
โฆษกพศ.แนะDSIตามจารีตต้องถวายเกียรติพระเถระ
มส.ยังเงียบ ไม่หารือข้อวินิจฉัยผู้ตรวจการแผ่นดิน รองโฆษก พศ.ระบุตั้งแต่มีพ.ร.บ.สงฆ์2505 ไม่เคยเกิดเหตุการณ์พระเถระผู้ใหญ่ถูกเรียกสอบ แนะDSIต้องถวายเกียรติ
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายประดับ โพธิกาญจนวัตร รองโฆษกพศ. กล่าวภายหลังการประชุมมส.โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นประธานในที่ประชุม ว่า ที่ประชุมมส.ไม่ได้มีการหารือเรื่องคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ชี้ว่า พศ.ทำผิดขั้นตอนในการเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะ เพื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช เพราะรัฐบาลยังไม่ส่งเรื่องดังกล่าวมาที่พศ.แต่อย่างใด
ส่วนกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เตรียมออกหนังสือเรียกสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เพื่อให้ปากคำกรณีครอบครองรถยนต์โบราณที่นำเข้าจดประกอบผิดกฎหมายนั้น ตนไม่รู้ขั้นตอนตามกฎหมาย แต่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นพระเถระผู้ใหญ่ ซึ่งทั้งคณะสงฆ์ในไทยและต่างประเทศให้ความนับถือ ชาวพุทธทั่วโลกก็ให้การเคารพ เพราะฉะนั้นโดยจารีตประเพณีของไทยจะถวายเกียรติกับท่าน แต่กรณีของดีเอสไอจะถวายเกียรติท่านอย่างไรขึ้นอยู่กับตัวบุคคลและตนไม่ทราบวิธีปฏิบัติของดีเอสไอว่ามีขอบเขตอย่างไร ตามกฎหมายจะมีข้อยกเว้นอะไรแก้พระเถระผู้ใหญ่หรือไม่ เพราะตั้งแต่มีพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
“ในเรื่องข้อกฎหมายที่มีข้อถกเถียงว่าดีเอสไอไม่สามารถออกหนังสือเรียกสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มาสอบปากคำได้นั้น เพราะมีข้อกฎหมายบังคับใช้สำหรับพระสงฆ์อยู่ เรื่องนี้ตนไม่ขอออกความคิดเห็น”นายประดับกล่าว
นายประดับ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมมส.ยังได้รับทราบตามที่พระพรหมสิทธิ กรรมการมส. เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ในฐานะประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ได้รายงานที่ประชุมเรื่องโครงการผ่าตัดตาต้อกระจกชาวเนปาลผู้ยากไร้ ระหว่างวันที่ 24-26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้ารับการรักษาจำนวน 728 ราย
ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558 และโอกาสทรงครองราชย์ครบ 80 ปี วันที่ 9 มิถุนายน 2559 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 12 สิงหาคม 2559 และถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา 2 เมษายน 2558
นายประดับ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ มส.เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ โดยมีพระพรหมวชิรญาณ กรรมการมส. เจ้าอาวาสวัดยานนาวา เป็นประธาน มีรองประธานและคณะกรรมการ รวม 15 รูป/คน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาด้านสาธารณสงเคราะห์ และเห็นชอบรายชื่อคระกรรมการฝ่ายธารณูปการ โดยมีพระพรหมมุนี กรรมการมส. ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธ เป็นประธานกรรมการ มีรองประธานและคณะกรรมการ รวม 15 รูป/คน เพื่อดูแลในเรื่องก่อสร้างบูรณะซ่อมแซม
นายวันรัตน์ บูรณสิทธิพร ประธานองค์กรสนับสนุนการจัดตักบาตรพระทั่วโลก(WSAF) กล่าวว่า WSAF ร่วมกับสถานีวิทยุพระพุทธสาสนาแห่งชาติ พุทธมณฑล ร่วมกับสมาคมสื่อมวลชนพระพุทธสาสนาและวัมนธรรมไทยแห่งชาติ,มูลนิธิสื่อโลกพุทธธรรมพระโสภณะ และเครือข่ายชาวพุทธ เชิญร่วมตักบาตร โครงการสามเณรเหล่ากอสืบหน่อพระพุทธสาสนา ครั้งที่ 1 จำนวน 999 รูป เพื่อเป็นเสบียงบำรุงสามเณรผู้เป็นฐานรากแห่งศาสนทายาท ให้มั่นคงถาวรสืบต่อไป โดยจัดที่ลานหน้าองค์พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพระพุทธมณฑลสุทรรศน์ พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ในวันที่ 26 มีนาคม เวลา 06.30-08.00 น. สอบถามโทร.089-668-1047,081-172-3707,02-441-4512
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันสมัชชาสังฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา นำโดยพระเทพพุทธิวิเทศ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เจ้าอาวาสวัดพุทธาวาส สหรัฐอเมริกา ได้จัดประชุมเพื่อหารือถึงสถาณการณ์ที่เกิดขึ้นกับคณะสงฆ์ของไทย และได้ออกแถลงการณ์เรื่อง ขอให้ยุติการจาบจ้วงและคุกคามผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชแลมหาเถรสมาคม(มส.) ใจความว่า “ ด้วยองค์กรสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เป็นองค์กรพระธรรมทูตไทยที่ปฏิบัติศาสนกิจในสหรัฐอเมริกา ได้ประชุมกันเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ออกแถลงการณ์เพื่อยุติพระภิกษุบางรูปและกลุ่มคนที่ใช้วาจาจาบจ้วงและมีพฤติกรรมคุกคามผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และมส. ด้วยความไม่เคารพพระมหาเถระผู้เป็นจุดรวมใจของพุทธศาสนิกชนทั้งในและต่างประเทศ และมส.ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดในการปกครองคณะสงฆ์ ทำให้เกิดคามเสื่อมเสียภาพพจน์ของสถาบันพระพุทธศาสนาในประเทศไทย รวมถึงองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหรัฐอเมริกาและองค์กรชาวพุทธในสหรัฐอเมริกามีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์พระพุทธศาสนาไทยในปัจจุบัน ดังนั้น สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา จึงขอให้รัฐบาลโดยการนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สั่งการให้กลุ่มบุคคลดังกล่าว ยุติพฤติกรรมการจาบจ้วงและคุกคามด้วยวิธีใดๆต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชและมส.โดยเด็ดขาด”



