ไลฟ์สไตล์

โดนทำร้ายแล้วยังมีโทษอีก

โดนทำร้ายแล้วยังมีโทษอีก

24 มี.ค. 2559

เปิดซองส่องไทย : โดนทำร้ายแล้วยังมีโทษอีก

 
                    คือดิฉันมีเรื่องอยากร้องเรียนและขอความเป็นธรรมให้กสามี คือว่าสามีดิฉันทำงานอยู่ที่สำนักงานเขตปทุมวัน ดิฉันเริ่มเรื่องเลยแล้วกัน เรื่องเกิดจากมียามทะเลาะกับคนขับรถ สามีดิฉันเข้ามาห้ามยามนายนั้น ยามกลับหันมาหาเรื่องสามีดิฉัน โดยที่สามีดิฉันก็เดินหนีแล้วบอกให้ยามเดินกลับไปเพราะไม่อยากมีเรื่อง
 
                    แต่ยามก็มาท้าสามีดิฉันถึงสามครั้งด้วยกัน สามีดิฉันโมโหเลยเอาน้ำกินในแก้วสาดไป ยามก็เดินหายไปสักพักก็โทรเรียกหลานที่เป็นทหารกับลูกชายมารุมทำร้ายสามีของดิฉัน ซึ่งพอดีสำนักงานเขตอยู่ตรงข้ามกับสน. จึงมีตำรวจเข้ามาห้ามแล้วก็ไกล่เกลี่ยเห็นว่าทำงานที่เดียวกัน
 
                    แต่พอยามกลับมาที่สำนักงานเขตก็ไปร้องไห้ฟ้องหัวหน้าฝ่ายปกครอง หัวหน้าฝ่ายตั้งคณะกรรมการสอบ ผลออกมาปรากฏว่าสามีดิฉันผิดให้ลงโทษว่ากล่าวตักเตือน แถมขู่อีกจะเอาสามีดิฉันออกจากงานให้ได้โทษฐานทำลูกน้องเขา ดิฉันจึงอยากขอความเป็นธรรมจากสังคมให้สามีดิฉันด้วย โดนรุมทำร้ายแล้วยังได้รับโทษทางวินัยของลูกจ้างอีก
 
 
อุ่นเรือน
 
 
ตอบ
 
 
                    นายวิชชภงษ์ สุวรรณไมย รักษาการผู้อำนวยการเขต สำนักงานเขตปทุมวัน ชี้แจงว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2558 แล้ว แต่เรื่องยังคงค้างอยู่ในระบบ จึงเรียกเข้ามาตรวจสอบโดยมีคณะกรรมการเข้าไปสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ผอ.สั่งไปที่ฝ่ายปกครองให้เร่งเรื่องร้องเรียนต่างๆ เข้าสู่กระบวนการให้หมด
 
                    เรื่องนี้ลูกชายเข้ามาเป็นยามที่สำนักงานเขต โดยมีคดีทะเลาะวิวาทกันก็ได้เรียกเข้ามาสอบข้อเท็จจริง โดยฝ่ายปกครองได้ดำเนินการสอบสวน และผอ.เขตก็มาสรุปว่าเป็นเรื่องของการทะเลาะวิวาทกัน ซึ่งต้องแยกประเด็นกันให้ออก เพราะพอเกิดการชกต่อยขึ้นต่างฝ่ายต่างป้องกันตัว จึงเรียกกรรมการมาถาม ถ้าเป็นเรื่องทะเลาะวิวาทถือว่าผิดทั้งสองฝ่าย
 
                    ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ทราบว่าทำไมเป็นลูกจ้างถึงไม่รักษาระเบียบวินัย และเรื่องนี้ก็ยังไม่ได้มีการลงโทษทางวินัย แค่ว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น ผู้ร้องเรียนอาจไม่เข้าใจ ถ้ามีความผิดทางวินัยก็จะมีระเบียบ เช่น ตัดเงินเดือน ลดขั้นเงินเดือน และโทษสูงสุดคือไล่ออก แต่นี่เป็นเพียงแค่การว่ากล่าวตักเตือนโดยให้สาเหตุว่าไม่สมควรมีเรื่องกันในนี้เพราะทำงานที่เดียวกัน
 
                    ส่วนเรื่องที่ว่าจะไปแจ้งความกันหรือเปล่านั้นก็ต้องไปว่ากันในเรื่องคดี ต่างฝ่ายต่างทะเลาะเบาะแว้งกันก่อนแล้วมีเรื่องการลงมือกัน คณะกรรมการจึงพิจารณาว่าให้ว่ากล่าวตักเตือน ส่วนเรื่องการถูกขู่นั้นคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะที่เขตมีกฎระเบียบ ทุกอย่างต้องทำตามกฎระเบียบทั้งนั้น