อ และ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เป็นภาษาต่างชาติในฐานะได้รับการเสนอชื่อเป็นบุคคลสำคัญของโลก ไชยวัฒน์จี้ "นายกฯ"สอบเขมรเดินเครื่องขุดน้ำมันในอ่าวไทย
เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2552 นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวภายหลังคณะผู้แทนจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เข้าเยี่ยมคารวะ ว่า ทางคณะยูเนสโกซึ่งประกอบด้วย นายโอลาบียี บาบาโลลา โจเซฟ (H.E.Mr.Olabiyi Babalola Joseph YAI) ประธานคณะกรรมการบริหารของยูเนสโกและเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประเทศเบนิน ประจำยูเนสโก นางไอรีน ราเบโนโร (H.E.Ms.Irene Rabenoro) เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประเทศมาดากัสการ์ ประจำยูเนสโก และนายฌอง - มาเรีย อดัว (H.E.Mr.Jean-Marie Adoua) เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประเทศคองโก ประจำยูเนสโก ได้เข้าหารือเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างไทยกับองค์การยูเนสโก ในกรณีที่ไทยเตรียมเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมใต้น้ำ และอนุสัญญาว่าด้วยการปกป้องและการส่งเสริมความหลากหลายของการแสดงออกทางวัฒนธรรม ซึ่งผลการหารือเบื้องต้นยูเนสโกเห็นด้วยกับการที่ไทยจะเข้ามามีบทบาทในด้านต่างๆ มากขึ้น
นายธีระ กล่าวอีกว่า ได้ฝากผู้แทนดังกล่าวให้การสนับสนุนผู้แทนไทยในการเสนอชื่อเข้าเป็น 1 ในคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศของยูเนสโก ที่จะมีการคัดเลือกในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งคณะผู้แทนยูเนสโกยินดีให้การสนับสนุนเนื่องจากมีความเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถของคนไทยในการเข้ามีส่วนร่วมเชื่อมความสัมพันธ์และผลักดันภารกิจต่างๆ
รมว.วธ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ยังได้หารือเกี่ยวกับการสานสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมไทยร่วมกับประเทศในแถบแอฟริกา ก่อนที่ไทยจะมีการลงนามความร่วมมือทวิภาคีกับกลุ่มประเทศดังกล่าว ในปี 2553 โดยทางยูเนสโกและกระทรวงวัฒนธรรมได้มีความเห็นตรงกันในการร่วมจัดงาน แอฟริกา วีค (Africa Week) เพื่อนำวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จัก ส่วนกรณีที่วธ.เสนอต่อยูเนสโกให้ นายเอื้อ สุนทรสนาน และม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นบุคคลสำคัญของโลกนั้น ทางคณะผู้แทนดังกล่าวยินดีให้การสนับสนุนการเสนอชื่อ พร้อมเสนอแนะวธ.ให้จัดทำประวัติของทั้ง 2 บุคคลแปลเป็นภาษาต่างๆ อาทิ ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส เพื่อเผยแพร่คุณูปการให้สังคมโลกได้รับทราบด้วย
“ไชยวัฒน์”จี้ "นายกฯ"สอบเขมรเดินเครื่องขุดน้ำมันในอ่าวไทย
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย พล.ร.อ. บรรณวิทย์ เก่งเรียน ที่ปรึกษาและประธานคณะกรรมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย และตัวแทน ได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผ่านทางเจ้าหน้าที่กองรับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้พิทักษ์รักษาเอกราชอธิปไตย และผลประโยชน์แห่งชาติ จากการละเมิดของกัมพูชา
นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า ในช่วงต้นเดือนก.ค.นี้ ทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้เดินทางไปประเทศกัมพูชาถึง 2 ครั้ง ในช่วงเวลาที่ห่างกัน ประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับประชาชนได้รับทราบ ทำให้ชวนสงสัยว่า มีวาระซ่อนเร้นหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่กระทบต่อเอกราชอธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งหลังจากการเดินทางแล้ว สมเด็จฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้แถลงต่อสาธารณว่า กัมพูชาได้ทำข้อตกลงกับบริษัท โตตาล ออยล์ ของประเทศฝรั่งเศส ให้สำรวจขุดเจาะน้ำมันและก๊าซในอ่าวไทย บริเวณ area 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนในเขตไทย-กัมพูชา และทางธนาคารโลกได้ประเมินว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีน้ำมันถึง 2 พันล้านบาร์เรล และมีก๊าซสำรองมากกว่า 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไทยและกองทัพไทย กลับไม่มีท่าทีใดๆต่อเรื่องนี้ พวกเราเกรงว่าจะซ้ำรอยกรณีปราสาทเขาพระวิหาร จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงท่าทีที่ชัดเจน เพราะโดยหลักสากลแล้ว หากไม่มีการคัดค้าน ก็จะถือว่าเป็นการยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ทางกลุ่มสมัชชาฯ จะให้เวลารัฐบาล 7 วัน หากรัฐบาลไม่มีการดำเนินการใด ก็จะร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้มีการดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการยื่นหนังสือดังกล่าว ทางตัวแทนสมัชชาฯ ได้นำต้นฟ้าทลายโจรใส่กระถาง โดยมีลำต้นสูงประมาณ 1 ฟุต มามอบให้กับนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งมีความหมายว่ารอบตัวนายกรัฐมนตรีมีแต่โจร จึงอยากให้นำต้นไม้ต้นนี้มาเพื่อทลายรังโจร



