ไลฟ์สไตล์

ปวดข้ออย่ามองข้ามสัญญาณเตือนเข่าเสื่อม

ปวดข้ออย่ามองข้ามสัญญาณเตือนเข่าเสื่อม

23 มี.ค. 2559

ดูแลสุขภาพ : ปวดข้ออย่ามองข้ามสัญญาณเตือนเข่าเสื่อม

 
     โครงสร้างหลักของร่างกายมนุษย์คือกระดูกและข้อที่เชื่อมต่อกันเป็นรูปร่าง ความสำคัญของการเสริมสร้างและดูแลกระดูกให้แข็งแรงจึงเป็นเรื่องจำเป็น ผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อมีสถิติในปี 2553 พบว่า ผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อมีมากกว่า 6 ล้านคน ซึ่งป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากที่สุด เนื่องจากข้อเข่าเป็นส่วนที่รองรับน้ำหนักร่างกายและเคลื่อนไหวบ่อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุจะพบได้มากที่สุด อันเนื่องจากการเสื่อมสภาพตามวัยและการใช้งานมาเป็นเวลานาน
 
     โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis of Knee) อาการแสดงแรกคือ อาการปวด ตลอดจนการบวมอักเสบบริเวณข้อ อาจนำซึ่งการติดเชื้อ ไขข้ออักเสบ หรือกระดูกหักส่งผลให้ผิวข้อเสื่อม และข้อเสื่อม ตามลำดับ เนื่องจากในข้อเข่าจะมีน้ำหล่อลื่นเพื่อช่วยลดการเสียดสีของข้อ ป้องกันการสึกหรอขณะเคลื่อนไหว อีกทั้งช่วยให้กล้ามเนื้อ เอ็นรอบข้อแข็งแรง มีแรงสนับสนุนการเคลื่อนไหว รองรับน้ำหนักของข้อได้ดี หากน้ำหล่อลื่นนี้ลดลงหรือหายไปจะทำให้ข้อเกิดการเสียดสีและเสียหายได้ เกิดอาการปวดตามมา
 
     การเสียดสีของข้อเข่าทำให้ผิวกระดูกอ่อนไม่เรียบ บางลง เดินแล้วมีเสียงกระดูกเสียดสีกันในข้อ เกิดอาการปวดบวมตึงของข้อเข่า นานเข้าข้อเข่าจะโก่ง เคลื่อนไหวลำบาก ปวดเจ็บและเอ็นรอบข้อเข่ามีขนาดใหญ่ขึ้น สุดท้ายต้องใช้ไม้เท้าในการเดินพยุงตัวในการเคลื่อนไหว บางรายหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวข้อเข่า ส่งผลให้กล้ามเนื้อขาลีบและอ่อนแรงลง จนกลายเป็นขาตึงยืดเหยียดได้ไม่เต็มที่ หรืออาจถึงขั้นกระดูกงอก กระดูกผิดรูป
 
     อายุ น้ำหนัก เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมจากการใช้งานมากมานาน โดยเฉพาะในเพศหญิงมีโอกาสเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าเพศชายถึง 2 เท่า นอกจากนี้การนั่งยอง พับข้อบ่อยๆ รวมถึงอุบัติเหตุก็มีผลต่อข้อเข่าเช่นเดียวกัน
 
     ในกรณีที่มีอาการปวดบวมแล้ว ผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธีกับแพทย์ นักกายภาพบำบัด ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม และการผ่าตัดจัดแนวกระดูกใหม่ เพื่อลดอาการเข่าโก่งในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรือการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อ เจาะข้อเพื่อดูดน้ำไขข้อออก ช่วยลดอาการปวด แต่การฉีดยานี้จะทำให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น กระดูกพรุน ทว่าการฉีดยานี้ 1-2 ครั้ง ไม่ทำให้กระดูกพรุน นั่นหมายถึงวิธีนี้เป็นการบรรเทาอาการชั่วคราวเท่านั้น ยาชะลอความเสื่อม หรือฉีดน้ำไขข้อเทียม ช่วยให้อาการดีขึ้นได้นานสุดถึง 1 ปี
 
     ปัจจุบันโรคข้อเข่าเสื่อมยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ฉะนั้นการดูแลรักษาข้อเข่าด้วยพฤติกรรมตั้งแต่เริ่มต้นเป็นทางที่ดีที่สุด สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแบบไม่ให้น้ำหนักผ่านข้อเข่า ควบคุมน้ำหนักให้พอดี ได้รับแคลเซียมเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและข้ออย่างเพียงพอจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูกได้
 
     พึงระมัดระวังการออกกำลังกายด้วยการเดินวิ่งมีความสัมพันธ์กับน้ำหนักตัว เนื่องจากขณะเดินหรือวิ่งจะมีแรงกดลงที่ข้อเข่า 5-10 เท่าของน้ำหนักตัว รวมถึงการทรงตัว ยืนลงน้ำหนักที่เท้าทั้งสองข้างเท่ากัน นั่งบนเก้าอี้สูงระดับเข่า นั่งห้อยขาวางราบกับพื้น หมั่นบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อให้แข็งแรงด้วยการว่ายน้ำ นั่งยกขาหรือเตะขา เกร็งกล้ามเนื้อของต้นขาและน่อง แต่ไม่ควรออกกำลังกายที่ต้องลงน้ำหนักเพิ่มขึ้น
 
 
นพ.วิวัฒน์ ชวาลภาฤทธิ์
แพทย์เฉพาะทางศูนย์กระดูกและข้อ
โรงพยาบาลไทยนครินทร์