ไลฟ์สไตล์

เบี้ยวหนี้ไม่ติดคุก

เบี้ยวหนี้ไม่ติดคุก

23 มี.ค. 2559

เปิดซองส่องไทย : เบี้ยวหนี้ไม่ติดคุก

 
     ผมขอปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องหนี้สิน ตอนนี้ผมมีหนี้บัตรเครดิตและหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล รวมๆ  แล้วเกือบ 2 แสนบาท ก่อนหน้านี้ก็จ่ายได้ไม่มีปัญหาอะไร จ่ายตรงทุกเดือน มากบ้างน้อยบ้าง ไม่เคยมีปัญหา แต่เมื่อปลายปีที่แล้วผมตกงาน รายได้ที่เคยมีเคยได้ทุกเดือนทั้งเงินเดือนและค่าล่วงเวลาก็หายไป ทำให้ไม่มีเงินจ่ายหนี้สินที่มีอยู่ ลำพังเงินใช้จ่ายประจำวันยังแทบไม่มี รายได้อื่นๆ ที่มีตอนนี้เพียงแค่ใช้จ่ายไปวันๆ ไม่มีพอที่จะจ่ายหนี้ได้เลย
 
     ผมจึงต้องหยุดจ่ายหนี้ทั้งหมดเพราะไม่มีเงินจริงๆ ตอนนี้เจ้าหนี้โทรทวงผมทุกวัน วันละหลายๆ รอบ เจ้าหนี้บางรายโทรแล้ว คุยแล้ว แต่วางสายไม่ถึง 3 ชั่วโมงโทรมาอีกแล้ว จนผมไม่เป็นอันทำอะไร ผมไม่ต้องการเบี้ยวหนี้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีเงินจ่ายจริงๆ ต้องการเวลาสักระยะ เมื่อหางานทำได้ และมีรายได้เพียงพอ จะจ่ายทันที
 
     สิ่งที่ผมกังวลคือ มีคนบอกผมว่า ถ้าไม่จ่ายหนี้ จะต้องติดคุก ผมไม่มีเจตนาหนีหนี้ และก็ไม่ต้องการติดคุก ขอคุณลุงแจ่มแนะนำด้วยครับ
 
...สมศักดิ์
 
 
     ตอบ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย แนะนำว่า ลูกหนี้ที่เป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบัตรเครดิตของสถาบันการเงินและไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) หากมีปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้ ให้ติดต่อสถาบันการเงินที่ตนเป็นหนี้เพื่อเจรจาขอประนอมหนี้ การติดตามทวงถามหนีี้ของเจ้าหนี้มีระยะเวลาการดำเนินการ 3 ขั้นตอน คือทวงหนี้ก่อนฟ้องดำเนินคดี อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี และหลังจากศาลพิพากษา ถูกบังคับคดี ยึดทรัพย์, อายัดเงินเดือน
 
     กรณีข้อสงสัยเรื่องการไม่ชำระหนี้แล้วอาจติดคุกนั้น เป็นความเข้าใจที่ผิด เนื่องจากการไม่ชำระหนี้เป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา ลูกหนี้ที่ไม่ชำระหนี้หรือผิดนัดชำระหนี้ สถาบันการเงินซึ่งเป็นเจ้าหนี้ก็จะฟ้องร้องดำเนินคดี เมื่อลูกหนี้ได้รับหมายศาลควรไปศาล ไม่ควรเพิกเฉย การไปศาลมีข้อดี คือ สามารถเจรจากับเจ้าหนี้ต่อหน้าศาล ซึ่งศาลจะมีดุลพินิจในการลดยอดหนี้ได้มากพอสมควร ซึ่งถ้าตกลงกับเจ้าหนี้ที่ศาลได้และปฏิบัติตามข้อตกลงแล้ว ปัญหาหนี้สินและคดีความก็จะจบลง
 
     แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ไปศาล ลูกหนี้จะเสียสิทธิในการโต้แย้งหรือเจรจากับเจ้าหนี้ เพราะศาลจะพิพากษาฝ่ายเดียว หากศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระหนี้ แต่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิร้องขอต่อศาลให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อติดตามยึดทรัพย์ลูกหนี้ หรืออายัดเงินเดือนลูกหนี้
 
     ส่วนกรณีที่เจ้าหนี้โทรทวงถามหนี้ทุกวัน วันละหลายรอบนั้นเนื่องจาก “พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558” ระบุว่าการทวงถามหนี้ของเจ้าหนี้ทวงถามหนี้ได้ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ส่วนวันหยุดราชการทวงถามหนี้ได้ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. การทวงถามหนี้ห้ามข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ใช้วาจาดูหมิ่น ทำร้ายร่างกาย ทำให้เสียชื่อเสียงและทรัพย์สินเสียหาย และห้ามทวงถามหนี้กับบุคคลอื่น เว้นแต่เป็นบุคคลที่ลูกหนี้ได้ระบุไว้ ถึงแม้ว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว ยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีมาตรการในการกำกับดูแลสถาบันการเงินและผู้ให้บริการที่มิใช่สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย
 
     หากลูกหนี้ได้รับความเดือดร้อน สามารถร้องเรียนได้ที่ ศคง. โทร.1213 ในวันและเวลาราชการ