ไลฟ์สไตล์

เด็กอ้วนมากไป...ระวัง‘ไต’ถามหา

เด็กอ้วนมากไป...ระวัง‘ไต’ถามหา

22 มี.ค. 2559

ดูแลสุขภาพ : เด็กอ้วนมากไป...ระวัง ‘ไต’ ถามหา

 
      แพทย์เตือนห่วงเด็กกับโรคไต ที่หากอ้วนหรือน้ำหนักเกินมากไป เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคไตเพิ่มมากขึ้น ทั้งแนะว่า ป้องกันได้หากกิน ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ
 
      ไต อวัยวะเล็กๆ รูปทรงเหมือนเมล็ดถั่ว แต่สำคัญไม่แพ้อวัยวะไหนๆ ไต 2 ข้างของคนเรามีหน้าที่สำคัญคือ ขับของเสียต่างๆ ในร่างกายออกทางปัสสาวะ ทำให้เลือดและร่างกายคนเราสะอาด โดยของเสียที่ไตต้องขับออกส่วนหนึ่งมาจากการเผาผลาญอาหารในร่างกาย และอีกส่วนหนึ่งมาจากการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย จากสถิติแต่ละปีจะมีผู้ป่วยเป็นโรคไตเพิ่มมากขึ้นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ประมาณปีละ 7,000-10,000 ราย จากข้อมูลพบว่าผู้ป่วยโรคไตมักจะมีอาการแทรกซ้อนทั้งหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นทางสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย (Thai SEEK Project) จึงจัดกิจกรรมรณรงค์ “โรคไตเป็นได้ตั้งแต่เด็ก รู้แต่เล็กป้องกันได้” สาเหตุมาจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันและเกลือโซเดียมสูงทำให้เป็นโรคอ้วนและมีผลกระทบต่อไต
 
      ไตทำหน้าที่ขจัดของเสียออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ หากเราไม่มีไตหรือไตวายหยุดทำงาน ของเสียเหล่านี้จะคั่งค้างอยู่ในกระแสเลือดและในร่างกาย ทำให้เลือดและร่างกายสกปรก ในที่สุดอวัยวะต่างๆ ในร่างกายก็จะเป็นพิษ หยุดทำงานและเสียชีวิต
 
      ภาวะไตวาย คือภาวะไตหยุดทำงาน ของเสียทั้งหลายจะคั่งค้างในเลือดและในร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ป่วยจะมีอาการเบื่ออาหาร, คลื่นไส้, อาเจียน, อ่อนเพลีย, ซีดโลหิตจาง, คันตามตัว, มีจ้ำตามตัว, อาเจียนเป็นเลือด, ท้องเดิน, ความดันโลหิตสูง, หัวใจล้มเหลว, หัวใจเต้นผิดปกติ, หายใจลำบาก, ไอเป็นเลือด, น้ำท่วมปอด, กระดูกเปราะบางหักง่าย, ปวดกระดูก, ถ้าของเสียค้างในสมองมากๆ จะมีอาการชักและสมองหยุดทำงาน นอกจากนี้ผู้ป่วยจะเป็นหมัน และหมดสมรรถภาพทางเพศ
 
      หลายคนเชื่อว่า โรคไตเกิดในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ แต่แท้จริงโรคไตเกิดได้ทุกวัย โรคไตในเด็กนั้น สาเหตุหลักมักเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมเป็นหลัก ซึ่งมีลักษณะการเกิดความผิดปกติ ได้แก่ ท่อปัสสาวะอุดตัน, กระเพาะปัสสาวะผิดปกติ ทำให้น้ำปัสสาวะล้นกลับเข้าสู่ไต, เนื้อไตอักเสบ (Glomerulonephritis), มีซีสต์ที่ไต และไตลีบ
 
      นอกจากนี้โรคอ้วนยังเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของโรคไต โดยเกิดจากการที่ไตต้องทำงานหนักมากกว่าคนรูปร่างปกติที่อายุเท่ากัน ทำให้เกิดภาวะไตเสื่อมชนิด Focal Segmental Glomerulonephritis จนทำให้การทำงานของไตลดลง และเกิดโปรตีนรั่วในปัสสาวะ อีกทั้งโรคอ้วนยังเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง โดยในปัจจุบันอายุของคนไข้ที่เป็นโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงลดลง บางรายพบตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้เกิดโรคไตจากเบาหวาน และความดันโลหิตสูงในอนาคตได้ การป้องกันคือการควบคุมอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีแป้งและไขมันปริมาณมาก หมั่นออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพประจำปี หากมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อลดน้ำหนักโดยไม่กระทบการเจริญเติบโต
 
      สัญญาณอันตรายของโรคไตในเด็กนั้น ผู้ปกครองสามารถสังเกตได้จากปัสสาวะมีความผิดปกติ เช่น เป็นฟอง สีแดง หรือสีน้ำล้างเนื้อ ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะแสบขัด ออกกะปริบกะปรอย บางรายจะมีปัสสาวะออกมากหรือน้อยกว่าปกติ มีอาการบวมที่ใบหน้า เปลือกตา ขา หรือทั้งตัว หรืออาจมีอาการอื่นๆ เช่น ซีด เหนื่อยง่าย หรือตัวผอมบาง
 
      ที่สำคัญ หากเกิดโรคไตวายในเด็ก เด็กจะแคระแกร็นหยุดเจริญเติบโต เพราะหากเด็กไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมท้ายที่สุดอาจจะเข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรังจนถึงขั้นต้องล้างไต ด้วยการเจริญเติบโตช้า เพราะร่างกายขาดสารอาหารและจากความผิดปกติของเกลือแร่หรือฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโตทำให้เด็กกลุ่มนี้ตัวเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกัน
 
      วิธีรักษาผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายให้มีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีมี 3 วิธี ได้แก่ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) เป็นการนำเลือดของผู้ป่วยซึ่งมีของเสียคั่งค้าง ผ่านเข้าไปในเครื่องกรองเลือด ซึ่งจะกรองของเสียจากเลือดและนำเลือดที่ถูกกรองจนสะอาดแล้วกลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย, การล้างช่องท้องด้วยน้ำยา (CAPD) และการเปลี่ยนไตหรือปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation) ซึ่งเป็นวิธีการรักษาโรคไตวายเรื้อรังที่ดีที่สุด โดยไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ใช้วิธีการรักษาเช่นนี้ โดยมีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด
 
      ปัจจุบันแพทย์ไทยเรามีความรู้ความสามารถในการผ่าตัดเปลี่ยนไตประสบผลสำเร็จได้ดีทัดเทียมกับต่างประเทศ ผู้ป่วยที่ได้รับการเปลี่ยนไตสำเร็จแล้วจะสามารถมีชีวิตยืนยาวและดำรงชีวิตด้วยคุณภาพที่ดี ประกอบอาชีพได้
 
      เพื่อป้องกันโรคไตในเด็ก ผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตอาการแสดงของโรคไตข้างต้น ถ้าพบความผิดปกติควรพามาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที, ป้องกันไม่ให้ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะด้วยการรักษาสุขอนามัยในการถ่ายปัสสาวะ เช่น ไม่กลั้นปัสสาวะ ถ่ายปัสสาวะออกจนสุดโดยไม่เร่งรีบ ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยในเด็กโตควรดื่มน้ำประมาณ 6-8 แก้วต่อวัน ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เพราะการรับประทานยาซ้ำซ้อนปริมาณยาไม่เหมาะสม ยาหมดอายุ หรือยาที่อันตรายต่อไต จะทำให้ไตวายได้ ที่สำคัญ ควรดูแลน้ำหนักตัวของเด็กไม่ให้มากเกินไป เด็กอ้วนที่มองว่าน่ารักอาจมีผลเสียต่อสุขภาพได้ จึงควรรับประทานอาหารให้เหมาะสม เลี่ยงของจุบจิบ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อการเจริญเติบโตและสุขภาพที่ดี
 
 
นพ.วิรุฬห์ มาวิจักขณ์
ผอ.สถาบันโรคไตและเปลี่ยนไต
รพ.พระรามเก้า