ไลฟ์สไตล์

อุบัติเหตุจากเทศกาลและโรคจากดวงตา

อุบัติเหตุจากเทศกาลและโรคจากดวงตา

24 มี.ค. 2559

ดูแลสุขภาพ : อุบัติเหตุจากเทศกาลและโรคจากดวงตา

 
                    จากจำนวนสถิติสะสมอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลในบ้านเราทุกวันนี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการเกิดอุบัติเหตุสะสมเมื่อต้นปี 2559 จำนวน 3,379 ครั้ง ซึ่งจากความรุนแรงของอุบัติเหตุในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา มักจะส่งผลกระทบความรุนแรงด้านดวงตา หรือมีผลกระทบต่อการมองเห็นทางตาที่เปลี่ยนแปลงไป สูญเสียเวลา รายได้ เงินค่ารักษาและผลกระทบต่อการดำรงชีวิตในระยะยาว ซึ่งจากสาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุทางตา เราสามารถที่จะมีวิธีการป้องกันหรือช่วยลดการเกิดการสูญเสียต่อความเจ็บป่วยด้วยความรวดเร็วในการรักษา จากสภาวะวิกฤติจากการเกิดอุบัติเหตุในปัจจุบัน 
 
                    ทำให้โรงพยาบาลเจ้าพระยาเตรียมความพร้อมที่จะรองรับการเกิดอุบัติเหตุทางตาอย่างเต็มรูปแบบและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะปัญหาด้านสุขภาพดวงตาที่เกิดจากผู้ประสบเหตุภัยจากรถยนต์ทุกชนิด ภัยอันเกิดจากอุบัติเหตุจากการประกอบอาชีพหรือเกิดจากอุบัติเหตุอื่นๆ ที่ไม่คาดคิด โดยศูนย์จักษุ 24 ชั่วโมงโรงพยาบาลเจ้าพระยา ตระหนักถึงปัญหาสุขภาพของดวงตา และให้บริการผู้ป่วยที่ประสบเหตุจากดวงตาและรักษาโรคที่เกี่ยวกับดวงตามาปีตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบันดำเนินการมาครบรอบ 10 ปี ซึ่งมีการพัฒนาศูนย์จักษุ 24 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลล่าสุดพบว่าหากผู้ประสบเหตุมาพบจักษุแพทย์ภายใน 12 ชั่วโมง จะมีโอกาสรักษาดวงตานั้นๆ ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาจำแนกการเกิดอุบัติเหตุด้านดวงตาไว้หลายประเภท ประกอบด้วย
 
                    1.อุบัติเหตุที่ไม่ถึงกับตาแตก หมายถึง ต้นเหตุที่กระแทกบริเวณตาหรือขอบตา โดยไม่ถึงกับทำให้ลูกตาแตก หากแต่ทำให้เกิดช้ำบริเวณเปลือกตา เยื่อตา เลือดออกใต้เยื่อตา และเลือดออกภายในช่องลูกตาด้านหน้าหรือเลือดออกแทรกซึมเข้าไปปะปนกับวุ้นตา (Vitreous hemorrhage) หรือจอรับภาพมีเลือดออก เรื่อยไปจนกระทั่งขั้นจอรับภาพตาหลุดลอกจนถึงสูญเสียการมองเห็นอย่างเฉียบพลัน ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุด
 
                    2.น้ำกรดหรือด่างหรือแก๊สพบได้ในพวกที่ทำงานตามโรงงานอุตสาหกรรมหรือโรงงานเคมี ห้องทดลองต่างๆ ที่มีน้ำยาดังกล่าวอยู่ถ้ากระเด็นเข้าตาให้รีบล้างออกโดยใช้น้ำสะอาดล้างตามากพอควร จากนั้นค่อยป้ายตาด้วยยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อ ปิดตาด้วยผ้าก๊อซแล้วรีบพาไปพบจักษุแพทย์ทันที ข้อสำคัญต้องรีบล้างน้ำสะอาดให้เร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้
 
                    3.อุบัติเหตุถึงกับลูกตาแตก (Penetrating injuries) ซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่รุนแรง ส่วนมากการรักษากระทำได้ยากเพราะลูกตาแตกไปหมด ถ้าเป็นเพียงแผลแตกเล็กๆ พอเย็บให้ได้ แต่หากเป็นแผลยาว อวัยวะภายในลูกตาจะไหลซึมทะลักปลิ้นออกมาด้วยเป็นเรื่องยากมาก มักจบลงด้วยการผ่าตัดหรือควักลูกตาออกเพื่อกันมิให้เกิดโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นตามมา
 
                    4.อุบัติเหตุอื่นๆ ที่เป็นข้อพึงระมัดระวัง อาทิ
 
                    4.1.เมื่อโดนมีดปลายแหลมทิ่มตา ไม่ว่าจะเป็นการโดนโดยบังเอิญหรือเจตนาจะทิ่มแทงกันก็ตาม นอกจากมีดแล้วอาจมีอย่างอื่นอีก เช่น ปลายดินสอ ปากกา ตะปู พบบ่อยในเด็กนักเรียนยื้อแย่งดินสอหรือปากกากัน หรือหยอกล้อกันด้วยปากกา เล่นฟันดาบ ถ้าเป็นผู้ใหญ่มักจะมีเหตุมาจากตอกตะปู แล้วตะปูกระเด็นย้อนเข้าในตา พบกับพวกที่ตอกกำแพงตึก แทนที่ตะปูจะฝังเข้าไปในเนื้อซีเมนต์กลับกระดอนย้อนเข้าหาตัวเอง
 
                    4.2.เมื่อโดนตบ ต่อยตี รถชน รถคว่ำ ตกรถ ตกเรือน โดนลูกเทนนิส ลูกขนไก่ ลูกธนู ฯลฯ อย่างรุนแรง ทำให้ลูกตาแตกได้
 
                    4.3.เมื่อโดนสะเก็ดระเบิดหรือแรงอัดของปืนตาอาจแตกได้ จุดดอกไม้ไฟ จุดประทัด จุดแก๊สหุงต้ม หรือมีผู้ป่วยบางคนชอบหาปลาด้วยวิธีลัดเพื่อให้ได้ปลามากๆ ด้วยวิธีระเบิดปลา คราวเคราะห์กรรม ยังไม่ทันโยนระเบิดลงน้ำเพื่อระเบิดให้ปลาตายเลย ดันระเบิดเสียตั้งแต่อยู่ในอุ้งมือ ผลที่สุดทั้งมือทั้งหน้าตาเละ แทนที่จะได้ปลากลับโดนควักลูกตาทิ้ง
 
                    4.4.ของเล่นต่างๆ เป็นต้นว่า มีดดาบ ปืนจุกไม้ก๊อก หอก หนังสติ๊ก ธนู และลูกธนู ถึงแม้จะเป็นของเล่นเด็กก็ตาม แต่ก็มีอันตรายเฉียดเข้าไปในตาก็เป็นเรื่องร้ายได้ทันที
นอกจากในเรื่องของ “อุบัติเหตุ” แล้ว ศูนย์จักษุ 24 ชั่วโมง สามารถรองรับการรักษาด้านโรคตา เพราะดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ทั้งนี้มีโรคตาต่างๆ มากมาย เช่น โรคตาแดง โรคตาอักเสบ หรือโรคที่มีความเชื่อมโยงกับดวงตาอยู่หลากหลายโรค เช่น เบาหวาน ดีซ่าน หรือมะเร็งขึ้นตา เป็นต้น
 
                    โดยจะมีอาการกะพริบตาน้อยลงเกิดอาการตาแห้งปวดเมื่อยตา แสบตา เคืองตา ตาพร่ามัว โฟกัสได้ช้าลง ตาสู้แสงไม่ได้ ปวดกระบอกตา ปวดศีรษะ หรือบางครั้งอาจมีอาการปวดหลัง ไหล่หรือต้นคอร่วมด้วย อาการดังกล่าวพบว่า 90% เกิดจากผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่องมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน โดยมีหลายปัจจัยเป็นองค์ประกอบ โดยมีแสงสะท้อนจากจอคอมพิวเตอร์และภายในห้องไม่มีแสงสว่างที่เพียงพอ จึงทำให้เกิดอาการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ “อุบัติเหตุ” หรือโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับดวงตา ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญมากส่วนหนึ่งของร่างกาย เพราะทำหน้าที่ในการมองเห็นต่อโลกภายนอก การบำรุงสุขภาพตาเป็นสิ่งที่คนทั่วไปมักมองข้ามซึ่งอาจทำให้บางคนสูญเสียสายตาถาวร จากการที่ไม่ได้รับการรักษาในระยะแรกนำมาสู่ความทุกข์ทั้งกายและใจ
 
 
 
นพ.ชัยสิทธิ์ คุปต์วิวัฒน์
 
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยา